พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด พ้นตำแหน่งข้าราชการทหาร

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ท.สรรเสริญ พ้นตำแหน่งข้าราชการทหาร แต่งตั้งให้เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ  ตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (นักบริหารระดับสูง)

เมื่อวันที่ 7 เมษายน รายกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการทหารพ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ

มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด ข้าราชการทหาร พ้นจากตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก กระทรวงกลาโหม และแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการ พลเรือนสามัญ ตำแหน่ง อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (นักบริหารระดับสูง) สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน2562

ประกาศ ณ วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2562

ผู้รับสนองพระราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ชายเดินเท้ากว่า15 กม.ขอให้ตำรวจช่วย อ้างถูกโกงค่าแรง

ชายอายุ 53 ปี เดินเท้ากว่า 15 กม.ขอให้ตำรวจช่วย อ้างถูกโกงค่าแรงเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ

วันที่ 7 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพร นำเจริญ อายุ 53 ปี ชาว อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เข้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองชัยนาท

โดยเล่าว่าตนมาทำงานรับจ้างเป็นคนงานเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งให้กับนายทุน 2 สามีภรรยาใน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท แต่ตนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาปีเศษที่ทำงานให้ ตนแทบไม่ได้รับค่าแรงเลย มีเพียงอาหาร 3 มื้อและเงินเล็กๆ น้อยครั้งละ 50-100 ที่หยิบยื่นให้

ตนจึงคิดว่าขืนอยู่ต่อไปคงไม่มีอะไรดีขึ้น จึงตัดสินใจขอกลับบ้านที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยขอเบิกเงินนายจ้างได้มา 200 บาท และตัดสินใจเดินเท้าจาก อ.สรรคบุรี เข้ามายังตัวเมืองชัยนาทระยะทางกว่า 15 กิโลเมตรเมื่อช่วงเย็นวาน และนอนริมถนนเมื่อคืนที่ผ่านมา จนในวันนี้ตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ เพราะคำนวณแล้วเงิน 200 บาท คงเดินทางไม่ถึงเชียงใหม่แน่

เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามซักประวัติแล้วจึงได้พาตัวนายสมพรไปยังสถานีขนส่งจังหวัดชัยนาท เพื่อประสานให้เจ้าหน้าที่ขนส่งช่วยฝากรถประจำทางให้โดยไม่เก็บค่าโดยสารเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งหลังประสานเรื่องรถโดยสารแล้ว เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าเรื่องโดนโกงค่าแรงนั้นยังไม่ปักใจเชื่อเท่าไหร่นัก

เพราะระหว่างซักประวัติก็ได้กลิ่นเหล้าขาวจากนายสมพรโชยออกมาคละคลุ้ง แถมให้แจ้งความเรื่องค่าแรง นายสมพรก็บ่ายเบี่ยงว่าไม่อยากยุ่งยาก ซึ่งคาดว่าน่าจะมีอะไรซ่อนเร้นที่นายสมพรยังพูดไม่หมด แต่เมื่อนายสมพรต้องการแค่เดินทางกลับบ้าน เจ้าหน้าที่ก็ได้ช่วยตามหน้าที่แล้ว

เตือนอากาศร้อนจัด ระวัง ‘โรคฮีทสโตรก’ อันตรายถึงชีวิต

สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท แจ้งเตือนประชาชน ระวัง ‘โรคฮีทสโตรก’ เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด อันตรายถึงชีวิต

วันที่ 7 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ปรารถนา ประสงค์ดี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ได้แจ้งเตือนประชาชนว่า ช่วงเดือนเมษายนจะเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของปี ซึ่งจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดจะทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงต่อโรคที่มีอันตรายถึงชีวิตคือ “โรคฮีทสโตรก” หรือโรคลมแดด

ซึ่งโรคฮีทสโตรคสาเหตุมาจากร่างกายมนุษย์รับความร้อนมากเกิน เช่น จากการออกกำลัง หรือทำกิจกรรมในภาวะอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน ซึ่งสร้างผลร้ายต่อระบบการทำงานของร่างกาย ทำให้สมองสามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งสูญเสียความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย

ส่งผลให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติเกิน 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นภาวะอันตรายที่ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนเพราะมีโอกาสเสียชีวิตได้ โดยสัญญาณสำคัญของโรคนี้ คือ ตัวร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อออก กระหายน้ำ ปวดศีรษะ มึนงง วิงเวียน คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน ซึ่งต่างจากการเป็นลมทั่วไปที่จะมีเหงื่อออกร่วมด้วย

หากพบผู้ป่วยอาการฮีทสโตรคต้องรีบหยุดนำผู้ป่วยเข้าร่ม จัดให้นอนราบ คลายเสื้อผ้าออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบตามร่างกาย ใช้พัดลมช่วยเป่าระบายความร้อน หรือเทน้ำเย็นราด เพื่อลดอุณหภูมิลดของร่างกาย และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด