เช็คข้อกฎหมายควรรู้ หากเล่นน้ำสงกรานต์ไม่ถูกวิธี เสี่ยงติดคุกได้

ทนายดังเตือน หากเล่นน้ำสงกรานต์ไม่ถูกวิธี อาจเข้าข่ายกระทำความผิด ต้องถูกระวางโทษทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้จะถึงนี้ ยังมีข้อควรรู้ที่สำคัญมากมาย เกี่ยวกับความเหมาะสมในการเล่นสาดน้ำให้ถูกต้อง ทั้งนี้เพจเฟซบุ๊ก ทนายคู่ใจ ได้โพสต์ถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเล่นน้ำให้ถูกวิธี โดยระบุดังนี้

1.เดินผ่านคนเล่นน้ำสงกรานต์ รีบบอกแล้วว่าไม่เล่น จะไปทำธุระ แต่ถูกสาดน้ำจนเปียก

หากคุณสาดน้ำผู้อื่นโดยที่เขาไม่ยินยอมพร้อมใจ และแสดงเจตนาตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาไม่ต้องการเปียก การกระทำของคุณจะมีความผิดในมาตรา 397 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. เดินผ่านคนเล่นน้ำสงกรานต์ รีบบอกแล้วว่าไม่เล่น แต่กลับถูกสาดเปียก มือถือพัง เอกสารเสียหาย

การกระทำในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ผู้ใดจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่น โดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่า ผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

แต่หากผู้กระทำมีเจตนาประสงค์ต่อผลหรือเล็งเห็นผล จะให้ทรัพย์สินของผู้ถูกสาดน้ำเสียหาย จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3.เดินผ่านคนเล่นน้ำสงกรานต์ โดยหญิงสาวถูกสาดน้ำเปียกไม่พอ ยังโดนล้วง คลำ คลึง

สำหรับการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดฐานกระทำอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนกรณีที่ลวนลามหญิงสาวอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 ผู้ใดกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคแรก ผู้กระทําได้กระทําโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กําลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทําให้เด็กนั้นเข้าใจผิดว่า ตนเป็นบุคคลอื่นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

4.เดินผ่านคนเล่นน้ำสงกรานต์ ถูกสาดน้ำเย็น น้ำสกปรกจนเปียก

โดยกรณีนี้หากเล่นน้ำเย็นไม่ถือว่าผิด แต่ถ้าเล่นน้ำเย็นผสมน้ำแข็งและสาดไปที่ผู้ใดผู้หนึ่งด้วยความหวังผลให้คนผู้นั้นหัวร้างข้างแตก ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในกรณีที่ผู้เล่นน้ำสงกรานต์สาดน้ำผสมน้ำแข็งไปโดนผู้อื่นจนหัวร้างข้างแตก โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ คือ ประมาท จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ หากผู้เล่นน้ำสงกรานต์นำน้ำสกปรกมาใช้สาดผู้อื่น จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 389 และมาตรา 397

คลิปชัดมัดคนร้าย เดินตามแหม่มสาว ก่อนก่อเหตุข่มขืนฆ่า หมกเกาะสีชัง

เผยวงจรปิด ‘ไอ้กร’ เดินตามแหม่มสาว ก่อนฆ่าข่มขืนบนเกาะสีชัง แม่ร่ำไห้ขอโทษสังคม

จากเหตุการณ์สุดสลด นายรณกร ร่มรื่น อายุ 24 ปี  ก่อเหตุข่มขืนฆ่า นักท่องเที่ยวสาวชาวเยอรมัน ระหว่างกำลังเดินทางท่องเที่ยวอยู่บนเกาะสีชัง จ.ชลบุรี จนเกิดเป็นเรื่องราวสะเทือนขวัญไปทั่วโลกนั้น

