ร.10 พระราชทานความห่วงใยการสูญเสียช่วงสงกรานต์

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานความห่วงใยการสูญเสียช่วงสงกรานต์ผ่านนายกฯ ด้านรัฐบาลกำชับทุกหน่วยน้อมรับพระราชกระแสรับสั่งไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

วันนี้ (14 เม.ย. 62) พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเรื่องการสูญเสียของประชาชนจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยทรงรับสั่งผ่านมายังพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร และจิตอาสา ร่วมกันอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

และรณรงค์ลดอุบัติเหตุให้ได้เช่นเดียวกับในหลายจังหวัดที่มีสถิติการสูญเสียเป็นศูนย์ ทั้งนี้ พระองค์ท่านทรงเน้นว่าให้ทุกจังหวัดเร่งดำเนินการในทุกมิติ เพื่อลดอุบัติเหตุและการสูญเสียให้ได้โดยเร็ว และหากต้องการขอรับการสนับสนุนสิ่งใดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้แจ้งไปยังรัฐบาลได้ทันที

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีย้ำว่านับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนน้อมนำพระราชกระแสรับสั่งไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการความร่วมมือให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม

คุมประพฤติเมาขับพุ่งกว่า 4,000 คดี สั่งติด EM 165 ราย

7 วันอันตราย คุมประพฤติเมาขับพุ่งกว่า 4,000 คดี สั่งติด EM 165 ราย ย้ำถูกจับผิดซ้ำส่งบำบัดติดสุรา

วันที่ 14 เม.ย. 2562 นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า สถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติทั่วประเทศในวันสงกรานต์ (13 เมษายน 2562) พุ่งสูงกว่า 3,455 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 3,454 คดี คิดเป็นร้อยละ 99.97 และคดีขับเสพ จำนวน 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.03

นอกจากนี้ ศาลยังสั่งใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา จำนวนกว่า 165 ราย โดยส่วนใหญ่กำหนดเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัย ตั้งแต่เวลา 22.00 – 04.00 น. เป็นเวลา 7-15 วัน คุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัวจำนวน 4 ครั้ง พร้อมทั้งทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง เป็นต้น

สำหรับยอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติในช่วง 3 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด (11-13 เมษายน 2562) มีจำนวนทั้งสิ้น 4,057 คดี จำแนกเป็น

  • คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 3,899 คดี คิดเป็นร้อยละ 96.11
  • คดีขับเสพ จำนวน 149 คดี คิดเป็นร้อยละ 3.67
  • คดีขับรถประมาท จำนวน 9 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.22

จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 337 คดี กรุงเทพมหานคร จำนวน 245 คดี และจังหวัดนครพนม จำนวน 211 คดี

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวย้ำมาตรการเข้มสำหรับผู้ถูกคุมความประพฤติในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุราที่กระทำผิดซ้ำ หรือผู้ถูกคุมความประพฤติฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา เป็นเหตุให้ผู้อื่นเป็นอันตรายต่อร่างกายและชีวิต

ที่ศาลมีคำสั่งให้สืบเสาะและพินิจว่า กรมคุมประพฤติจะตรวจสอบประวัติการกระทำผิดและทำการประเมินพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามแบบประเมินของกระทรวงสาธารณสุข แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ต่ำ ปานกลาง และสูง

ในกลุ่มที่มีผลการประเมินสูง จะส่งต่อยังสถานพยาบาลเพื่อดำเนินการบำบัดรักษาต่อไป ตามโครงการบำบัดฟื้นฟูสภาพ ผู้ดื่มแล้วขับถูกจับ ผิดซ้ำ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข

สำหรับระยะเวลาการบำบัดรักษาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และความรุนแรงของอาการ ในตามปกติระยะเวลาการบำบัด คือ 3 เดือน โดย 1 เดือนแรกจะเป็นการบำบัดรักษา 1 ครั้ง/สัปดาห์ ในเดือนที่ 2 – 3 เป็นการติดตามพฤติกรรมการดื่มสุรา

