2 ทุ่มคืนนี้ เตรียมรับชมภาพหลุมดำ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

คืนนี้ห้ามพลาด ทีมนักวิทยาศาสตร์ เตรียมเผยแพร่ภาพจริงของหลุมดำ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังทำการสำรวจเก็บภาพนานถึง 2 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วันนี้ (10 เม.ย. 2562) ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อว่า Event Horizon Telescope Collaboration หรือ EHT เตรียมมีแพร่ภาพหลุมดำเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ในเวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย  หลังจากมีการสำรวจหลุมดำทั้ง 2 แห่งมาตั้งแต่ปี 2017

โดยภาพหลุมดำที่จะมีการเผยแพร่ให้เห็นในครั้งนี้ มีด้วยกัน 2 จุดคือ หลุมดำ ซาจิทาเรียส เอ (Sagittarius A) อยู่ใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก ห่างจากโลกประมาณ 26,000 ปีแสง หรือประมาณ 250,000 ล้านล้านกิโลเมตร มีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ขประมาณ 4.1 ล้านดวง  และหลุมดำ M89 ที่อยู่ใกล้ๆ กับกาแล็กซีทางช้างเผือก  ที่มีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ประมาณ 7 พันล้านดวง หรือใหญ่กว่าหลุมดำ ซาจิทาเรียส เอ   1,700 เท่า

สำหรับการจับภาพหลุมดำครั้งนี้ เกิดจากการใช้กล้องโทรทรรศน์ ที่กระจายอยู่ตามภูมิศาสตร์ต่างๆ จากนั้นจะใช้เทคนิคที่เรียกว่า VLBI ทำให้ภาพที่มีความละเอียด เทียบเท่ากับกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่มีขนาดหน้าจานใหญ่เท่ากับโลกทั้งใบ

สำหรับหลุมดำนั้น คือ สถานที่ในอวกาศซึ่งมีแรงโน้มถ่วงสูงมาก ซึ่งแม้แต่แสงยังไม่สามารถออกไป จึงทำให้มีการประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ที่มีอุปกรณ์พิเศษขึ้นมาเพื่อช่วยค้นหา ซึ่ง หลุมดำ สามารถมีทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ใหญ่ และนักวิทยาศาสตร์มีหลักฐานว่าทุกๆ ทางช้างเผือกขนาดใหญ่จะมีหลุมดำชนิด supermasive อยู่ตรงกลาง เสมอ

ทั้งนี้โดยปกติแล้ว ภาพของหลุมดำที่เห็นๆ กันทั่วไป คือภาพที่จำลองขึ้นมาวยคอมพิวเตอร์ แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่จะมีการเผยแพร่ภาพหลุมดำที่ถ่ายขึ้นจริงเป็นครั้งแรก ดังนั้นผู้สนใจสามารถติดตามรับชมงานแถลงข่าวดังกล่าวผ่าน ช่องยูทูบของคณะกรรมาธิการยุโรป หรือไลฟ์สตรีมของมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯได้ตามเวลาที่ได้แจ้งไว้ในเบื้องต้น

สกัด ‘อหิวาต์หมู’ ระบาด เป็นวาระแห่งชาติ

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (9 เม.ย.) มีมติเห็นชอบแผนเตรียมความพร้อมรับมือ ‘โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร’ (African Swine Fever : ASF) ของประเทศไทยเป็นวาระแห่งชาติ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ พร้อมอนุมัติแผนใช้จ่ายงบประมาณเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ภายใต้วงเงิน 148.542 ล้านบาท โดยปีงบประมาณ 2562 เป็นเงิน 53.604 ล้านบาท ใช้งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในปีงบประมาณ 2563 เป็นเงิน 52.419 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2564 เป็นเงิน 42.519 ล้านบาท 

