จับได้แล้ว คนร้ายตระเวนลักล้อแม็ก จนมุม ที่ จ.อุบลราชธานี

รวบแล้ว โจรลักล้อแม็กในพื้นที่ปทุมธานี ขณะหนีกบดาน ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เร่งนำตัวกลับขยายผล เล็งแถลงพรุ่งนี้

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 9 เม.ย.62 ผู้สื่อข่าว MThai ได้รายงานถึงความคืบหน้าในคดีที่มีคนร้าย ตระเวนก่อเหตุขโมยล้อแม็กรถยนต์ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จนมีประชาชนได้รับความเสียหายร่วม 10 รายตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้แล้ว ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ใน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี พร้อมของกลางเป็นรถยนต์กระบะฟอร์ดสีขาว หมายเลขทะเบียน บษ1818 อุบลราชธานี

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์แก่ผู้ก่อเหตุ ก่อนนำตัวกลับมาที่ จ.ปทุมธานี เพื่อทำการสอบสวนขยายผล ส่วนในเรื่องรายละเอียดนั้นเตรียมจะแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ (10 เม.ย. 2562)

สำหรับคดีลักทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา ได้มีการระบุไว้ว่า

มาตรา 334  ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท

มาตรา 335 ผู้ใด ลักทรัพย์

(1) ในเวลา กลางคืน
(2) ในที่ หรือ บริเวณ ที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิด อุทกภัย หรือ ในที่ หรือ บริเวณ ที่มีอุบัติเหตุ เหตุทุกขภัย แก่ รถไฟ หรือ ยานพาหนะอื่น ที่ประชาชนโดยสาร หรือ ภัยพิบัติอื่น ทำนองเดียวกัน หรือ อาศัยโอกาส ที่มีเหตุ เช่นว่านั้น หรือ อาศัยโอกาส ที่ประชาชน กำลังตื่นกลัว ภยันตรายใดๆ

(3) โดยทำอันตราย สิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครอง บุคคล หรือ ทรัพย์ หรือ โดยผ่าน สิ่งเช่นว่านั้น เข้าไป ด้วยประการใดๆ
(4) โดยเข้า ทางช่องทาง ซึ่ง ได้ทำขึ้น โดยไม่ได้จำนง ให้เป็นทางคนเข้า หรือ เข้าทางช่องทาง ซึ่ง ผู้เป็นใจเปิดไว้ให้
(5) โดยแปลงตัว หรือ ปลอมตัว เป็นผู้อื่น มอมหน้า หรือ ทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้ เห็นหรือจำ หน้าได้
(6) โดยลวงว่า เป็นเจ้าพนักงาน

(7) โดยมี อาวุธ หรือ โดยร่วมกระทำความผิด ด้วยกันตั้งแต่ สองคน ขึ้นไป
(8) ใน เคหสถาน สถานที่ราชการ หรือ สถานที่ ที่จัดไว้ เพื่อบริการสาธารณ ที่ตนได้เข้าไป โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ ซ่อนตัว อยู่ในสถานที่นั้นๆ
(9) ในสถานที่บูชาสาธารณ สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน ที่จอดรถ หรือ เรือสาธารณ สาธารณสถาน สำหรับขนถ่ายสินค้า หรือ ในยวดยานสาธารณ

(10) ที่ใช้ หรือ มีไว้ เพื่อสาธารณประโยชน์
(11) ที่เป็นของ นายจ้าง หรือ ที่อยู่ใน ความครอบครอง ของนายจ้าง
(12) ที่เป็นของ ผู้มีอาชีพกสิกรรม บรรดาที่เป็น ผลิตภัณฑ์ พืชพันธุ์ สัตว์ หรือ เครื่องมือ อันมีไว้ สำหรับประกอบกสิกรรม หรือ ได้มาจากการกสิกรรม นั้น

ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ หนึ่งปี ถึง ห้าปี และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง หนึ่งหมื่นบาท

ถ้า ความผิด ตามวรรคแรก เป็นการกระทำ ที่ประกอบด้วย ลักษณะดังที่บัญญัติไว้ ในอนุมาตราดังกล่าว ตั้งแต่ สองอนุมาตรา ขึ้นไป ผู้กระทำ ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ หนึ่งปี ถึง เจ็ดปี และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง หนึ่งหมื่นสี่พันบาท

