กองปราบแนะ 10 ขั้นตอนเอาตัวรอดเมื่อเกิดไฟไหม้

เพจกองปราบปราม เผย 10 ขั้นตอนเอาตัวรอดเมื่อเกิดไฟไหม้ พร้อมแนะให้ทุกคนหมั่นเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์

จากกรณีเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 เม.ย. ได้เกิดเหตุไฟไหม้ใกล้เคียงโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และ บางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหลายราย ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก กองปราบปราม นำเสนอ 10 ขั้นตอนเอาตัวรอดเมื่อเกิดไฟไหม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่พักอาศัย หรือทำงานอยู่บนอาคารสูง ซึ่งมีดังนี้

1. หากไฟไหม้เกิดขึ้นภายในห้อง สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การตั้งสติ อย่าตื่นตะหนก

2. ดึง หรือกดสัญญานแจ้งเหตุไฟไหม้ที่กล่องแดงข้างผนังทางเดินทันทีที่พบเหตุไฟไหม้ แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม

3. หากไฟไหม้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น พยายามดับเพลิงโดยการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงในอาคารให้ได้ภายใน 2 นาที อย่ามัวแต่รอความช่วยเหลือจากพนักงานดับเพลิง

4. หากไม่สามารถดับไฟไหม้ได้ ให้ออกจากห้อง และปิดประตูให้สนิทเพื่อชะลอการลุกลามของเพลิง จากนั้นรีบออกจากอาคารให้เร็วที่สุด

5. แต่หากต้นเพลิงเกิดจากส่วนอื่นของอาคาร เมื่อทราบว่ามีเหตุไฟไหม้ ให้ตั้งสติ มองหาอุปกรณ์ส่องสว่าง ที่จะช่วยให้สามารถออกจากอาคารในความมืดได้ เช่น ไฟฉาย โทรศัพท์มือถือ

6. หาผ้าชุบน้ำปิดปาก ปิดจมูก หรือหาผ้าห่มชุบน้ำแล้วห่มตัว เพื่อป้องกันการสูดควันไฟ และเพื่อป้องกันความร้อนจากเปลวไฟ

7. ก่อนเปิดประตูให้แตะ หรือคลำลูกบิด หากร้อนจัดแสดงว่ามีเปลวเพลิงอยู่ด้านนอก อย่าตื่นตระหนกเปิดประตูทันทีเพราะจะถูกเปลวไฟพุ่งเข้าหาตัวได

8. ห้ามใช้ลิฟต์เด็ดขาด เพราะหากติดอยู่ในลิฟต์ มีโอกาสสูงมากที่จะเสียชีวิตจากควันไฟ ให้ใช้บันไดหนีไฟ

9. หากติดอยู่ในกลุ่มควันไฟ ให้ก้มตัวลงต่ำ และคลานไปกับพื้น เพราะออกซิเจนจะลอยอยู่ที่ต่ำ ควันไฟเป็นเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่เสียชีวิตมากกว่าเปลวไฟถึง 3 เท่าตัว

10. กรณีที่ไม่สามารถออกจากห้องได้ เนื่องจากมีเปลวไฟอยู่บริเวณภายนอกห้อง ให้อยู่ภายในห้องพัก และปิดประตู ใช้ผ้าชุบน้ำอุดบริเวณขอบบานประตู และให้ขอความช่วยเหลือที่หน้าต่างหรือระเบียง

อย่างไรก็ตามสำหรับข้อสำคัญ หากสามารถออกมาจากอาคารได้แล้วแต่พบว่ามีคนยังติดอยู่ในอาคาร ห้ามกลับเข้าไปเด็ดขาด ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการช่วยเหลือ รวมถึงขอแนะนำให้ทุกคนหมั่นเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุเพลิงไหม้อยู่เป็นประจำ

ยอดเก็บภาษี ‘เบียร์-น้ำมัน’ ต่ำกว่าเป้าหมื่นล้าน เตรียมรื้อมาตรการเข้ม เม.ย. นี้

(10 เม.ย.) กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การเก็บภาษีเบียร์และน้ำมันในรอบ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2562  (ต.ค. 2561-มี.ค.2562) ต่ำกว่าเป้าหมายเป็นจำนวนมาก โดยภาษีเบียร์เก็บได้ 3.6 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.4 หมื่นล้านบาท หรือ 27% โดยเป้าการเก็บภาษีทั้งปีอยู่ที่ 9.65 หมื่นล้านบาท

ขณะที่การเก็บภาษีน้ำมันเก็บได้ 9.7 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.3 หมื่นล้านบาท หรือ 12.5% โดยเป้าหมายทั้งปีต้องเก็บให้ได้ 2.34 แสนล้านบาท ดังนั้นภายในเดือน เม.ย.นี้ กรมจะออกมาตรการเข้มงวดในการจัดเก็บภาษีทั้ง 2 สินค้าดังกล่าว

