‘บิ๊กป้อม’ สั่งเข้มบังคับใช้กฎหมาย โทษสูงสุด ‘เมาแล้วขับ’ ช่วงหยุดยาวสงกรานต์

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เข้มบังคับใช้กฎหมาย สัญญาณเตือนไม่ประมาทและลดพฤติกรรมเสี่ยงก่อนสงกรานต์

วันที่ 8 เม.ย. 62 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า สัปดาห์สุดท้ายก่อนการเดินทางกลับภูมิลำเนาของพี่น้องประชาชน ในห้วงเทศกาลสงกรานต์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนรม.และรมว.กห. ได้ย้ำ ขอให้ทุกส่วนราชการ เน้นหนักการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถใช้ถนนอย่างจริงจัง ร่วมกับการรณรงค์ขอความร่วมมือประชาชนผ่านสื่อมวลชนในทุกช่องทาง เพื่อเป็นสัญญานเตือนของการตั้งอยู่บนความไม่ประมาท และลดพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนนในทุกการเดินทางร่วมกัน โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายโทษสูงสุดกับ การเมาแล้วขับ ขับรถเร็วและประมาท อันเป็นเหตุให้เกิดการเสียชีวิต

พร้อมกันนี้ ได้กำชับ ให้หัวหน้าทุกส่วนราชการทั้งส่วนกลางและภูมิภาคในทุกจังหวัด ตรวจสอบความพร้อมมาตรการต่างๆและดำรงความเข้มข้นบังคับใช้กฎหมาย เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนตลอดเทศกาลสงกรานต์ต่อเนื่องกันไปทั้ง 6 มาตรการสำคัญ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านคน ยานพาหนะและสภาพแวดล้อม การดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว การช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ และมาตรการบริหารจัดการ ที่เน้นตอบสนองการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วและปลอดภัย โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงผู้ใช้มอเตอร์ไซด์ รวมทั้งพื้นที่จังหวัดและชุมชนที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงในทุกปี

พล.ท.คงชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ห้วงเวลาแห่งความสุขดังกล่าว จำเป็นที่เราทุกครอบครัว ต้องมีส่วนร่วมเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยกันและกัน ควบคู่กับการทำงานหนักของเจ้าหน้าที่รัฐในทุกปี พร้อมกับขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ร่วมกิจกรรมรณรงค์ “ ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” รวมทั้ง “ ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด” และ “มอเตอร์ไซด์ เปิดไฟหน้า ใส่หมวกกันน็อค” โดยร่วมขยายผลปลุกสำนึกวินัยจราจรไปด้วยกันอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งขอให้เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่จำเป็นต้องเข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งอาจได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยจากอุบัติเหตุของพี่น้องประชาชนทุกคน

โฆษก คสช. ยืนยัน ไม่ได้กลั่นแกล้ง ‘ธนาธร’ ชี้กฎหมายเปิดช่องให้แก้ต่าง พิสูจน์กันได้อย่างเสรี

โฆษก คสช. ยืนยัน ไม่ได้กลั่นแกล้ง นายธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุ คนโดนคดีขึ้นศาลทหาร เป็น “กลุ่มเดิมหน้าเดิม” ชี้กฎหมายเปิดช่องให้ไปแก้ต่างพิสูจน์กันได้อย่างเสรี

จากกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit เมื่อ 6 เมย. 62 มีข้อความว่า “ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ข้อหานี้ ไม่ได้มีธนาธรแค่คนเดียวที่โดน เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีคนไทย อีกไม่น้อยถูกดำเนินคดีและถูกกลั่นแกล้งด้วยวิธีต่างๆ นานา เพียงเพราะพวกเขาเห็นว่า คสช. ไม่มีความชอบธรรมในการปกครองประเทศ ดังนั้นเราจะต่อสู้ไปด้วยกันนะครับ”

