สงกรานต์ ‘ถนนข้าวเหนียว’ คึกคัก! ชวนร่วมทำลายสถิติคลื่นมนุษย์วันนี้

บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ ที่ ถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น เป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวนับหมื่นคนร่วมซ้อมทำฮิวแมนเวฟ หวังทำลายสถิติประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ บรรยากาศของประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูณเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว ประจำปี 2562 ของเมื่อวานนี้ (14 เม.ย. 62) ก็เป็นไปอย่างคึกคัก พร้อมด้วยการซ้อมทำฮิวแมนเวฟวันที่ 2 ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ บรรยากาศการเล่นน้ำส่งกรานต์บนถนนข้าวเหนียวเริ่มคึกคักตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงช่วงค่ำอย่างต่อเนื่อง ส่วนความสนุกสนานโซนประตูเมือง ฝั่งถนนมิตรภาพซึ่งเป็นที่ตั้งของเวที Mono29 ก็ได้ขนทัพศิลปินมากมายมาร่วมสร้างความสนุกตลอดคืน ซึ่งทาง Mono29 ยังได้เพิ่มสีสันด้วยขบวนพาเรดจากซุปเปอร์ฮีโล่มากมาย

สำหรับ วันนี้ (15 เม.ย. 62) เป็นอีกหนึ่งวันที่นักท่องเที่ยวยังสามารถมาร่วมสนุกกับเวที Mono29 โซนประตูเมือง ฝั่งถนนมิตรภาพ และในช่วงค่ำจะมีการร่วมมือทำฮิวแมนเวฟ เพื่อทำลายสถิติโลกที่ประเทศญี่ปุ่นเคยทำไว้ ในปี 2015 ซึ่งใช้เวลาทั้งหมด 17 นาที 14 วินาที

บขส. คาดประชาชนเริ่มเดินทางกลับกรุงวันนี้ กว่า 2 แสนคน

บขส.เตรียมพร้อมรองรับคนเดินทางกลับ คาดวันนี้มีผู้โดยสารมาใช้บริการสถานีขนส่ง กว่าวันละ 2 แสน 2 หมื่นคน ขณะที่ ศปถ.เผยยอดผู้เสียชีวิต 3 วันช่วงเทศกาลสงกรานต์ 174 คน

วันนี้(15 เม.ย.) นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. เปิดเผยว่าได้เตรียมพร้อมรองรับการเดินทางกลับ เข้ากรุงเทพมหานคร ของประชาชน ตั้งแต่วันที่ 15-17 เมษายน คาดจะมีผู้เดินทางมากกว่า 2 แสน 2 หมื่นคน ส่วนที่อาจจะเป็นปัญหานั้น เกรงว่า รถแท็กซี่อาจมีไม่เพียงพอต่อการให้บริการ จึงได้ร่วมมือกับ ขสมก. ให้จัดรถชัทเทิลบัส รองรับประชาชนจากที่สถานีขนส่งไปส่งที่บีทีเอส อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ซึ่งจะสามารถระบายผู้โดยสารได้ถึงร้อยละ 70 นอกจากนี้ยังจัดรถในเส้นทางบางนา สำโรง พระราม 2 มหาชัย และศรีนครินทร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

สำหรับปัญหาการขายตั๋วเกินที่นั่ง หรือเรื่องการขายตั๋วเกินราคา ยังไม่ได้การร้องเรียนเข้ามา และยืนยันว่า บขส.มีมาตรการที่ดูแลเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะปีนี้ได้ให้รถเสริมเข้ามาจอดในสถานีขนส่ง เพื่อป้องกันการพาผู้โดยสารออกไปขึ้นรถที่ด้านนอก ขณะที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 13 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 700 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 67 ราย ผู้บาดเจ็บ 733 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับร้อยละ 42.71 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.08 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สกลนคร (28 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ บุรีรัมย์ น่าน และอุดรธานี (4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สกลนคร (33 คน)

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 3 วัน (วันที่ 11-13 เม.ย. 62) เกิดอุบัติเหตุ 1,665 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 174 ราย ผู้บาดเจ็บ 1,728 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 17 จังหวัดจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (69 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (10 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (69 คน)

ด้านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบว่าผู้เสียชีวิตกว่าร้อยละ 54.60 เป็นคนในพื้นที่ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ขับขี่ร้อยละ 63.79 ผู้โดยสารร้อยละ 25.86 โดยสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตเกิดจากการขับรถเร็ว ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุสูงถึงร้อยละ 49.43 กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการเน้นย้ำให้หน่วยปฏิบัติในระดับพื้นที่เข้มข้นการปฏิบัติงานของด่านชุมชน และจุดสกัดในพื้นที่ชุมชน/หมู่บ้าน โดยเฉพาะจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เน้นกวดขันผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็วและดื่มแล้วขับเป็นพิเศษ

ประธานกกต. เผยพร้อมถูกตรวจสอบ ยืนยันทำงานด้วยความสุจริต

ประธาน กกต. เผยเป็นสิทธิ์ของประชาชนในการเข้าชื่อถอดถอน 7 กกต. และฟ้อง ม.157 แต่ขอยืนยันทำงานด้วยความสุจริต ทั้งนี้ได้สั่งสำนักงานสอบเพิ่มกรณีบัตรนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์มาไม่ทันเพื่อหาต้นเหตุรับผิดชอบ

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะว่า ส่วนตัวรับทราบและเคารพในทุกความเห็นของทุกคน ส่วนการที่มีผู้ยื่นถอดถอนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และขู่ว่าจะฟ้องตามมาตรา 157 นั้น นายอิทธิพรไม่มองว่าเป็นการขู่ แต่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพของผู้ที่มีความเห็นต่าง ที่มองว่าการทำงานของ กกต.เกิดความผิดพลาด ที่มีสิทธิตรวจสอบได้ ทั้งนี้พร้อมให้ข้อมูลกับหน่วยงานทุกหน่วยหากเรียก กกต.เข้าชี้แจง ซึ่งผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้รับทราบรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุความล่าช้าของการส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์กว่า 1,500 ใบ ที่มาไม่ทันการนับคะแนนว่าได้รับรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ได้มอบหมายให้สำนักงาน กกต.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากอะไร

นอกจากนี้ ประธาน กกต. ย้ำว่าเรื่องนี้คงไม่ล่าช้าไปกว่านี้ เพราะการหาผู้รับผิดชอบถือเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อถามว่าถ้าเป็นคนภายนอกจะถึงขั้นเอาผิดคนภายนอกได้หรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่าไม่อยากพูดในตอนนี้