ทัพบกปูนบำเหน็จ 5 ขั้น ให้พลทหารถูกแทงตาย หลังระงับเหตุวัยรุ่นตีกันสงกรานต์

กองทัพบก แสดงความเสียใจกับครอบครัวพลทหาร ถูกวัยรุ่นแทงเสียชีวิตในงานสงกรานต์ที่หนองคาย พร้อมปูนบำเหน็จ 5 ขั้น เลื่อนยศเป็นสิบเอก พร้อมจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ

วันนี้ (17 เม.ย. 2562) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกองทัพบก ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์สุดสลดช่วงสงกรานต์ เมื่อพลทหารนิกร ยศมาร สังกัด กองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 13 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 3 ถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายจนเสียชีวิต

ขณะปฏิบัติหน้าที่เข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทในงานสงกรานต์ ที่บริเวณศูนย์การค้าเอเชียพีค ตลาดไนท์พลาซ่า ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า จากเหตุที่เกิดขึ้นนับเป็นการสูญเสียบุคลากรของกองทัพบก ที่ได้ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายด้วยความตั้งใจ มีจิตใจมุ่งมั่นที่จะทำให้สังคมเกิดความสงบเรียบร้อย

ดังนั้นทางกองทัพบกขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต และพร้อมให้การดูแลในทุกด้านอย่างเต็มที่และเหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะการจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ การดูแลด้านสิทธิกำลังพล และมอบเงินช่วยเหลือตามสิทธิของทางราชการ

พร้อมกันนี้กองทัพบกได้ปูนบำเหน็จพิเศษ 5 ชั้น และเลื่อนยศเป็น “สิบเอก” นอกจากนี้จะให้การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการประสานงานเรื่องการดำเนินคดีให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งการช่วยเหลือช่วยเหลือครอบครัวในด้านอื่นๆ ตามสมควรด้วย

ทั้งนี้ในวันที่ 17 เม.ย.2562 พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 จะเดินทางไปเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ พลทหาร พลนิกร ยศมาร ณ เมรุวัดป่าบึงแก้ว ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย.

ปภ.ประกาศช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งฉุกเฉิน 5 จังหวัด

ปภ. รายงานมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง 5 จังหวัด พร้อมประสานจังหวัดวางแผนบริหารจัดการน้ำ

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 5 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด, ศรีสะเกษ, นครราชสีมา, ตราด และชลบุรี รวม 5 จังหวัด 13 อำเภอ 39 ตำบล 287 หมู่บ้าน โดยร้อยเอ็ด ประกาศเขตฯ (ภัยแล้ง) 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสรวง และอำเภอสุวรรณภูมิ รวม 2 ตำบล 10 หมู่บ้าน, ศรีสะเกษ ประกาศเขตฯ (ภัยแล้ง) 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองจันทร์ อำเภอขุขันธ์ อำเภอไพรบึง และอำเภอศรีรัตนะ รวม 9 ตำบล 82 หมู่บ้าน, นครราชสีมา ประกาศเขตฯ (ภัยแล้ง) 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอสูงเนิน และอำเภอพระทองคำรวม 4 ตำบล 35 หมูบ้าน, ตราด ประกาศเขตฯ (ภัยแล้ง) 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง และอำเภอบ่อไร่ รวม 23 ตำบล 153 หมู่บ้าน, ชลบุรี ประกาศเขตฯ (ภัยแล้ง) 1 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเกาะสีชัง รวม 1 ตำบล 7 หมู่บ้าน

ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยสนับสนุนการแจกจ่ายน้ำบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปภ. ได้ประสานจังหวัดเตรียมพร้อม แก้ไขปัญหาภัยแล้งไว้ล่วงหน้าครอบคลุมทุกด้าน ควบคู่กับการปรับปรุงบัญชีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งให้เป็นปัจจุบัน

อีกทั้งตรวจสอบภาชนะกักเก็บน้ำให้ใช้การได้เพียงพอ พร้อมกำหนด จุดแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคที่เข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำ แผนการจัดสรรน้ำ และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้ประชาชนทราบ ตลอดจนรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนเกษตรกรให้ปรับวิถีทำการเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้ง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ครอบครัวเหยื่อเสี่ยเบนซ์เมาแล้วขับ เข้ารับศพเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา

วันนี้ (17 เม.ย. 62) ญาติและครอบครัว พันตำรวจโทจตุพร งามสุวิชชากุล รองผู้กำกับการสอบสวนกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม ที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถเบนซ์เมาแล้วขับชนเสียชีวิตพร้อมกับภรรยา ส่วนบุตรสาวอายุ 12 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณซอยงามธรรมชาติ ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก แขวงและเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา เดินทางเข้ารับศพ ที่นิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ที่ วัดตรีทศเทพ

ทั้งนี้ นอกจากญาติและครอบครัว ยังมีเพื่อนตำรวจรุ่นเดียวกัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม นำชุดเครื่องแบบที่ พันตำรวจโทจตุพร ใส่ปฎิบัติงานเป็นประจำมาเปลี่ยนให้ ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าสลด สำหรับ พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ จะเริ่มขึ้นเวลา 16:30 น. และสวดอภิธรรมเป็นเวลา 3 วัน ก่อนที่จะฌาปนกิจ ในวันเสาร์ที่ 20 เมษายน เวลา 14.00 น.

ขณะที่ ญาติของเด็กหญิงพิญาภา งามสุขวิชชากุล อายุ 12 ปี ที่ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู เปิดเผยว่า หลานสาวรู้สึกตัว และตอบสนองได้แล้ว โดยสามรถสื่อสารได้ด้วยการเขียนข้อความในกระดาษ คำแรกที่หลานสาวเขียนคือ “พ่อ แม่ อยู่ไหน” ซึ่งคนในครอบครัวยังไม่สามารถบอกข้อเท็จจริงกับหลานสาวได้ บอกเพียงว่า พ่อ แม่ รักษาตัวอยู่ไม่สามารถมาเยี่ยมได้

ด้าน พันตำรวจเอกกฤตินาท ตุลยลักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจศาลาแดง ระบุว่า ในส่วนการสอบปากคำผู้ต้องหา นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงในส่วนของผู้เสียหายเท่านั้นที่จะต้องเข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งจากการติดต่อไปยังญาติผู้เสียชีวิตทราบว่าจะเข้าพบตำรวจภายหลังงานศพเสร็จสิ้น

ที่มา Policenews