แห่ต้อนรับแน่น!! อนาคตใหม่พบปะชาวนครปฐม-สมุทรสาคร ขอบคุณทุกคะแนนเสียง

พรรคอนาคตใหม่ลุยต่อ พบชาวนครปฐมต่อสมุทรสาครขอบคุณทุกคะแนนเสียง แฟนคลับมารอพบปะและขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค และอดีตผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครปฐม ประกอบไปด้วยสาวิกา ลิมปะสุวัณณะ, ภาคิน สวนแก้ว, สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา, สาโรจน์ จุ้ยเจริญ, และจุมพิตา จันทรขจร ร่วมขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนในจังหวัดนครปฐม ที่ลงคะแนนให้กับพรรคอนาคคใหม่

โดยในจังหวัดนครปฐมนี้ พรรคอนาคตใหม่ได้คะแนนเสียงกว่า 160,000 เสียง และได้ว่าที่ ส.ส. 2 เขต คือสุทธวรรณ ที่เขต 3 และจุมพิตา ที่เขต 5

โดยเริ่มต้นขบวนที่หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน มุ่งสู่ชุมชนรอบตลาดสดตรีสุข มุ่งหน้าต่อไปยังชุมชนตลาดบนและตลาดล่างใกล้สถานีรถไฟนครปฐม ก่อนออกเดินทางต่อไปยังตลาดท่านา นครชัยศรี พุทธมณฑล ก่อนสิ้นสุดที่ตลาดน้ำดอนหวาย

มีประชาชนชูสามนิ้วให้กำลังใจตลอดเส้นทางที่แห่ผ่าน และขณะที่ลงพบปะประชาชนที่บริเวณตลาดน้ำดอนหวาย ก็มีคนเข้ามาให้กำลังใจและขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมากตั้งแต่หน้าทางเข้าตลาด จนไม่สามารถเดินเข้าไปในตลาดตามที่วางกำหนดการไว้ตั้งแต่ตอนแรกได้

หลังจากนั้น ธนาธรและคณะได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับอดีตผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 3 เขต คือทองแดง เบ็ญจะปัก, สมัคร ป้องวงษ์, และนายไพฑูรย์ หิรัญการ ขอบคุณประชาชนที่ร่วมกันลงคะแนนให้พรรคอนาคตใหม่กว่า 88,000 คะแนน จนได้ ส.ส. 2 ที่นั่งในจังหวัดสมุทรสาคร คือทองแดง ที่เขต 1 และสมัคร ที่เขต 2

โดยร่วมพบปะขอบคุณประชาชนที่บริเวณ หน้าทางเข้าหมู่บ้านสินสมบูรณ์ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน ก่อนเดินทางต่อไปยังตลาดชุมพล อ.เมือง, ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ ถ.ท่าปรง, วงเวียนน้ำพุ ต.มหาชัย, และตลาดนัดวัดบ้านไร่ ต.พันท้ายนรสิงห์ ซึ่งแต่ละจุดมีผู้สนับสนุน และแฟนคลับมารอพบปะและขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ นายทหารสัญญาบัตร 2 ราย

โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ แก่นายทหารสัญญาบัตร 2 ราย

เมื่อวันที่ 7 เมษายน ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ มีรายละเอียดระบุว่า

มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศ พลเรือเอก และ พลอากาศเอก เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่นายทหารสัญญาบัตร จำนวน 2 ราย ดังนี้

1. พลเอก ณัฐ อินทรเจริญ
2. พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2562

ผู้รับสนองพระราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

สาวญี่ปุ่น ทำฟาร์ม ‘มะเขือเทศเชอรี่’ ใช้เทคโนโลยี ขายแบบพรีเมียม และสร้างระบบงานเอื้อคนเป็นแม่

แม่ลูกอ่อนนั้นมักถูกหลีกเลี่ยงจากบริษัทในญี่ปุ่น เพราะมองว่าอาจจะถูกรบกวนจากภาระครอบครัว นั่นทำให้ อายากะ มิอุระ (Ayaka Miura) วัย 29 คุณแม่ของลูกสาววัย 4 ขวบ เจ้าของฟาร์ม ‘มะเขือเทศเชอรี่’ ที่ชื่อว่า ‘drop farm’ ในเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ สร้างสภาพแวดล้อมของการทำงานให้เหมาะกับคนเป็นแม่ที่ต้องเลี้ยงลูก ส่งผลให้บรรดาแม่ๆ จำนวนมากต่างอยากมาทำงานที่นี่

อายากะบอกว่า การทำฟาร์มนั้นง่ายสำหรับพวกแม่ๆ เพราะมันไม่ใช่งานที่เร่งด่วน ยืดหยุ่นเรื่องเวลาได้ และแทบไม่ต้องรับมือกับเดดไลน์ของลูกค้า แม้แต่เวลาคนงานต้องหยุดหลายวันเพราะลูกไม่สบาย คนอื่นก็สามารถดูแลพืชแทนได้ เพราะสิ่งที่คนเป็นแม่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกก็คือการให้เวลากับครอบครัว ไม่ใช่เรื่องของค่าตอบแทนที่สูง หรือความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่

นอกจากนี้เธอยังพบว่า การจ้างคนงานที่มีชั่วโมงการทำงานแบบสั้นๆ นั้นมี productivity สูงกว่าคนที่ทำงานแบบฟูลไทม์ ซึ่งอาจมีปัญหาเรื่องสมาธิหากต้องทำอะไรซ้ำซากจำเจ