ล่าสุดได้มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ ก่อนจะเกิดเหตุสลดดังกล่าว โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่าผู้ตายได้จอดรถไว้ที่ลานจอดรถ บริเวณร้านขายดอกไม้ ทางขึ้นเขาพระจุลจอมเกล้า หรือยอดเขาพระพุทธบาท จากนั้นนายรณกร ได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามมา และจอดรถในจุดเดียวกัน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะทำทีซื้อดอกไม้ไหว้พระและขึ้นเขาตามนักท่องเที่ยวสาวไป  พอสบโอกาสจึงทำร้ายนักท่องเที่ยวสาวจนเสียชีวิตดังกล่าว

ขณะที่ความคืบหน้าของคดีนั้น วานนี้ (9 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายรณกร ไปทำแผนรับคำประกอบสารภาพทั้ง 3 จุด คือ บริเวณจุดร้านขายดอกไม้ , บริเวณข้างทางเดินก่อนถึงยอดเสาธง ประมาณ 50 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่ก่อเหตุข่มขืน และบริเวณที่อุ้มศพมาทิ้งไว้เพื่ออำพรางคดี จากนั้นได้คุมตัวไปฝากขังเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ดีได้มีรายงานช่วงหนึ่งว่า แม่ของคนร้าย ได้เผยกับสื่อมวลชนว่า ขอโทษแทนลูกชายตนด้วย กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  จากนี้ตนก็ทำได้เพียงต้องบอกกับลูกชายว่า ต้องรับกรรมที่ทำไป และสำหรับพฤติกรรมของนายรณกร ปกติแล้วก็มักจะเป็นคนไม่ค่อยพูดคุยกับใคร และชอบนอนดูหนังฟังเพลง ซึ่งตนก็ไม่คาดคิดว่าลูกชายตนจะก่อเหตุขึ้นขนาดนี้

สำหรับโทษทัณฑ์ของการก่อเหตุข่มขืนฆ่านั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 มีใจความว่า “ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000 บาท ถึง 40,000 บาท

โดยที่มาตรา 276 วรรค 2 ได้ให้ความหมายของการข่มขืนกระทำชำเราไว้ว่า การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่าการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำ กระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น

มาตรา 276 วรรค 3 กำหนดไว้ว่า ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง หรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกันต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 40,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต

มาตรา 277 ทวิ มีใจความว่า ถ้าข่มขืนตาม มาตรา 276 จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ

(1) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 40,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต

(2) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

มาตรา 277 ตรี ถ้าข่มขืนโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือระเบิดตาม มาตรา 276 วรรคสาม เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ

(1) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
(2) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เตรียมปรับความถี่การเดินรถในช่วงเวลาเร่งด่วน

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ทำสถิติยอดผู้ใช้บริการสูงสุดทั้งต่อเดือน และต่อวันในเดือนมีนาคม 2562 เตรียมปรับความถี่การเดินรถในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า-เย็น วันจันทร์ – ศุกร์ เป็น 8:30 นาที เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการของผู้โดยสาร

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า จากการเก็บรวบรวมสถิติยอดผู้โดยสาร ปรากฎว่าในเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมารถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ทำสถิติผู้โดยสารสูงสุด ( New High ) ทั้งต่อเดือน และต่อวัน

โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มียอดผู้โดยสารสูงสุดต่อวันที่จำนวน 95,771 คนต่อวัน และเดือนมีนาคม 2562 ทำสถิติผู้โดยสารสูงสุดต่อเดือนที่จำนวน 2,303,093 คน

ทั้งนี้ มาจากการที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ทั้ง 9 ขบวนมีความเสถียรในการให้บริการ ทำให้สามารถรองรับความต้องการใช้บริการของผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้น หลังจากนี้เพื่อเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้บริการของผู้โดยสาร บริษัทจึงเตรียมปรับความถี่ในการเดินรถไฟฟ้า ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า-เย็น วันจันทร์ – ศุกร์ เป็น 8:30 นาที โดยคาดว่าจะเริ่มในวันที่ 22 เมษายน 2562

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข Call Center 1690 หรือ www.srtet.co.th
www.facebook.com/AirportRailLink และ Twitter : Airport Rail Link