กฟผ.แจงไม่มีการเปิดรับสมัครงาน หลังโซเชียลแห่แชร์หนัก

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แจงไม่มีการเปิดรับสมัครงาน หลังโซเชียลแห่แชร์หนัก

จากกรณีมีการแชร์ข่าวในโลกออนไลน์ระบุว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้มีการเปิดรับสมัครพนักงาน ในอัตราเงินเดือน 12,500 บาท จนมีมีการแชร์ส่งต่อกันในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก ล่าสุดวานนี้ ( 7 เม.ย.62 ) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ออกประกาศถึงกรณีดังกล่าว โดยมีเนื้อหาระบุว่า

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีการเปิดรับสมัคร พนักงาน คุณวุฒิ ปวส. ขึ้นไป ในอัตราเงินเดือน 12,500 บาท นั้น

กฟผ. ขอเรียนให้ทราบว่า ปัจจุบัน กฟผ. อยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้าง และกรอบอัตรากำลังขององค์กร เพื่อให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ดังนั้น ในขณะนี้ กฟผ. จึงยังไม่มีการเปิดรับสมัครงานเพื่อบรรจุเป็น พนักงาน กฟผ. ตามที่ปรากฏเป็นข่าวแต่อย่างใด

กรณีมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์การ โทร. 0 2436 5311 ในวันและเวลาราชการ หรือ ติดตามข่าวประกาศรับสมัครงานได้ที่เว็บไซต์ www.egat.co.th

ขอบคุณ กฟผ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

เซปิง เฟซออฟ แจงกรณีถูกกล่าวหาฉ้อโกง จ่อฟ้องกลับคนทำเสียชื่อเสียง

ดร.เซปิง ปธ.โครงการเฟซออฟ ชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาฉ้อโกง ยันไม่ได้โกงใคร-ไม่ใช่แพทย์ เล็งฟ้องกลับคนทำเสียชื่อเสียง

วันที่ 8 เม.ย. 62 ที่บ้านเลขที่ 124/3 โซน N หมู่บ้านมณียาเพอร์เฟคมาสเตอร์พีช ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี น.ส.เซปิง ไชยศาส์น ประธานโครงการเฟซออฟ พร้อมด้วย ดร.จำนงค์ ไชยมงคล ทนายความ ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีถูกกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน โดยมีการนำรูปภาพผู้ทำศัลยกรรมมายกเป็นกรณีตัวอย่างด้วย

น.ส.เซปิง เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ ยอมรับว่า เป็นความโหดร้ายที่สุดของชีวิตที่ตนถูกกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน ท้้งที่ไม่เคยทำและไม่เคยคิด แต่หลังจากเกิดเรื่องขึ้น ตนได้กำลังใจจากทั้งคนรอบข้าง และคนที่เคยทำศัลยกรรมของโครงการ และคนที่เคยร่วมงาน ซึ่งเป็นคนที่รู้ว่าตนทำอะไรไปบ้าง ต้องขอขอบคุณทุกๆคน

ส่วนสาเหตุที่ต้องจัดแถลงข่าววันนี้ เนื่องจากมีกรณีสื่อมวลชนบางสำนัก ได้เสนอรายงานข่าวเพียงด้านเดียว ซึ่งให้ข้อมูลเป็นเท็จและสร้างความเข้าใจผิดต่อโครงการและตน รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจใหญ่ร่วมแถลงข่าวในข้อหาฉ้อโกงประชาชน นับได้ว่านอกจากเป็นการใส่ความ และเป็นการกล่าวหาโดยยังไม่มีหลักฐาน หรือข้อพิสูจน์ใดๆ ตนขอยืนยันว่าไม่เคยฉ้อโกงใคร ไม่ได้มีกระบวนการใดๆที่จะเป็นการฉ้อโกง ไม่ได้กระทำการใดที่ผิดกฎหมาย และไม่ได้ถูกอายัดทรัพย์ตามที่เป็นข่าว

น.ส.เซปิง เปิดเผยอีกว่า โครงการเฟซออฟด็อกเตอร์เซปิง ตั้งขึ้นเพื่อให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะมีความรู้เรื่องศัลยกรรม หรือ ผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรม โดยทำใหม่ หรือแก้ไขที่เคยผิดพลาดจากเจ้าอื่นซึ่งได้มาขอความช่วยเหลือ เราได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและแนะนำความรู้ตามประสบการณ์ที่ได้ผ่านการทำศัลยกรรมมาเช่นกัน เพราะเราไม่ใช่แพทย์ และย้ำทุกครั้งกับผู้ที่มาขอคำปรึกษาว่าไม่ใช่แพทย์

หลังจากให้คำปรึกษา จึงแนะนำให้ทำศัลยกรรมกับโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานทุกคน และยืนยันว่าตนไม่ได้มีส่วนได้เสียกับทางโรงพยาบาล เพราะที่บ้านก็มีธุรกิจอยู่แล้ว ส่วนประเด็นที่มีผู้กล่าวอ้างว่า ทำศัลยกรรมแล้วไม่สวย ตนขอชี้แจงว่า ความสวยไม่อาจหาข้อยุติในแต่ละบุคคล การทำศัลยกรรมของโครงการ คือการทำให้ทุกคนดูดี และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ที่สำคัญภายหลังทำศัลยกรรมต้องดูแลตัวเองเรื่องสุขภาพด้วยเช่นกัน

น.ส.เซปิง เปิดเผยด้วยว่า กรณีที่มีผู้ทำศัลยกรรมไปออกรายการดัง จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนั้น เนื่องจากผู้เข้าร่วมโครงการที่โครงการระบุว่า เป็นการทำศัลยกรรมที่ถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ รวมถึง ประเด็นการผ่อนชำระ ซึ่งทางโครงการได้ผ่อนผันให้เพื่อให้โอกาสผู้เข้าร่วม โดยไม่ได้คิดดอกเบี้ย