ถ้า ความผิด ตามวรรคแรก เป็นการกระทำต่อ ทรัพย์ ที่เป็น โค กระบือ เครื่องกล หรือ เครื่องจักร ที่ผู้มีอาชีพกสิกรรม มีไว้สำหรับ ประกอบกสิกรรม ผู้กระทำ ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ สามปี ถึง สิบปี และ ปรับตั้งแต่ หกพันบาท ถึง สองหมื่นบาท

ถ้า การกระทำความผิด ดังกล่าวในมาตรานี้ เป็นการกระทำ โดยความจำใจ หรือ ความยากจนเหลือทนทาน และ ทรัพย์นั้น มีราคาเล็กน้อย ศาลจะลงโทษ ผู้กระทำความผิด ดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 334 ก็ได้

มาตรา 357 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้าความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อมูลบางส่วนจาก thanaiphorn.com

เส้นทางเลี่ยงรถติด ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562

กรมทางหลวง (ทล.) แนะนำเส้นทางการเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่ภูมิภาคต่างๆ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 พร้อมจัดทำ QR Code Scan สำหรับติดตามสภาพจราจรได้แบบเรียลไทม์

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ระหว่าง วันที่ 11 เมษายน 2562 – 18 เมษายน 2562 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง กรมทางหลวงจึงได้แนะนำเส้นทางการเดินทางในช่วงเทศกาลดังกล่าว ดังต่อไปนี้

กรุงเทพฯ – ภาคเหนือ

เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป รังสิต (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.พระนครศรีอยุธยา – จ.อ่างทอง – จ.สิงห์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย) – อ.มโนรมย์ (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์

เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป จ.นนทบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง – สุพรรณฯ) – จ.สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณฯ – ชัยนาท) – จ.ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์

เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป รังสิต – อ.วังน้อย – จ.สระบุรี – จ.ลพบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – อ.ตากฟ้า (ทางหลวงหมายเลข 11) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก

เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯไปรังสิต – ต่างระดับคลองหลวง (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – เชียงรากน้อย (ทางหลวงหมายเลข 3214) – ทางหลวงหมายเลข 347 จากนั้นมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข32 เข้าสู่ภาคเหนือ

เส้นทางที่ 5 จากกรุงเทพฯไปวงแหวนตะวันออก (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9) – ต่างระดับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) – อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – ถนนโรจนะ (ทางหลวงหมายเลข 309) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 เข้าสู่ภาคเหนือ

กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.สระบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน 1 ) – ต.ม่วงค่อม (ทางหลวงหมายเลข 205) – อ.ท่าหลวง (ทางหลวงหมายเลข 2256) – อ.ด่านขุนทด (ทางหลวงหมายเลข 2148) – อ.ขามทะเลสอ (ทางหลวงหมายเลข 2068) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.สระบุรี – อ.ปากช่อง – อ.สีคิ้ว (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป จ.นครนายก (ทางหลวงหมายเลข 305) – อ.บ้านนา (ทางหลวงหมายเลข 3051) – อ.แก่งคอย (ทางหลวงหมายเลข 3222) – อ.ปากช่อง (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯไป จ.ฉะเชิงเทรา (ทางหลวงหมายเลข 314 หรือ ทางหลวงหมายเลข 304) – อ.พนมสารคาม – อ.กบินทร์บุรี – อ.วังน้ำเขียว – อ.ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออก

เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.ชลบุรี (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 หรือมอเตอร์เวย์)

เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.บางปะกง (ทางหลวงหมายเลข 34 ถนนบางนา-ตราด) จากนั้นมุ่งหน้า สู่จังหวัดชลบุรี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท

เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป อ.พนัสนิคม – จ.ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 304)

กรุงเทพฯ – ภาคใต้

เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.สมุทรสาคร – จ.สมุทรสงคราม (ทางหลวงหมายเลข 35) – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.สามพราน – อ.นครชัยศรี – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป ถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338 ปิ่นเกล้า – นครชัยศรี) – อ.นครชัยศรี –จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นอกจากนี้ กรมทางหลวง ยังได้จัดทำ QR Code Scan สำหรับติดตามสภาพจราจรได้แบบเรียลไทม์ สำหรับ ผู้เดินทางโดยสามารถสแกน QR Code ได้ที่ www.doh.go.th

หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม หรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) ศูนย์บริการข้อมูลทางหลวงพิเศษ (Motorway) 1586 กด 7 และ ตำรวจทางหลวง 1193 (ตลอด 24 ชั่วโมง)


ที่มา: กรมทางหลวง

คลิปอธิบายสาเหตุ ร่างน้องภาคิน ไหลเข้าคลองไส้ไก่ ไกลจากบ้าน 15 กม.

