เกิดวาตภัยใน 16 จังหวัด บ้านเรือนเสียหาย 1,515 หลัง บาดเจ็บ 9 ราย

ปภ. รายงานเกิดวาตภัยใน 16 จังหวัด เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ขอความช่วยเหลือได้ทางสาย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2562 ถึงปัจจุบัน ทำให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง 16 จังหวัด

ได้แก่ ขอนแก่น แพร่ มหาสารคาม พิษณุโลก ปทุมธานี ลำปาง เลย ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ สกลนคร นครพนม เพชรบูรณ์ อุบลราชธานี ลพบุรี และนครราชสีมา รวม 34 อำเภอ 72 ตำบล 143 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1,515 หลัง ผู้บาดเจ็บ 9 ราย

ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัดหน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย

เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ขอฝากเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด

พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ส่วนเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบังเพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ข้อควรรู้ : ความรุนแรงและอันตรายจากพายุฤดูร้อน

พายุฤดูร้อนเป็นพายุที่เกิดขึ้นโดยเหตุและวิธีการต่างกับพายุดีเปรสชั่น และเกิดบนผืนแผ่นดินที่ร้อนอบอ้าวในฤดูร้อนแต่เป็นพายุที่มีบริเวณย่อมๆ มีอาณาเขตเพียง 20-30 ตารางกิโลเมตร แต่อาจมีลมแรงมากถึง 47 น็อต หรือ 87 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้มีกำลังแรงที่จะทำให้เกิดความเสียหายได้มากเหมือนกันแต่เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง

อันตรายที่เกิดขึ้นคือ ต้นไม้หักล้มทับบ้านเรือนผู้คน บ้านเรือนที่ทนกำลังแรงลมไม่ไหวพังทะลายกระเบื้องหลังคาปลิวเป็นอันตรายต่อผู้คน ฝนตกหนักและอาจมีลูกเห็บตกได้ ในกรณีที่พายุมีกำลังแรงลูกเห็บอาจจะตกถูกผู้คนได้รับความบาดเจ็บและบ้านช่องเสียหายได้

วิธีการรับมือ

กรณีอยู่ในอาคาร

  • ไม่อยู่บริเวณดาดฟ้าหรือระเบียง เพราะเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า
  • ปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิด เพื่อป้องกันอันตรายจากพายุลมแรง
  • งดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จะช่วยป้องกันการถูกฟ้าฝ่า

กรณีอยู่กลางแจ้ง

  • อยู่ให้ห่างจากสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันการถูกล้มทับ
  • ไม่อยู่ใกล้วัตถุที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า เพราะเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า
  • ไม่พกพาและสวมใส่เครื่องประดับที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า จะช่วยป้องกันการถูกฟ้าผ่า
  • งดใช้เครื่องมือสื่อสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ลดเสี่ยงการถูกฟ้าผ่า

อ่วม! พายุฤดูร้อนถล่มตรัง บ้านเรือนพังเสียงหายหลายหลังคา

‘พายุฤดูร้อน’ พัดถล่ม จ.ตรัง บ้านเรือนพังเสียงหายหลายหลังคา ด้าน อบต. สั่งกระเบื้องและสังกะสีมุงหลังคามาแจกจ่ายเตรียมช่วยเหลือประชาชนแล้ว

วันที่ 14 เมษายน 2562 นายสุรินทร์ ไชยทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.หนองปรือ อ.รัษฎา จ.ตรัง พร้อมด้วยผู้นำชุมชน เข้าทำการสำรวจบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุ พายุฤดูร้อน โดยทำให้หลังคาบ้านเรือน กันสาด ฝ้าเพดาน และโกดังเก็บเต้นท์ โต๊ะ เก้าอี้ ทั้งที่มุงด้วยกระเบื้อง และสังกะสี พังเสียหายรวมทั้งหมด 37 หลังคาเรือน

โดยหลังคาบ้านและฝ้าเพดานเสียหายทั้งหลัง 20 หลัง กันสาดถูกพายุพัดไปตกอยู่หลังบ้านทั้งแถบรวม 9 หลัง ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก และยังมีร้านกาแฟซึ่งเป็นแฟรนไชส์ของบริษัทหนึ่งล้มทับรถยนต์เก๋งของชาวบ้านที่ไปจอดไว้ริมถนนได้รับความเสียหาย 1 คัน

นอกจากนี้พายุฤดูร้อนดังกล่าวยังพัดเอาเต้นท์ศูนย์บริการความปลอดภัยทางถนนของ ต.หนองปรือ พังเสียหายทั้งหลัง โชคดีเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่เร่งติดตั้งเต้นท์ศูนย์บริการความปลอดภัยทางถนนขึ้นมาใหม่ในทันที เพื่อให้บริการประชาชนในการเดินทาง