แต่ผู้ทำศัลยกรรมเกิดไม่ต้องการชำระหนี้ตามที่ตกลง จึงรวมตัวกันตั้งกลุ่มและพากันเรียกร้องในรายการตามที่มีการเสนอข่าว ตนมั่นใจว่าไม่ผิด ไม่ได้ฉ้อโกงใคร หลังจากนี้ จะเดินหน้ารวบรวมข้อมูลและหลักฐานทั้งหมด เพื่อฟ้องกลับคนที่ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงในข้อหาหมิ่นประมาท ส่วนจะฟ้องกลับสื่อด้วยหรือไม่ ก็ต้องมาวิเคราะห์ก่อน อาจจะมีบางสื่อ

ส่วนกรณีมีการอ้างว่าถูกมัดมือมัดเท้านั้น ไม่เป็นความจริง ขอชี้แจงว่า ที่นี่เราไม่มีห้องผ่าตัด การมัดมือมัดเท้าจึงไม่เมคเซ้นส์ เมื่อผู้ที่จะเข้าโครงการมาถึง จะเขียนเอกสารร่วมโครงการ จากนั้นจึงเดินทางไปโรงพยาบาลที่เราแนะนำด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชั้นนำ ระดับอินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อทำการผ่าตัด

ซึ่งบางอย่างที่เราแนะนำ ถ้าศัลยแพทย์ไม่ทำให้ ผู้จะผ่าตัดก็ต้องคุยกับแพทย์โดยตรงว่าจะผ่าตัดรายการใด ประเด็นที่อ้างว่าไม่มีการพบแพทย์จึงไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ที่อ้างว่ามาแล้วถูกข่มขู่แล้วจับผ่าตัดเลยก็ไม่ใช่

ทั้งนี้โครงการเฟซออฟ ตั้งขึ้นมาเพื่อต้องการยกระดับศัลยกรรมไทย และช่วยเหลือโดยให้ความรู้กับประชาชน ไม่ให้ถูกหลอก ซึ่งพิสูจน์ได้ สามารถดูในช่องทางยูทูปที่มีเป็น 1,000 เคส จึงตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดถึงไม่มาฟ้องว่าฉ้อโกงทั้งหมด แต่กลับมีเพียง 6-7 คน ที่ผ่าตัดไปแล้วนานกว่า 2 ปี คิดว่าโดนหลอก จึงหวังว่าสังคมจะให้ความเป็นธรรม

กรณีที่มีการบอกว่าทำศัลยกรรมแล้วมีอาการเจ็บ ชา ตนคิดว่าแต่ละคนปัญหาไม่เหมือนกัน จึงต้องให้ทางโรงพยาบาลที่เป็นกลางตรวจพิสูจน์ ส่วนที่อ้างว่า ผ่าตัดไม่ได้แล้วไม่ได้เงินคืน ก็ไม่เป็นความจริง ยืนยันว่า ได้รับเงินคืนทุกเคส รวมถึง เงินจองสิทธิ์ราคาถูกก็ได้คืนทุกเคส จึงไม่เคยมีใครมาแจ้งความ ถือเป็นคำกล่าวอ้าง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีส่วนกับการสั่งย้ายนายตำรวจระดับสูงรายหนึ่งด้วยหรือไม่ น.ส.เซปิง ตอบว่า ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่ทราบเรื่อง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อาจเพราะเป็นไม่กี่คดีที่ถูกจับในเวลาใกล้เคียงกัน จึงถูกโยงไปด้วย

ลือ!! ‘บิ๊กโจ๊ก’ โผล่รายงานตัวที่ ศปก.ตร. แล้ว

‘บิ๊กโจ๊ก’ โผล่รายงานตัวที่ ศปก.ตร. แล้ว ทางด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ ปฎิเสธกระแสข่าวได้รับมอบหมาย สอบสวนวินัย และคดีอาญารวม 6 ข้อหากับ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ยันไม่เป็นความจริง

จากกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 232/2562 เมื่อวันที่ 5 เม.ย.62 เรื่องข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล พ้นจากตำแหน่ง ผบช.สตม. ปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร. โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิมนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด มีข่าวมีรายงานว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้มารายงานตัวที่ ศปก.ตร. ตามคำสั่งดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา และยังมารายงานตัวอีกครั้ง เมื่อช่วงสายของวันที่ 8 เมษายน ตามกำหนดการจะต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ ศปก.ตร. โดยเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงาน เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้เดินทางมาเซ็นชื่อที่ ศปก.ตร. พบว่ามีสีหน้ายิ้มแย้มปกติ

ส่วนกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นผู้ควบคุมและสอบสวนวินัย และคดีอาญารวม 6 ข้อหา กับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงเชื่อได้ว่าเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น

ขณะที่ทางด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ก็ได้ปฎิเสธว่าไม่เป็นความจริงพร้อมฝากเตือนถึงการนำเสนอข่าวในข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ผู้สื่อข่าวก็ยังไม่พบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ แต่อย่างใด ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อผ่านทางโทรศัพท์มือถือส่วนตัวก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งตามปกติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จะเป็นนายตำรวจที่รับโทรศัพท์ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับในวันที่ 9 เม.ย.62 เวลา 13.30 น. ตามกำหนดการ พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธาน ก.ตร.จะมีหมายการประชุมวาระเร่งด่วนพิเศษเพื่อสรรหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทน ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ โดยถาวรนั้นโดยการวางตัว ผบช.สตม.คนใหม่ คุณสมบัติว่าต้องเป็นผู้บัญชาการแล้ว โยกสลับเท่านั้น