ไทยตอนบนอากาศร้อนถึงร้อนจัด อีสาน-ตะวันออก-ใต้ มีฝนฟ้าคะนอง

กรมอุตุฯ เผย ไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ขณะที่ อีสาน-ตะวันออก-ใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปกับมีอากาศร้อนจัดเป็นบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในระยะนี้ไว้ด้วย

หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปกับมีอากาศร้อนจัดเป็นบางพื้นที่ ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมภาคใต้

ภาคเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 15-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

กทม.ประดับซุ้มเฉลิมพระเกียรติ ‘เครื่องราชกกุธภัณฑ์’ เตรียมงานพระราชพิธีฯ

สำนักงานกรุงเทพมหานคร โดยสำนักการโยธา กทม.ได้ประดับซุ้มเฉลิมพระเกียรติ’เครื่องราชกกุธภัณฑ์’ เตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานกรุงเทพมหานคร โดยสำนักการโยธา กทม.ได้ประดับซุ้มเฉลิมพระเกียรติ’เครื่องราชกกุธภัณฑ์’ เตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก บริเวณถนนราชดำเนิน โดยมีซุ้มเฉลิมพระเกียรติเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ประกอบไปด้วย

พระมหาพิชัยมงกุฎ

เป็นราชสิราภรณ์ สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ทำด้วยทองลงยา ประดับนวรัตน์ มีเพชรเม็ดใหญ่ประดับไว้บนยอดชื่อ มหาวิเชียรมณี พระมหามงกุฎ หมายถึง ยอดวิมานของพระอินทร์ ผู้เป็นประชาบดีของสวรรค์ชั้นสอง คือ ชั้นดาวดึงส์ ในสมัยโบราณถือว่า มงกุฎมีความสำคัญเท่ากับราชกกุธภัณฑ์อื่น ๆ ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้ทำตามราชสำนักยุโรปที่ถือว่า ภาวะแห่งความเป็นกษัตริย์ อยู่ที่เวลาได้สวมมงกุฎ แต่นั้นมาจึงถือว่าพระมหาพิชัยมงกุฎ เป็นสิ่งสำคัญในบรรดาเครื่องราชกกุธภัณฑ์

พระแสงขรรค์ชัยศรี

เป็นพระแสงศาสตราวุธประจำพระองค์พระมหากษัตริย์ พระขรรค์ หมายถึงพระปัญญาในการปกครองบ้านเมือง พระแสงองค์นี้มีประวัติว่า เป็นของเก่า เดิมตกจมอยู่ในทะเลสาบเขมร ที่เมืองเสียมราฐ ชาวประมงทอดแหได้ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๗ เจ้าพระยาอุภัยภูเบศร์ (แบน) เจ้าเมืองเสียมราฐ ได้นำทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ เมื่อวันที่พระแสงองค์นี้มาถึงพระนคร ได้เกิดอสุนีบาตตกในพระนครถึง ๗ แห่ง เช่นที่ประตูวิเศษไชยศรี และประตูพิมานไชยศรี ซึ่งเป็นทางที่อัญเชิญ พระแสงองค์นี้ผ่านไป ดังนั้น ประตูพระบรมมหาราชวังดังกล่าวจึงมี คำท้ายชื่อว่า “ไชยศรี” ทั้งสองประตู เช่นเดียวกับ ชื่อพระขรรค์องค์นี้

พระแสงขรรค์ชัยศรี เป็นพระแสงศาตราวุธที่สำคัญที่สุด ในพระราชพิธีที่สำคัญคือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และพระราชพิธี ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา

ธารพระกร

เดิมเรียกว่า ธารพระกรชัยพฤกษ์ เนื่องจากทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ หุ้มทอง หัวและส้นเป็นเหล็ก คร่ำลายทอง ลักษณะเหมือนไม้เท้า พระภิกษุที่ใช้ในการชักมหาบังสุกุล