เปิดคลิปเผยสาเหตุร่างน้องภาคิน ถูกน้ำพัดไปไกลจากจุดเกิดเหตุถึง 15 กิโลเมตร

จากเหตุการณ์การพบร่างของน้องภาคิน ด.ช.ภาคิน คิดตลอด อายุ 1 ขวบ 7 เดือน ที่หายตัวไปจากบ้านพักในพื้นที่ หมู่ 3 ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2562 ที่ผ่านมา  เสียชีวิตอยู่ภายในคลองไส้ไก่ พื้นที่ หมู่ 2 ต.ไร่มะขาม อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ห่างจุดที่หายตัวไปถึง 15 กิโลเมตรนั้น

น้องภาคิน

เพจ ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ได้มีการเผยแพร่คลิปอธิบายถึงสาเหตุที่ร่างของน้องภาคิน ไหลมาไกลจากจุดเกิดเหตุถึง 12 กิโลเมตร ก่อนที่จะเข้าคลองไส้ไก่ ว่า   ส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงดังกล่าวกระแสน้ำแรงทำให้มีพลังมากพอที่จะพัดร่างของเด็กเล็กมาได้ไกลได้ ทั้งนี้ไม่ใช่เคทของน้องภาคินที่เกิดเหตุลักษณะนี้ เพราะเมื่อปี 2559 ก็ได้เกิดเหตุร่างเด็กลอยน้ำไกลไปประมาณ 10 กิโลเมตรเช่นเดียวกัน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นที่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

กรณีน้องภาคิน หากพลัดตกน้ำเสียชีวิตด้วยตัวเอง ร่างจะสามารถลอยมาได้ไกลถึง 12 กิโลเมตรหรือไม่
.
เคยมีกรณีเด็กวัยใกล้เคียงกับน้องภาคิน พลัดตกน้ำที่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เมื่อปี 2559 กรณีนั้นร่างเด็กลอยน้ำไกลไปประมาณ 10 กิโลเมตรเช่นเดียวกันครับ
.
คลิปด้านล่างนี้ ทีมงานมูลนิธิกระจกเงา ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางน้ำ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา เป็นคลองส่งน้ำสาย 3 แยกไปทางอำเภอบ้านลาด คลองสายที่พบร่างเด็ก เรียกว่า “สาย 2 ซ้ายสายใหญ่ 3” จุดนี้เป็นประตูระบายน้ำแยกคลองส่งน้ำเป็น 2 สาย ดูความแรงของน้ำครับ.

ขณะที่เพจ ไทยคู่ฟ้า ได้มีการโพสต์ข้อความแนะนำผู้ปกครองว่าควรตั้งสติให้ดี หากเกิดเหตุการณ์เด็กและเยาวชนที่อยู่ในการดูแลเกิดหายตัวไป จากนั้นให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำดังนี้ เพื่อจะช่วยให้การค้นหาเจอตัวเด็กเร็วยิ่งขึ้น

1.ตรวจสอบบริเวณที่เด็กหายด้วยตัวเอง

2.โทรแจ้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300

3.เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ที่เด็กหายไป

4.ตรวจสอบว่าใครพบเห็นเด็กครั้งสุดท้าย

5.พยายามหาเบาะแสให้ได้มากที่สุด เช่น ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เด็กหายไป

อนึ่ง  “คลองไส้ไก่” หรือ คลองระบายน้ำรอบพื้นที่ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยขุดให้คดเคี้ยวไปตามพื้นที่เพื่อให้น้ำกระจายเต็มพื้นที่เพิ่มความชุ่มชื้น ลดพลังงานในการรดน้ำต้นไม้  อีกทั้งยังช่วยดักตะกอนดิน และความเร็วของน้ำ รวมถึงดักเก็บใบไม้ร่วงลงหมักเป็นอาหารเลี้ยงดิน ให้ดินเลี้ยงป่า ให้ป่าเลี้ยงคน ฅนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้นั่นเอง