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า สำหรับมาตรการเข้มที่จะตรวจสอบการเสียภาษีเบียร์ จะมีการแก้ไขระเบียบเรื่องการผลิตเบียร์เพื่อการส่งออก จากเดิมตรวจการปล่อยสินค้าจากโรงงานเท่านั้น แต่ระเบียบใหม่จะให้มีการตรวจสินค้าอีกครั้งก่อนนำออกนอกประเทศ เพื่อให้แน่ใจว่ามีการนำออกจริงไม่ได้นำกลับเข้ามาขายในประเทศ เพราะเบียร์ที่ส่งออกได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตทั้งหมด ปัจจุบันมีการผลิตเพื่อการส่งออก 13% ของการผลิตทั้งหมด

โดยกรมสรรพสามิต จะทำการตรวจสอบการผลิตเบียร์ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ผู้ผลิตต้องรายงานให้เห็นภาพรวมการผลิต ทั้งจำนวนปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ กากของเสียที่ออกมา รวมถึงน้ำเบียร์ที่ผลิตได้ เพื่อไปเทียบกับเบียร์ที่ผู้ประกอบการนำออกมาขายไว้ตรงกันหรือไม่

ขณะที่มาตรการเข้มกำกับการเสียภาษีน้ำมัน ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน 7 แห่ง และคลังน้ำมันอีก 40 แห่ง จะมีการตรวจน้ำมันดินที่นำเข้ามาโรงกลั่น น้ำมันที่ผลิตออกมาได้ รวมถึงการควบคุมการขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันออกไปขายนอกประเทศว่ามีการนำออกไปจริง เพราะได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังต้องตรวจเข้มน้ำมันเขียว ที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการประมง โดยไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตว่ามีการไปขายและช่วยกับผู้ประกอบการประมงจริง ไม่ได้นำกลับมาขายบนฝั่ง ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่กรมสรรพสามิตต้องเร่งเข้าไปแก้ไข

สำหรับการเก็บภาษีสรรพสามิตรอบ 6 เดือน เก็บได้ 2.89 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 2.05 หมื่นล้านบาท หรือ 7.62% แต่ต่ำกว่าเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท หรือ 4.7%


รายได้ภาษีที่กรมสรรพสามิตสามารถจัดเก็บได้สูงสุด 5 อันดับแรก ในรอบ 6 เดือน (ตุลาคม 2561 – มีนาคม 2562) ได้แก่

  1. ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จัดเก็บได้สูงสุด จำนวน 97,044.20 ล้านบาท
  2. ภาษีรถยนต์ จัดเก็บได้ 70,811.50  ล้านบาท
  3. ภาษีเบียร์ จัดเก็บได้ 36,753.51 ล้านบาท
  4. ภาษียาสูบ จัดเก็บได้ 34,553.58 ล้านบาท
  5. ภาษีสุรา จัดเก็บได้ 33,988.22 ล้านบาท

คนแห่อาลัย ผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์

ผู้คนในโลกออนไลน์ แชร์ข้อความไว้อาลัย ผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ยกเป็นผู้กล้าหาญ และเสียสละอย่างแท้จริง

จากเหตุการณ์เพลิงไหม้บริเวณลาดจอดรถชั้น 8 ของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ที่อยู่ติดกับห้างดัง เซ็นทรัลเวิลด์ จนส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บไปร่วม 10 โดยผู้เสียชีวิตดังกล่าวเกิดจากการที่พวกเขาตัดสินใจกระโดดลงมาหลังจากติดอยู่บริเวณไฟไหม้ที่ชั้น 8 นั้น

วันนี้ (11 เม.ย. 2562) ผู้คนในโลกออนไลน์ ได้พากันส่งต่อข้อความไว้อาลัยในการจากไปของผู้เสียชีวิต 2 ใน 3 คนจากเหตุไฟไหม้ดังกล่าว พร้อมกับยกย่องว่าเป็นคนกล้าหาญ เสียสละอย่างแท้จริง เนื่องจากก่อนที่จะพลัดตกลงมาพวกเขาได้กันคนอื่นๆ ออกมาก่อนแล้ว แต่พวกเขากลับเดินย้อนไปเพื่อดับไฟ จนเป็นเหตุทำให้หนีออกมาไม่ได้จนนำมาซึ่งเหตุสลดดังกล่าว

พร้อมกันนี้ คนในโลกออนไลน์ต่างขอความร่วมมือ อย่าแชร์คลิปสลดดังกล่าวออกไปอีก หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการส่งต่ออย่างกว้างขวาง เพื่อแสดงความไว้อาลัยและให้เกียรติกับผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้