เซ็นทรัลเวิลด์ ชี้แจงกรณีการทำงานของระบบสัญญาณเตือนไฟไหม้

เซ็นทรัลเวิลด์ ชี้แจงกรณีการทำงานของระบบสัญญาณเตือนไฟไหม้ แจงระบบออกแบบแบ่งการ alarm เป็นส่วนๆ เพื่อไม่ให้เกิดความโกลาหล

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ขอเรียนแจ้งเรื่องการทำงานของระบบสัญญาณแจ้งเตือนเหตุอัคคีภัยภายในศูนย์

เนื่องจากศูนย์การค้ามีขนาดใหญ่ มีทางออกหลายทาง จึงจำเป็นต้องใช้ระบบแบ่งการ alarm เป็นส่วนๆ ตามลำดับ เพื่อมิให้เกิดความโกลาหล และอุบัติเหตุจากความตื่นตระหนกในการอพยพ หาก alarm ดังพร้อมกันทั่วทั้งศูนย์ โดยในวันเกิดเหตุ ได้มี alarm ดังจากจุดเกิดเหตุคือชั้น B2 และบริเวณชั้น 8 เนื่องจากกลุ่มควันที่ลอยขึ้นไปตามท่อระบายควัน

นอกจากนี้ ศูนย์การค้ามีระบบตรวจจับควัน ประเมินสถานการณ์ และสั่งอพยพ โดยมีมาตรการในการอพยพด้วยการประกาศเชิญคนออกจากพื้นที่ศูนย์ทันที และมีพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการฝึกซ้อมรับมือการอพยพประจำอยู่ตามจุดต่างๆ เพื่อดำเนินการอพยพคนออกจากพื้นที่ทันที

ทั้งนี้ ทางศูนย์ฯ มีพนักงานรักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ Fireman เตรียมพร้อม stand by ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจตราและมีตารางเวรรองรับอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทฯ จะตรวจสอบกระบวนการทั้งหมดให้ดำเนินการได้ดียิ่งขึ้น และขอขอบพระคุณและน้อมรับคำติชมมา ณ ที่นี้

ขอแสดงความนับถือ
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

แห่แชร์ภาพ รปภ. เซ็นทรัลเวิลด์ ยืนทำหน้าที่แม้ควันลอยฟุ้ง จากไฟไหม้

ชื่นชมกลุ่ม รปภ.ห้างเซ็นทรัลเวิล์ด ยืนปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกประชาชน ขณะเกิดไฟไหม้ ควันลอยฟุ้ง

จากเหตุการณ์ไฟไหม้ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ที่อยู่ติดกับห้างเซ็นทรัลเวิลด์ จนสร้างความตื่นตกใจให้กับผู้พบเห็น เนื่องจากมีควันพวยพุ่งเป็นบริเวณกว้าง ก่อนที่เหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 3 ราย และบาดเจ็บไป 10 กว่าคน โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (10 เม.ย.2562)

ทั้งนี้แม้เหตุการณ์นั้นจะนำไปสู่ความสลด แต่ในทางตรงกันข้ามก็ยังมีเสียงชื่นชมในหัวจิตหัวใจของเจ้าหน้าที่ รปภ. บริเวณลานจอดรถของห้าง ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือลูกค้า แม้ว่าช่วงเวลานั้นมีควันจำนวนมากลอยคลุ้งอยู่เต็มบริเวณก็ตาม

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ จส.100 ที่เผยให้เห็นภาพ รปภ. กลุ่มหนึ่ง ยืนอยู่ท่ามกลางควันไฟ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน เร่งระบายรถออกจากอาคาร โดยไม่มีแม้ผ้าปิดจมูก ทำให้พวกเขาทำได้เพียงแค่เอาเสื้อกั๊กมาปิดจมูกไว้เท่านั้น

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ชื่นชม และขอบคุณในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของพวกเขาเหล่านี้ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ทางต้นสังกัดดูแลเรื่องสุขภาพของพวกเขาหลังจากนี้ด้วย เพื่อเชื่อว่าอาจจะได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางควันไฟในครั้งนี้ อาทิ

‘ขอชื่นชมจากใจปฏฺบัติหน้าที่ได้อย่างไม่กลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองหวังว่าเจ้านายคงมองเห็นความดีความชอบของพนักงานของท่านด้วย’

‘เงินเดือนหลักร้อยทำงานหลักล้านควรรักษาพนักงานกลุ่มนี้ไว้เขารักในหน้าที่ของเขารับผิดชอบหน้าที่ของเขาอย่างดีที่สุดขอชื่นชมจากใจ’

‘โอ้โหเห็นภาพแล้วยอมใจพี่เขาจริงๆตัวเองหายใจไม่ออกอยู่แล้วเขายังทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยแบบไม่ห่วงตัวเองพี่ๆสุดยอดมากนับถือน้ำใจจริงๆ’  เป็นต้น

กกต.ยัน! ไม่ได้ไล่ฟ้องคนลงชื่อถอดถอน แต่เอาผิดคนใส่ร้ายป้ายสี หรือกล่าวหา

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งชี้แจง กรณีถูกกล่าวหา แจ้งความดำเนินคดีผู้ร่วมลงชื่อถอดถอน กกต.

สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง ถึงกรณีข่าวการแจ้งความดำเนินคดีผู้ร่วมลงชื่อถอดถอน กกต.ว่า

ตามที่หนังสือพิมพ์หนึ่ง ได้เผยแพร่บทความเรื่อง “จาก ธนาธร อนาคตใหม่ ถึงกรณี หมิ่นประมาท กกต. โดยมีเนื้อหาว่า กกต. มีมติแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับคนที่ร่วมลงชื่อถอดถอน 7 กกต. นั้น

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเป็นการนำเสนอข่าวสารที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง การดำเนินการของ กกต. เป็นการใช้สิทธิทางกฎหมายกับบุคคลที่โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จ ใส่ร้ายป้ายสี หรือกล่าวหา ทำให้ กกต. ได้รับความเสียหายหรือถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ไม่ได้ดำเนินคดีกับผู้ที่ร่วมลงชื่อถอดถอน กกต. รายหนึ่งรายใดโดยเฉพาะ การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกบุคคลใดมาสอบสวนถือเป็นการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาพยานหลักฐานของพนักงานสืบสวนที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่