วาลวิชนี

เป็นชื่อที่ใช้เป็นทั้งพัดและแส้ กล่าวคือ ในอรรถกถา สมันตปาสาทิกา ใช้คำว่า จามร ซึ่งเป็นแส้ทำด้วยขนหางจามรี ส่วนวาลวิชนีเดิมเป็นพัดใบตาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ทรงมีพระราชดำริว่า ชื่อ วาลวิชนีนั้น คำว่าวาล เป็นขนโคชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า จามรี จึงทรงทำแส้ขนจามรีขึ้น มีด้ามเป็นแก้ว และให้ใช้คู่กันไปกับพัดวาลวิชนี ซึ่งทำด้วยใบตาล ด้ามและเครื่องประกอบทำด้วยทองลงยา

ฉลองพระบาทเชิงงอน

ฉลองพระบาทมีที่มาจากเกือกแก้ว ซึ่งหมายถึง แผ่นดินอันเป็นที่รองรับเขาพระสุเมรุ และเป็นที่อาศัยของ อาณาประชาราษฎร์ทั่วทั้งแว่นแคว้น ฉลองพระบาทเชิงงอนนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ตามแบบอินเดียโบราณ

หนุ่มเมืองปทุม สุดงง!! ไม่ได้เป็นอริแต่กลับถูกทหารโหดกรีดหน้า

หนุ่มไปช่วยงานบวชนาครุ่นน้อง แต่ถูกทหารโหดกรีดหน้า ยันไม่เคยรู้จักหรือเคยมีเรื่องมาก่อน

จากกรณีที่มีวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันด้วยการใช้อาวุธมีดแทงกันและใช้ขับรถยนต์พุ่งชนวัยรุ่นกลุ่มคู่อริจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน3ราย ภายในงานฉลองอุปสมบทภายใน อาคารอเนกประสงค์เทศบาลเมืองท่าโขลง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จนเป็นเหตุให้นายชัยพัทธ์ สิริปิ อายุ 17 ปี เสียชีวิตนอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ2ราย โดยผู้ก่อเหตุได้อาศัยช่วงชุนมุนหลบหนีไปได้ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด

ล่าสุดวันที่ 8เมษายน2562 สิบโททัศนัย สีคราม อายุ 25 ปี สังกัดกรมรบพิเศษที่ 1 ได้เดินทางเข้ามามอบตัวกับ ร.ต.อ.ชัยยันต์ คุณรักษ์ รองสว.สอบสวน สภ.คลองหลวง โดยให้การรับสารภาพว่าที่ตนเองทำไปนั้นเพื่อป้องกันตัว จากนั้นทางผู้บังคับบัญชาก็ได้นำตัวขึ้นรถ ขับตามรถเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปจากสภ.คลองหลวง ทันทีก่อนนำตัวไปส่งศาลทหาร

เบื้องต้น ร.ต.อ.ชัยยันต์ คุณรักษ์ รองสว.สอบสวนสภ.คลองหลวง ได้แจ้งข้อหากับสิบโททัศนัย สีคราม ข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัสพกอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร หรือพาไปในชุมนุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริงหรือการอื่นใด ล่าสุดทราบว่าได้ฝากขังที่ศาลทหารเพราะไม่มีผู้ใดยื่นหลักทรัพย์เพื่อประกันตัว

ทางด้านนายนิวัฒน์ จอมมะเริง หรือเอ อายุ25ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งออกจากโรงพยาบาลแล้ว เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนเองได้ไปร่วมงานฉลองอุปสมบทรุ่นน้อง ขณะเกิดเหตุตนเองกำลังเดินทางกลับโดยเดินออกจากโต๊ะ เพราะงานเลิกและกำลังขึ้นคร่อมรถจยย.เพื่อสตาร์ท จากนั้น สิบโททัศนัย สีคราม หรือหนึ่ง ผู้ต้องหาได้เดินมาหาตนเอง แล้วก็พูดว่า “ข้องอะไรหรือป่าว”