ปัจจุบันฟาร์มมะเขือเทศเชอรี่ของอายากะ จ้างคนงานหญิง 12 คน และคนงานชายอีก 2 คน ผลผลิตของที่นี่จะจำหน่ายทางออนไลน์ รวมทั้งในซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ โดยกลุ่มลูกค้าหลักก็คือผู้หญิงที่เพิ่งมีลูกและกำลังให้ความใส่ใจในเรื่องการกิน ซึ่งแน่นอนว่าทีมงานของอายากะเข้าใจความรู้สึกของผู้บริโภคกลุ่มนี้เป็นอย่างดี

ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน ตอนที่อายากะเพิ่งคลอดลูกที่โตเกียว เธอมีความรู้เกี่ยวกับการทำฟาร์มเพียงเล็กน้อย ก่อนหน้านั้นเธอทำงานอยู่ในแวดวงเครื่องแต่งกายและโฆษณา แล้วจึงหันมาให้ความสนใจอาชีพการเกษตรภายหลัง ซึ่งเธอเชื่อว่าเธอน่าจะเริ่มต้นอาชีพนี้ได้ขณะที่เลี้ยงลูกไปด้วย

เมื่อมองหาทำเลทำฟาร์ม อายากะกังวลเรื่องปัจจัยเสี่ยงด้านภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมหรือไต้ฝุ่น เธอจึงตัดสินใจเช่าที่ดินของญาติสามีในเมืองมิโตะ เนื่องจากตั้งอยู่บนเนินและแวดล้อมด้วยป่า และเธอเองก็ชอบที่นี่มากด้วย

อายากะนำนวัตกรรมการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดินที่เรียกว่า ‘ไอเม็ค’ (Imec Film Farming) ซึ่งเธอเห็นในทีวีมาใช้กับฟาร์มมะเขือเทศเชอรี่ของเธอ วิธีการนี้ถูกคิดค้นโดย ดร.ยูอิจิ โมริ (Yuichi Mori) กล่าวคือจะใช้แผ่นฟิล์มไฮโดรเจลแทนดิน พืชจะดูดซึมน้ำและสารอาหารขึ้นมาสร้างการเจริญเติบโตได้อย่างดี ขณะที่เชื้อโรคกับไวรัสไม่สามารถผ่านเข้ามาได้เพราะความเล็กระดับนาโนของแผ่นฟิล์ม ซึ่งวิธีการนี้จะใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์

ด้วยวิธีการปลูกแบบไอเม็คนี้จะทำให้พืชรู้สึกกลัวอด มันจึงสังเคราะห์สารอาหารขึ้นมาอย่างเต็มที่ ผลที่ได้ก็คือผลผลิตที่มีคุณภาพสูง อายากะบอกว่ามะเขือเทศเชอรี่ของเธอซึ่งเต็มไปด้วยคุณค่าของสารอาหารอย่างวิตามินซี ไลโคปิน และกรดอะมิโนนั้น เป็นองค์ประกอบของความงามสำหรับลูกค้าของเธอ นี่เองเธอจึงได้ไอเดียในการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ของเธอว่า ‘Beauty Tomatoes’

drop farm ยังใช้ระบบคลาวด์ในการควบคุมสภาพแวดล้อมของโรงเรือนกระจกจากระยะไกล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิ ความชื้น หรือทิศทางลม ซึ่งอายากะตั้งเป้าว่าต่อไปจะให้คนงานของเธอเข้าถึงฐานข้อมูลนี้และสามารถทำงานผ่านสมาร์ทโฟนได้

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเชอรี่ของอายากะซึ่งเริ่มปลูกและจำหน่ายเมื่อปี 2015 ขายในราคาที่แพงกว่ามะเขือเทศเชอรี่ทั่วไปถึง 3 เท่า โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงซึ่งใส่ใจในการเลือกซื้อสินค้า

โดยเมื่อปีก่อนนับจนถึงเดือนกันยายน drop farm ขายมะเชือเทศเชอรี่ไป 20 ตัน คิดเป็นเงิน 35 ล้านเยน และในปีบัญชีนี้คาดหวังว่าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เนื่องจากเพิ่งขยายพื้นที่ปลูกออกไปอีก 5 พันตารางเมตร ซึ่งนอกจากจะจำหน่ายมะเขือเทศเชอรี่สดแล้ว ทางฟาร์มก็ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างน้ำมะเชือเทศกับแยมด้วย

อายากะบอกว่า วิธีสร้างผลกำไรสำหรับฟาร์มขนาดเล็ก สิ่งที่สำคัญคือ ต้องเป็นของคุณภาพระดับพรีเมียม เป็นสินค้าที่มี value-added ใช้กลยุทธ์การสร้างแบรนด์  และขายโดยตรงสู่มือผู้บริโภค ซึ่งหากขายผ่านผู้ค้าส่ง ก็จะทำให้ผู้ผลิตสูญเสียอำนาจในการกำหนดราคาไป

ทุกวันนี้อายากะเดินสายบรรยายไปทั่วญี่ปุ่น ให้กับคนที่สนใจโมเดลธุรกิจการทำฟาร์มแบบเธอ ซึ่งอายากะไม่หวงเลย และอยากให้คนอื่นทำตามด้วยซ้ำ สำหรับระบบงานที่เอื้อคนเป็นแม่ ซึ่งอาจเป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานได้ด้วย

ส่วนเป้าหมายในอนาคต อายากะตั้งเป้าว่าจะขยายกิจการออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งอาจรวมถึงประเทศไทยด้วย


ที่มา: japantimes.co.jp

ภาพจาก: drop farm, Ayaka Miura