MONO29 ชวนร่วมงานสงกรานต์ ถ.ข้าวเหนียว 12-15 เม.ย.นี้

MONO29 ชวนร่วมสืบสานประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรมงานสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ ที่ ถ.ข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น วันที่ 12-15 เม.ย.62

เทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกับช่อง MONO29 ร่วมสร้างปรากฎการณ์ความสนุกครั้งยิ่งใหญ่ในงาน “ประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูณเสียงแคนและถนนข้าวเหนียวประจำปี 2562” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2562 ตั้งแต่เวลา 14:00 น. เป็นต้นไป เพื่อสืบสานประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรมสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่บริเวณเกาะวัฒนธรรม ศาลหลักเมือง

โดยภายในงาน “ขอนแก่นรวมใจเทิดไทองค์ราชา” จัดขึ้นเพื่อให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 10 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ทรงขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในเดือนพฤษภาคมนี้

นอกจากนี้ภายในงาน บริเวณลานเกาะวัฒนธรรมได้มีการสร้างประติมากรรมทรายเป็นรูป “เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์” ความยาว 18 ม.และกิจกรรม “ต้นไม้แห่งความจงรักภักดี”พิธีทำบุญ-ตักบาตร รดน้ำขอพรผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น,ขบวนแห่สุดอลังการ อาทิเกวียนพระลับ พระคู่บ้านคู่เมืองขอนแก่นและเจ้าเมืองขอนแก่น จากวัดธาตุ (พระอารามหลวง),เกวียนพระพุทธอภัยมงคลสมังคี, เกวียนเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10

กฎหมาย15 ข้อ ที่ควรรู้ในช่วงวันสงกรานต์

     1.โพสต์ แชร์รูปหรือคลิปลามกอนาจารผิด ม.14(4),(5) พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิงเตอร์พ.ศ.2550 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน5ปีหรือปรับไม่เกิน1แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

2.แก้ผ้า กอด จูบ ลูบคลำอนาจาร โชว์ของต่อหน้าคนอื่นผิด ม.388 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

3.กินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ต้องห้าม เช่น ในรถบนท้องถนน ปั้มน้ำมัน สถานที่ราชการ วัด สถานศึกษา สวนสาธารณะและโรงพยาบาลผิด ม.31 พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

4.ทะเลาะวิวาท ผิดประมวลกฎหมายอาญา
-ทำให้ผู้อื่นฟกช้ำดำเขียว ผิด ม.391 มีโทษจำคุกไม่เกิน1เดือนหรือปรับไม่เกิน1หมื่นบาท
-ทำให้ผู้อื่นเลือดตกยางออก ผิด ม.295 มีโทษจำคุกไม่เกิน2ปีหรือปรับไม่เกิน4หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
-ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส ผิด ม.297 มีโทษจำคุก 6เดือน-10ปีและปรับ1หมื่น-2แสนบาท
-ทำร้ายผู้อื่นถึงตาย ผิด ม.290 มีโทษจำคุก3ปี-15ปี

5.เมาแล้วขับ(แอลกอฮอล์เกิน50มิลลิกรัม/เซ็นต์)ผิด ม.43(2) พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน1ปีหรือปรับ1หมื่น-2หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

6.ชนแล้วหนีผิด ม.78 พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

7.ขับรถไร้จิตสำนึกไม่เคารพกฎจราจรโดนใบสั่งมีโทษปรับ ตามพรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522

8.เมาจนไร้สติอาละวาดผู้อื่นผิด ม. 378 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือตำรวจจับเข้าห้องขังสร่างแล้วค่อยปล่อยตัวก็ได้

9.บังคับคนอื่นเล่นสงกรานต์โดยเจ้าตัวไม่เต็มใจผิด ม.309 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน3ปีหรือปรับไม่เกิน6หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

10.สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่นผิด ม.397 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษปรับไม่เกิน5พันบาท

11.พกพาปืนไปเล่นสงกรานต์ผิด ม.8ทวิวรรคแรก พรบ.อาวุธปืน พ.ศ.2490 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน5ปีหรือปรับไม่เกิน1หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

12.จับนม จับก้นหรือทำอนาจารผู้อื่นผิด ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน10ปีหรือปรับไม่เกิน2แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

13.เก็บของตกแล้วงุบงิบเป็นของตนผิด ม.352 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน3ปีหรือปรับไม่เกิน6หมิ่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

14.นั่งท้ายรถกระบะเล่นน้ำสงกรานต์บนถนนสายหลัก ผิด ม.20 พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

15.โพสต์ขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้านโลโก้พร้อมเชิญชวนเพื่อนดื่มผิด ม.32 พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มีโทษจําคุกไม่เกิน1ปีหรือปรับไม่เกิน5แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ ทนายคู่ใจ

สถานทูตเตือนนักท่องเที่ยวไทย ‘ไฟป่าเกาหลีใต้’ ลามเข้าเมืองแล้ว !

สถานทูตไทยในเกาหลีใต้ เตือนคนไทย หลังไฟป่าจังหวัดคังวอนลามเข้าเมือง ขอให้นักท่องเที่ยวไทยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

วันที่ 5 เม.ย.2562 เพจเฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล (Royal Thai Embassy , Seoul)ออกประกาศเตือนสถานการณ์ไฟไหม้ป่าที่ จ.คังวอน ในเกาหลีใต้ ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.17 น.ของวันที่ 4 เมษายน 2562 ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 5 เมษายน 2562 ได้เกิดเหตุไฟไหม้ป่าบริเวณเมืองโทซองมยอน เขตโคซองกุน จ.คังวอน ห่างจากกรุงโซลทางทิศตะวันออก ประมาณ 210 กิโลเมตร และยังขยายวงกว้างตามแรงลม ทำให้ไฟลุกลามไปเมืองโกซอง เมืองอินเจ เมืองซกโซ เมืองคังนึง และเมืองดงแฮ สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งรัฐบาลเกาหลีใต้ได้ประกาศให้ 5 เมืองดังกล่าวเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว

อย่างไรก็ตาม สำนักงานอุตุนิยมวิทยารายงานว่าในวันนี้ (5 เมษายน 2562) คาดว่าบริเวณที่เกิดเหตุไฟป่าจะมีลมพัดแรง อาจส่งผลต่อความยากลำบากในการควบคุมไฟ โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้ชาวไทยในเกาหลีใต้ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยใน จ.คังวอน และบริเวณใกล้เคียง รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มีแผนจะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าว ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ปฏิบัตตามคำสั่งและคำแนะนำจากทางการเกาหลีใต้อย่างเคร่งครัด โดยสามารถสอบถามข้อมูลหรือขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัคราชทูตฯ ได้ที่หมายเลข +82 10 6747 0095

วิธีป้องกันไฟป่า

1. ดูแลพื้นที่ริมแนวชายป่า เก็บกวาดพื้นที่ให้โล่งเตียน มิให้มีใบไม้แห้ง กิ่งไม้แห้ง หรือหญ้าแห้งกองสุม เพราะหากเกิดไฟไหม้จะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟปะทุและลุกลามอย่างรวดเร็ว

2. สร้างแนวกันไฟล้อมรอบพื้นที่ เพื่อสกัดไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่อื่น หมั่นเก็บกวาดและกำจัดเชื้อเพลิงจำพวกใบไม้ กิ่งไม้แห้งและหญ้าที่ทับถมบนแนวกันไฟ และระวังมิให้ต้นไม้ล้มพาดขวางแนวกันไฟ หากเกิดไฟไหม้ไฟจะลุกลามผ่านข้ามแนวกันไฟไปได้

3. เพิ่มความระมัดระวังการจุดไฟในป่าเป็นพิเศษ ไม่ทิ้งก้นบุหรี่ลงบนหญ้าแห้ง หากก่อกองไฟหรือประกอบอาหารในป่า ควรควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด หลังใช้งานเสร็จแล้วควรดับไฟให้สนิททุกครั้ง

4. หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมที่เป็นสาเหตุให้เกิดไฟป่า เช่น เผาขยะหรือตอซังข้าวบริเวณริมข้างทาง เป็นต้น เพราะนอกจากจะมีโอกาสที่ไฟจะลุกลามเป็นไฟป่าแล้ว ยังทำให้ควันไฟปกคลุมเส้นทาง หากจำเป็นต้องจุดไฟหรือเผาขยะ ควรควบคุมอย่างใกล้ชิด จัดเตรียมถังน้ำหรือทรายไว้ใกล้ๆ จะได้ดับไฟได้ทัน ในการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกให้ใช้วิธีไถกลบหรือนำไปทำปุ๋ยหมักแทนการเผา

อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง !

เวทีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองคนรุ่นใหม่เปลี่ยนอนาคตการเมืองไทยมั่นใจมีทางออกตั้งรัฐบาลใหม่ แนะเร่งแก้ความเหลื่อมล้ำ

วันที่ 5 เมษายน 2562 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดงาน “วันสัญญา ธรรมศักดิ์” ประจำปี 2562  เพื่อรำลึกถึงคุณูปการ ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์  และมอบรางวัลนักศึกษาด้านกฎหมายดีเด่น ประจำปี 2562 มุ่งยึดแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงาน พร้อมเปิดเวทีเสวนา “อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง”  ผศ.ดร.ปริญญา  เทวานฤมิตรกุล เชื่อสังคมไทยยังไม่ถึงทางตัน แต่กกต.ต้องเที่ยงธรรม ชี้เสียงคนรุ่นใหม่สร้าง ‘Smart Democracy’ ด้านอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ห่วงเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ทันการทำหน้าที่ประธานอาเซียน และเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าแนะรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความยุติธรรม

สัญญา ธรรมศักดิ์
พิธีวางพานพุ่มเพื่อรำลึกถึงเกียรติคุณศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์

โดยในช่วงเช้ามีพิธีวางพานพุ่มเพื่อรำลึกถึงเกียรติคุณศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์  อดีตประธานองคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานศาลฏีกา และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ณ ลานอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ มธ.ศูนย์รังสิต โดยมี รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยผู้นำองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

โดยในปีนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นได้แก่ น.ส.กนกรัตน์ ธรรมพนิชวัฒน์  เกียรตินิยมอันดับ 1 ากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักศึกษาที่ได้รับเกียรติบัตร ได้แก่ น.ส.ปิยากร เลี่ยนกัตวา  จากคณะนิติศาสตร์ มธ.  และนายปารเมศ เทพรักษ์ จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง  พร้อมด้วยรางวัลเรียนดี “ธรรมศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์”  ได้แก่ นายพชร วัฒนสกลพันธุ์  ได้คะแนนสูงสุด 87.93 %  นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เป็นประธานในพิธี

อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง
เวทีเสวนาพิเศษ “อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง”

นอกจากนี้ภายในงานยังได้จัดเวทีเสวนาพิเศษ “อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง” ณ ห้อง SC 3005 ชั้น 3 อาคารเรียนรวมกลุ่มสังคมศาสตร์ โดย ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มองว่า การเมืองไทยในขณะนี้ยังไม่ถึงทางตัน แต่ทุกคนควรเดินหน้าตามกติการะบอบประชาธิปไตย เคารพใน 1 สิทธิ 1 เสียงเท่ากัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่จำนวนมากออกมาลงคะแนนอย่างเสรี เรียกว่าเป็นยุค Smart Democracy อย่างแท้จริง

 ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล
ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.ปริญญา แสดงความเป็นห่วงวิธีการคำนวณผลคะแนนจากการเลือกตั้ง เพราะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลแต่ละฝ่าย ดังนั้น แนวทางของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงต้องมีความเที่ยงธรรม ไม่เลือกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า อนาคตการเมืองไทยยังคงมีปัญหาเสถียรภาพและความไม่แน่นอน ภาวะสุญญากาศที่ยืดเยื้อไปถึงเดือนมิถุนายน 2562 จะไม่เป็นผลดีต่อการเป็นประธานการประชุมอาเซียน และตัวแทนประชุม G20 ซึ่งนานาชาติต้องการเห็นผู้นำไทยที่ไม่ได้มาจากการรัฐประหาร

ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข
ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“ทุกคนไม่อยากเห็นการเมืองย้อนอดีตเหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และพฤษภาคม 2535 จึงอยากให้มองการเมืองด้วยความหวัง อดทนและมีอนาคตเสมอ เพราะขณะนี้เราเห็นด้านบวกคือความตื่นตัวของคนรุ่นใหม่และคนในชนบท ส่วนใหญ่ก้าวข้ามปัญหาสีเสื้อแล้ว ถึงเวลาที่ควรก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน”

ศ.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงขณะนี้คือภาวะวิกฤตของคำว่า “ถูกกติกาแต่ไม่ชอบธรรม” หลักนิติรัฐ นิติธรรมอาจถูกกัดกร่อนจนมีผลเสียระยะยาวจากปัญหาต่างๆ จึงอยากเห็นทุกคนเคารพกติกา ไม่ว่าฝ่ายใดเป็นรัฐบาลแล้วต้องให้สิทธิเสรีภาพประชาชน ปล่อยกลไกตรวจสอบทำงาน และทบทวนว่าระบบบัตรลงคะแนนใบเดียวมีความเหมาะสมหรือไม่

ศ.วุฒิสาร ตันไชย
ศ.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

“สังคมไทยต้องมีความหวังมีอนาคตร่วมกันว่าการเลือกตั้งคือทางออกของประเทศเมื่อตั้งรัฐบาลได้แล้วสุดท้ายปลายทางคือต้องแก้ไขโครงสร้างเศรษฐกิจสังคมและกระบวนการยุติธรรมที่ยังมีความเหลื่อมล้ำ”

ประวัติสัญญา ธรรมศักดิ์

ศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 12 ของประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นนักการเมือง และมิได้มุ่งหวังตำแหน่งทางการเมืองแต่อย่างใด อาชีพหลักโดยการศึกษานั้น ท่านเป็นนักกฎหมาย เคยดำรงตำแหน่งสูงสุดทางตุลาการคือ เป็นประธานศาลฎีกา และเป็นครูสอนวิชากฎหมายจนได้เป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

แต่การเป็นนายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้ารัฐบาลนั้นเกิดขึ้นเสมือนอุบัติเหตุทางการเมือง เพราะเมื่อขบวนการนักศึกษาและประชาชนลุกฮือขึ้น เรียกร้องรัฐธรรมนูญและต่อต้านรัฐบาลจอมพล ถนอม กิตติขจร เมื่อวันที่ 13-14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 อันมีผลให้จอมพล ถนอม กิตติขจร ต้องลาออกจากนายกรัฐมนตรี และเดินทางออกนอกประเทศโดยทันที ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองนั้น ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จัดการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญและนำประเทศเข้าสู่ภาวะปรกติ อันเป็นงานที่หนักมาก

ท่ามกลางการเมืองที่สับสนและวุ่นวาย นายสัญญา ธรรมศักดิ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีที่ให้เสรีภาพแก่มหาชนเป็นอย่างมาก และจัดการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2517 อันเป็นรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาสาระเป็นประชาธิปไตยมากฉบับหนึ่ง จนแล้วเสร็จ จัดการเลือกตั้งให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่เสรีได้เรียบร้อยแล้วจึงได้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมีเสียงชมตามมาภายหลังว่าเป็นรัฐบาลที่ให้เสรีภาพแก่ประชาชนมาก และที่สำคัญประชาชน พอใจกับความซื่อสัตย์ของนายกรัฐมนตรีผู้นี้มากด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก สถาบันพระปกเกล้า