จากนั้นเพื่อนของผู้ต้องหาได้เดินมาหาตนเองและพูดคุยด้วยดีบอกว่า “ใจเย็นมันเมา ไม่เป็นไร” โดยเพื่อนของผู้ต้องหาได้ให้ตนเองจับมือกับผู้ต้องหา ตนเองก็ยอมจับแต่ผู้ต้องหาไม่จับมือด้วยและสะบัดมือหนี จากนั้นผู้ต้องหาก็ต่อยตนเองก่อนจะมีกลุ่มเพื่อนผู้ต้องหาและเพื่อนตนเองเข้ามาห้ามปราม ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเข้าไปที่รถไม่คว้ามีดออกมา แล้วปลี่เข้ามาแทงที่หน้าตนเองจนได้รับบาดเจ็บ

กลุ่มเพื่อนจึงเข้ามาห้ามปราม ตนเองก็บอกกับเพื่อนผู้ก่อเหตุที่ชื่อตองไปว่า ตนเองไม่ได้มีอะไรนะตนมาช่วยงานสนุกๆ ตนเองไม่ได้มีปัญหาอะไร ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งไปขึ้นรถยนต์ของตนเองและสตาร์ทเครื่องพุ่งชนน้องที่เสียชีวิตและวัยรุ่นที่ยืนบริเวณทางออกจากงานคล้ายจะหลบหนี แต่ไปไม่ได้เพราะมีคนยืนอยู่จำนวนมากก่อนเปิดประตูแล้ววิ่งหลบหนี

โดยยืนยันว่าในวันนั้นตนเองก็ไปร่วมงานเพียงคนเดียวก่อนจะไปเจอนาคที่เป็นรุ่นน้อง และไม่ได้นั่งโต๊ะเดียวกันกับผู้เสียชีวิตโดยตนเองนั่งกลุ่มเพื่อนที่มีอายุรุ่นราวคลาวเดียวกัน และไม่เห็นด้วยซ้ำว่าผู้ก่อเหตุนั่งอยู่โต๊ะไหน และยืนยันว่ากลุ่มเพื่อนก็ไม่มีใครมีเรื่องกับผู้ก่อเหตุ และไม่รู้จักด้วยซ้ำก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องมาทำร้ายตนเอง

ทางด้านนายวสุ สิริปิ อายุ 46 ปี บิดาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเองมีลูกชายเพียงคนเดียวและในวันที่ 19 เมษายน 2562 นี้ก็จะรับใบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) แผนกช่างไฟฟ้า ของสถาบันอาชีวะแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

โดยในวันเกิดเหตุตนเองไม่อยู่บ้าน มีเพียงภรรยาอยู่และบุตรชายได้ขอไปร่วมงานบวชเพื่อน ก่อนที่กลางดึกจะมีเพื่อนลูกโทรมาบอกว่า ลูกประสบอุบัติเหตุอาการน่าเป็นห่วงก่อนจะเสียชีวิต ตนเองเสียใจมาก ถึงขณะนี้ยังไม่มีบุคคลในครอบครัวของผู้ก่อเหตุออกมาให้การรับผิดชอบ หรือเข้าขอขมาศพ ซึ่งหากจะมาขอโทษหรือขอขมาตนเองก็พร้อมที่จะพูดคุย ต้องบอกว่าฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ดีมากต้องหาเงินจากเพื่อนสนิทมารับศพลูกและจัดงานศพตามประเพณี และอยากรู้ว่าทำไมถึงต้องทำกับลูกชายตนเองแบบนี้

ทั้งนี้ยังอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งผลทางคดีให้ทราบด้วยว่าถึงขั้นตอนไหนแล้ว เพราะถึงขณะนี้ตนเองทราบจากข่าวเพียงเท่านั้น จึงไม่ทราบว่าถึงขั้นตอนไหนแล้วเพราะยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงให้ทราบและกลัวว่าเรื่องจะเงียบไป

ขณะที่ ร.ต.อ.ชัยยันต์ คุณรักษ์ รองสว.สอบสวน สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า จะได้มีการเรียกผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกหากพบมีการกระทำผิดอีกก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม สำหรับการแจ้งความคืบหน้าทางคดีนั้นตนเองก็ทำตามระเบียบ ทำคดีอย่างตรงไปตรงมาให้ผู้ปกครองมั่นใจได้