ส่วนบ้านเรือนของประชาชน ขณะนี้ อบต.หนองปรือ นำโดยนายสมบัติ กุลกิจ นายก อบต.หนองปรือ ได้เร่งสั่งกระเบื้องและสังกะสีมุงหลังคามาแจกจ่ายและเตรียมช่วยเหลือซ่อมแซมให้ประชาชนแล้วรวม 600 แผ่น มูลค่ากว่า 70,000 บาท แต่ยังไม่นับรวมกันสาดของชาวบ้านอีก 9 หลังคาเรือน ที่ถูกพายุพัดพังปลิวเสียหายไปทั้งแถบ

ซึ่งหลังเกิดเหตุยังขาดเจ้าหน้าที่ช่วยซ่อมแซม เนื่องจากติดงานสงกรานต์ แต่ทาง อบต.จะเร่งระดมคนเพื่อทำการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 1 – 2 วันนี้ เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุซ้ำหลังทางจังหวัดยังได้ประชาสัมพันธ์ข่าวของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ประกาศแจ้งเตือนเรื่องพายุฤดูร้อนนับตั้งแต่วันที่ 12 – 17 เมษายนนี้

แพทย์เตือนอากาศร้อน สัตว์หงุดหงิดง่าย ระวังถูกกัด-ข่วน เสี่ยงพิษสุนัขบ้า

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนช่วงอากาศร้อน อาจทำให้สัตว์หงุดหงิดง่าย ให้ระวังถูกสุนัข-แมว กัด ข่วน เสี่ยงติดโรคพิษสุนัขบ้า

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ในช่วงนี้อากาศร้อน อาจทำให้สัตว์หงุดหงิดง่าย จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังตนเอง และบุตรหลานไม่ให้ถูกสัตว์กัด หรือข่วนโดยเฉพาะสุนัข-แมว ที่อาจเสี่ยงติดโรคพิษสุนัขบ้าได้

หากถูกสุนัขหรือแมว กัด ข่วน ขอให้รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่หลายๆครั้งอย่างเบามือ ใส่ยาฆ่าเชื้อหรือเบตาดีนที่บาดแผลทันทีหลังล้างแผลเสร็จ จากนั้นรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และให้กักสุนัข-แมว 10 วัน เพื่อสังเกตอาการ หากสัตว์ตายลงให้รีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่ เพื่อส่งตรวจหาโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์

ทั้งนี้หากพบเห็นสัตว์ที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้า คือมีอาการหางตก เดินโซเซ น้ำลายย้อย ลิ้นห้อย ตาขวาง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์หรือผู้นำชุมชนทันที หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าสามารถสอบถามได้ที่สำนักโรคติดต่อทั่วไป 0 2590 3177-8 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ขั้นตอนการปฏิบัติตนเมื่อถูกสุนัขกัดด้วยตัวเองในเบื้องต้น

1. ชำระล้างบาดแผล

รวมไปถึงอวัยวะส่วนที่สัมผัสกับน้ำลายหรือกรงเล็บสุนัขด้วยน้ำสะอาดและสบู่โดยการถูเบา ๆ เท่านั้น หากแผลลึกให้ล้างจนถึงก้นแผล
(ในกรณีที่น้ำลายสุนัขเข้าตา ให้ใช้น้ำสะอาดล้างตาเท่านั้น แต่ล้างหลาย ๆ ครั้ง)

-ล้างแผลและรอบบริเวณแผลด้วยสบู่หรือผงซักฟอกให้สะอาด และล้างแผลด้วยน้ำปริมาณมาก ๆ (น้ำประปาจะสะดวกและดีที่สุด)
-ซับแผลให้แห้งด้วยผ้ากอซที่สะอาด
-เช็ดแผลด้วยแอลกอฮอล์หรือทิงเจอร์ไอโอดีน
-กรณีแผลเหวอะหวะให้ปล่อยแผลไว้โดยไม่ต้องเย็บแผล แต่ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาด
-แนะนำให้ฉีดยาป้องกันโรคบาดทะยักที่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัย

2. ฆ่าเชื้อที่บริเวณบาดแผล

โดยใช้สำลีสะอาดชุบแอลกอฮอล์ โพวิโดนไอโอดีน ทิงเจอร์ไอโอดีน หรือฮิบิเทนในน้ำ จากนั้นเช็ดรอบ ๆ บาดแผลที่ถูดกัดและถูกข่วน ระวังอย่าให้แผลช้ำ และไม่ต้องทาครีมใด ๆ เพิ่มเติม

3. พบแพทย์

เพื่อปิดบาดแผลที่มีขนาดกว้างหรือลึกมาก โดยแพทย์จะเย็บแผลอย่างหลวม ๆ เท่านั้น หากบาดแผลมีขนาดเล็ก ควรรอประมาณ 2-3 วันก่อนที่จะรับการเย็บแผล

ขอบคุณข้อมูลจาก www.honestdocs.co