ประมวลภาพความพร้อม งานสงกรานต์62 ถนนข้าวเหนียว ขอนแก่น

พร้อมระเบิดความมันส์ส่งความสนุกแล้ว เทศกาลมหาสงกรานต์2562 ที่ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น ภายใต้ชื่องาน MONO29 ขอนแก่นสงกรานต์เฟสติวัล 2019  (MONO29 Khonkaen Songkran Festival 2019)

จากกรณีที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, เทศบาลเมืองขอนแก่น ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ MONO29 ช่องฟรีทีวีที่มีหนังดีซีรี่ย์ดังมากที่สุด ร่วมกันจัดงานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูณเสียงแคน และถนนข้าวเหนียว ประจำปี 2562 ที่บริเวณถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น ตั้งแต่วันนี้ (12 เม.ย. 2562)  จนถึงวันที่ 15 เม.ย. 2562 นั้น

ล่าสุดพื้นที่จัดงานดังกล่าว ก็พร้อมแล้วในการต้อนรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่จะเข้าร่วมมันส์และร่วมสนุกในเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้

ไม่ว่าจะเป็นเวทีคอนเสิร์ตใหญ่สุดอลังการ ที่เอาไว้ให้ศิลปินกว่า 100 ชีวิตพลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาสร้างความบันเทิงให้พี่น้องประชาชนที่เข้ามาร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีการขนหุ่นยักษ์จากภาพยนตร์ชื่อดังทรานฟอร์เมอร์ไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ภายในงาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป นำไปโพสต์อวดในโซเชียลมีเดียกัน

ทั้งนี้หากประชาชนท่านใดสนใจก็สามารถเข้าไปร่วมงานกันได้ โดยเวลา 16.00 น. วันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นจะเดินทางไปเปิดงานด้วยตนเอง

สบส.เตือนประชาชนงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อลดอุบัติเหตุ

สบส.เตือนประชาชนงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อลดอุบัติเหตุ ป้องกันภาวะเสี่ยงสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว

วันนี้(12 เม.ย.) นายแพทย์ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล รองโฆษกกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรมสบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ของไทย ภูมิอากาศโดยรวมทั่วประเทศอยู่ในสภาพร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน บางแห่งอาจจะมีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเกินระดับอุณหภูมิปกติของร่างกาย จึงอาจเกิดการเจ็บป่วยจากการสูญเสียน้ำได้ จึงควรดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำผลไม้แทน และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกประเภทเช่น สุรา เบียร์ ไวน์ หรือบรั่นดี ฯลฯ ด้วย

หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สามารถดับกระหาย และทดแทนน้ำที่สูญเสียได้ เฉกเช่นการดื่มน้ำสะอาด แต่ความจริงแล้วฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอยที่อยู่บริเวณใต้ผิวหนังขยายตัวมากขึ้น มีผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ได้ง่าย ขึ้นยิ่งดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในสภาพอากาศที่ร้อน แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วและออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นหัวใจทำงานหนักขึ้น อาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้

หากผู้ดื่มมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว มีความเสี่ยงมากขึ้น อีกทั้งอุบัติเหตุจราจรที่มีความรุนแรงและพบบ่อย มักมีความเกี่ยวข้องกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจาก ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลง และขาดสติสัมปชัญญะในการตัดสินใจช่วงเสี่ยววินาทีระหว่างเกิดอุบัติเหตุส่งผลให้สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

ดังนั้นเพื่อให้ประชาชน ห่างไกลจากโรคภัยและอุบัติเหตุ สบส.ขอแนะให้ประชาชนงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกประเภท ระหว่างที่ออกมาฉลองเทศกาลสงกรานต์ในที่แจ้ง หรือเมื่อต้องขับขี่ยานพาหนะโดยให้หันมาดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอวันละประมาณ 2 ลิตร ซึ่งจะช่วยป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากอากาศที่ร้อนอบอ้าว เช่น โรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด ทั้งยังช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ และช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เสี่ยรถเบนซ์ไม่รอด โดน 2 ข้อหาหนัก หลังเมาขับชนรถรองผกก.กองปราบฯ เสียชีวิต

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยความคืบหน้าอุบัติเหตุรถยนต์เบนซ์ชนรถยนต์ซูซูกิ สวิฟท์ เป็นเหตุให้ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. เสียชีวิต พร้อมภรรยา

จากเหตุการณ์เกิดอุบัติเหตุรถชนกันที่บริเวณ กลางสะพานข้ามคลองไม่มีชื่อ ติดกับซอยงามธรรมชาติ ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก แขวงและเขตทวีวัฒนา กทม. จนเป็นเหตุทำให้มีผู็เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 คน ก่อนจะทราบต่อมาว่าผู้เสียชีวิตคือ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. และนางนุชนาถ งามสุวิชชากุล 44 ปี ภรรยา โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา (11 เม.ย.2562) นั้น

รถเบนซ์คันก่อเหตุ

ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร.ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาแก่นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ 57 ปี ผู้ก่อเหตุขับรถชนรถยนต์ของ พ.ต.ท.จตุพร จนเป็นเหตุทำให้เสียชีวิตดังกล่าว

โดยข้อหาที่แจ้งนั้นเป็นข้อหาหนักอันได้แก่ ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตามและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังจากระหว่างที่เข้าตรวจสอบนั้นนายสมชาย มีอาการมึนเมาพูดจาไม่รู้เรื่อง และในวันนี้ 12 เม.ย. 62 พนักงานสอบสวน จะนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน อนุมัติฝากขังผู้ต้องหาต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้แสดงความเสียใจต่อญาติข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิต กำชับผู้บังคับชาดูแลสวัสดิ ให้ความช่วยเหลือบุตร ครอบครัว ผู้เสียชีวิต อย่าให้ขาดตกบกพร่อง พร้อมกำชับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดของผู้ต้องหาเป็นสำคัญ