สถานการณ์การระบาดของโรคดังกล่าว ระบาดเป็นวงกว้างขึ้น ตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบัน พบการระบาดใน 17 ประเทศ แบ่งเป็นทวีปยุโรป 10 ประเทศ ทวีปแอฟริกา 4 ประเทศ และทวีปเอเชีย 4 ประเทศ โดยในทวีปเอเชียมีรายงานการระบาดครั้งแรกที่สาธารณรัฐประชาชนจีน มีรายงานการทำลายสุกรในจีน 950,000 ตัว ประเทศมองโกเลียมีรายงานการทำลายสุกร 2,992 ตัว เวียดนามมีรายงานการทำลายสุกร 46,600 ตัว ส่วนที่กัมพูชาเพิ่งพบการติดเชื้อ ประมาณการความเสียหายเบื้องต้นมูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท

ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะระบาดเข้าสู่ไทยได้ทั้งจากการลักลอบนำผลิตภัณฑ์สุกรติดตัวของนักท่องเที่ยว การลักลอบนำผลิตภัณฑ์สุกรและซากสุกรผ่านช่องทางนำเข้าชายแดนที่มีระยะทางยาว อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสจากตัวเกษตรกรหรือสัตวแพทย์ที่ไปดูงานในประเทศที่มีการระบาดของโรค การปนเปื้อนเชื้อไวรัสที่ยานพาหนะ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ส่งออกสุกรและอาหารสุกรไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

โรคนี้เป็นโรคติดต่อร้ายแรงในสุกร หากติดเชื้อไวรัสก่อโรค อัตราการตายของสุกรเกือบ 100% และยังไม่มีวัคซีนป้องกันและควบคุมโรค จึงต้องเตรียมพร้อมเต็มที่ป้องกันความเสียหายต่อเกษตรกรที่เลี้ยงสุกร รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท ดังนั้นการยกระดับแผนเตรียมพร้อมรับมือโรคอหิวาต์ในสุกรเป็นวาระแห่งชาติ จึงส่งผลดีทั้งการป้องกันโรค การเผชิญเหตุ การฟื้นฟู ตลอดจนการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจจากการส่งออกสุกรไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่ขาดแคลนสุกร ราคาสุกรจะเพิ่มขึ้นทันทีจาก 40 บาทต่อกิโลกรัมเป็น 80 บาทต่อกิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม ทางกรมควบคุมโรค ย้ำว่า โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ไม่ติดต่อสู่คน แต่การรับประทานเนื้อหมู ควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และขอให้ประชาชนยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางอาหารและน้ำอื่นๆ ที่อาจจะปนเปื้อนอยู่

ทนายนายรณณรงค์ เตือน!! ขับขี่ปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์ พร้อมเผยอัตราโทษเมาแล้วขับ

ทางนายรณณรงค์เตือนนักดื่ม ขับขี่ปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์ พร้อมเผยอัตราโทษเมาแล้วขับ

เมาแล้วขับนับเป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่ผู้ขับขี่รถมักถูกจับกุมดำเนินคดี โดยช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11 -16 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมาจากสถิติพบว่า มีอุบัติเหตุสะสม จำนวน 3,426 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 372 ราย บาดเจ็บ 3,604 ราย โดยสถิติการจับกุม 10 ข้อหาหลักทั่วประเทศ พบว่ามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัยมากเป็นอันดับ 1 จำนวน 231,334 ราย และเป็นที่น่าสังเกตุว่า ยังคงมีผู้ขับขี่เมาแล้วขับ จำนวน 21,829 ราย เพิ่มขึ้น กว่าปี 2560 จำนวน 5,301 ราย หรือ ร้อยละ 32.0 ซึ่งการเมาแล้วขับนับเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด

ล่าสุดวันที่ 10. เม.ย. 2562 ทางนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้โพสต์ข้อความเตือนนักดื่ม ที่มีแผนจะดื่มแอลกอฮอล์ช่วงสงกรานต์ในปีนี้ว่า

ผู้ที่ขับขี่รถ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ เพราะถ้าคุณขับขี่ในขณะเมาสุรา จะต้องต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ตาม พ.ร.บ.จราจร พ.ศ.2522 มาตรา 43(2),160ตรี

ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ (ม.160 ตรี วรรคสอง)

ถ้าการกระทำความนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงหกปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสองหมื่นบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าสองปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ (ม.160ตรี วรรคสาม)

ถ้าการกระทำความผิดนั้น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

ขอบคุณข้อมูลจาก ทนายคู่ใจ