แต่หากมีปัญหาสุขภาพจิตควบคู่ด้วยจะมีการรักษาที่ใช้ระยะเวลา 4 เดือน ทั้งแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน และหากเป็นระยะติดสุราเรื้อรัง การบำบัดจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน

ข้อกฎหมายควรรู้ กรณีเมาแล้วขับ

ภาพจากกระทรวงยุติธรรม

ระทึก ! ‘ฟินน์แอร์’ ดิ่งร่วง 7,000 เมตรใน 5 นาที

เครื่องบินจากสายการบิน“ฟินน์แอร์” ตกลงกว่า 7,000 เมตรในระยะเวลาเพียง 5 นาที

วันที่ 14 เม.ย. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตการณ์ขณะที่เที่ยวบิน จากสายการบิน “ฟินน์แอร์” เกิดลดระดับความสูงลงมากว่า ราว 7,010 เมตร ในช่วงเวลาเพียง 5 นาที ก่อนที่กัปตันจะประกาศเหตุด่วน และ ลงจอดฉุกเฉิน ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ได้อย่างปลอดภัย

รายงานระบุว่า เหตุระทึกดังกล่าว เกิดขึ้นระหว่างที่เครื่องบินแอร์บัส เอ 319 ของสายการบินฟินน์แอร์ กำลังเดินทางจากกรุงเฮลซิกิ ของฟินด์แลนด์ มุ่งหน้าไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ โดยมีกำหนดออกจากกรุงเฮลซิงกิ เมื่อเวลา 05.43 น. และมีกำหนดถึงเมืองแมนเชสเตอร์ในเวลา 07.24น.

โดยหลังจากทะยานขึ้นได้ราวๆ 30 นาที กัปตันได้ประกาศเรียกให้ลูกเรือไปรายงานตัวที่ค็อกพิท หรือห้องควบคุมการบิน ด้วยน้ำเสียงเกือบจะตะโกน และแทบจะทันทีหลังจากนั้น เครื่องบินก็เริ่มลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ต่อมากัปตันประกาศขึ้นอีกครั้งว่าระบบความกดอากาศบางส่วนมีปัญหา และจำเป็นต้องลงจอดฉุกเฉิน โดยสามารถลงจอดฉุกเฉินได้สำเร็จ

จากกรณีเครื่องบินลดระดับอย่างรวดเร็ว อาจเกิดขึ้นจากการเผชิญหน้ากับภาวะสูญเสียความกดอากาศในห้องโดยสาร โดยปกตินักบินจะลดความสูงลงมาที่ระดับราว 3,048 เมตรเพื่อให้ความกดอากาศกลับมาเป็นปกติ

รู้หรือไม่ ? “ฟินน์แอร์” ให้ผู้โดยสารชั่งน้ำหนักก่อนขึ้นเครื่อง เพื่อเฉลี่ยปริมาณการใช้น้ำมันอย่างแม่นยำ

ฟินน์แอร์ สายการบินสัญชาติฟินแลนด์ ให้ผู้โดยสารชั่งน้ำหนักก่อนขึ้นเครื่อง เพื่อให้สายการบินสามารถรวบรวมข้อมูลน้ำหนักบนเที่ยวบินได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยเอานำหนักของผู้โดยสารมาคิดเฉลี่ยกับน้ำหนักสัมภาระ เพื่อมาคำนวณกับปริมาณของน้ำมันที่จะใช้

โดยโครงการนี้เป็นการชั่งน้ำหนักที่ผู้โดยสารสมัครใจ และไม่มีใครบังคับ ซึ่งมีผู้ให้ความร่วมมือมากกว่าที่สายการบินคาดไว้

อย่างไรก็ตาม“น้ำหนักของเครื่องบินมีผลกระทบต่อหลายอย่าง ทั้งปริมาณเชื้อเพลิง, ความเร็ว และความสมดุลของเครื่องบิน