ล่าสุด พันเอกวินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่า ถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ถึงไม่น้อย แต่ก็ไม่มาก เมื่อเทียบสัดส่วนคนไทยทั้งประเทศ เพราะเชื่อว่า ขณะนั้นคนส่วนใหญ่เข้าใจ จะมีเพียงส่วนน้อยจริงๆ ซึ่งถ้าติดตามข่าวสาร จะเห็นว่าส่วนใหญ่ จะเป็น “กลุ่มเดิมหน้าเดิม” นอกจากบางคนที่อาจจะไม่ได้ออกหน้า หรือแสดงตนในลักษณะที่เปิดเผย

ทั้งนี้ กรณีที่กล่าวว่าถูกกลั่นแกล้งด้วยวิธีต่างๆ นานานั้น พันเอกวินธัย เชื่อว่าไม่ไช่ การกลั่นแกล้ง “ด้วยหลักของธรรมชาติทุกๆ พฤติกรรม และการกระทำของบุคคล ย่อมเป็นเรื่องส่วนบุคคล คงไม่มีใครบังคับใครได้”

นอกจากนี้ การกระทำนั้น จะผิดถูกอย่างไรทุกสังคมมีกลไก ด้านกระบวนการยุติธรรมเป็นตัวตัดสินอีกทั้งได้เปิดช่องให้ทุกฝ่าย ไปแก้ต่างพิสูจน์กัน ได้อย่างเสรี “การกล่าวหาว่า คสช.กลั่นแกล้ง จึงเป็นเพียงมุมมองส่วนบุคคล อาจคิดเองตามทัศนคติเดิมๆ เป็นเรื่องที่สังคมสามารถใช้วิจารณญาณได้” แต่หากยังคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจริง สามารถร้องได้ตามระบบเพราะปกติทั่วไป กระบวนการยุติธรรมทั่วทั้งสากล ได้เปิดช่องให้ผู้เสียหายสามารถดำเนินการเอาเรื่องฟ้องกลับเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่ประพฤติไม่ดีได้

สำหรับ กรณีที่กล่าวอ้างว่า ที่มีการฝ่าฝืนกฎหมายของบางกลุ่ม เพราะเห็นว่า คสช. ไม่มีความชอบธรรมในการปกครองประเทศ นั้น โฆษก คสช. กล่าวว่า เป็นเพียงมุมมองที่จำกัดเฉพาะกลุ่ม หรือส่วนบุคคลมากกว่า เพราะตลอดที่ผ่านมา เชื่อว่า ประชาชน เห็นการเปลี่ยนแปลง เห็นการแก้ไขปัญหา เห็นการวางรากฐานการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต ที่สำคัญประชาชนเข้าใจในสิ่งที่คสช.ได้ทำเพื่อประเทศตลอด 5 ปี ที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มจากหยุดยั้งการสูญเสีย แก้ไขฟื้นฟูการที่ไทยกำลังจะเป็นรัฐที่ล้มเหลว พยายามจัดระเบียบสังคม หยุดแก้ไขเรื่องที่ไม่ดีและมีปัญหาค้างหมักหมมของประเทศ หลายเรื่องทำให้ประเทศสงบ เดินหน้าได้

พายุฤดูร้อนถล่ม 11 จังหวัด บ้านเรือนเสียหายกว่า 971 หลังคา

ปภ. สรุปมี 11 จังหวัด ประสบพายุฤดูร้อน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 971 หลัง บาดเจ็บ 8 ราย เร่งประสานช่วยเหลือ

วันนี้(8 เม.ย.) นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 5 – 8 เมษายน 2562 เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ นครพนม ขอนแก่น แพร่ มหาสารคาม อุบลราชธานี พิษณุโลก ปทุมธานี สกลนคร ลำปาง เลย และเพชรบูรณ์ รวม 16 อำเภอ 37 ตำบล 74 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 971 หลัง ผู้บาดเจ็บ 8 ราย

ซึ่ง ปภ.ได้ประสานจังหวัดหน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไปและอากาศร้อนจัดเป็นบางพื้นที่ ขณะที่ลมใต้และ ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมี ฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีลมตะวันออกพัดปกคลุมทำให้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ปภ.จึงได้ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่ และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ขอฝากเตือนติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ส่วนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง