ตื่นตา! นักท่องเที่ยวแห่ชมพะยูน กลางทะเลเมืองตรัง

ภาพความน่ารักของพะยูน หลังโผล่ว่ายน้ำกลางทะเลเมืองตรัง สร้างความตื่นเต้นประทับใจให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปชื่นชมความงามธรรมชาติเป็นอย่างมาก

วันที่ 5 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ได้พากันเดินทางมาชมความน่ารักของพะยูน สัตว์ทะเลหายากประจำท้องทะเล จ.ตรัง หลังจากที่ช่วงนี้พวกมันว่ายน้ำมาหากินหญ้าทะเล ที่บริเวณเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง สร้างรายได้และความคึกคักให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

โดยนายรุ่งโรจน์ เบ็นหมูด หรือบังหมาน ชาวประมงพื้นบ้านบ้านหาดยาว ต.เกาะลิบง อ.กันตัง ที่ได้รวมตัวกับเพื่อนๆ จำนวนหนึ่งเปิดบริการพาเที่ยวชมพะยูนในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว คลื่นลมสงบ  เผยว่า การปรากฏตัวของพะยูนครั้งนี้ถือเป็นโอกาสการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน

เพราะนอกจากจะออกเรือหาปลาแล้ว การให้บริการเหมาเรือนำนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมความน่ารักของมัน ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางทำเงินให้ชาวบ้าน ซึ่งการเข้ามาชมพะยูนกลางทะเลตรังนั้น เมื่อได้ระยะก็ต้องดับเครื่องยนต์แล้วใช้ไม้ไผ่ค้ำยันเข้าไปใกล้ๆ เพื่อได้เห็นได้ใกล้ชิด แต่ถ้าติดเครื่องยนต์พะยูนตกใจและว่ายน้ำหนีไป

ด้านนายวรัญชัย หอประเสริฐ อายุ 35 ปี ชาว อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ที่มาเที่ยวทะเลตรัง พร้อมลูกชายตัวน้อย และภรรยา กล่าวว่า มาเที่ยวดำน้ำทะเลตรัง 2 – 3 ครั้งแล้ว แต่ไม่เคยมาชมพะยูน ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นรู้สึกเซอร์ไพรส์ดี คุ้มค่าที่เดินทางมา

ขณะที่ นายสดุดี ชูสวัสดิ์ อายุ 50 ปี ซึ่งเดือนทางมาจาก จ.สงขลา เพื่อมาเที่ยวทะเลตรังกับครอบครัวรวม 3 คน กล่าวว่า ไม่เคยมาดู และไม่เคยเห็นพะยูนตัวเป็นๆมาก่อน พอมาเห็นแล้วก็คิดว่า ยังมีให้เห็นอีกนะ เพราะที่ผ่านมาเคยเห็นแต่ตัวที่ถูกสต๊าฟไว้ ไม่คิดว่าจะยังมีอยู่ แปลกดี จึงได้ถ่ายวีดีโอเก็บไว้ด้วย

สำหรับทะเลตรัง มีพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดในประเทศอาศัยอยู่กว่า 200 ตัว โดยเฉพาะบริเวณเกาะลิบง ซึ่งเป็นแหล่งหญ้าทะเลผืนใหญ่ อย่างไรก็ตามแนวโน้มของพะยูนก็ยังจะเพิ่มมากขึ้น เพราะทั้งชาวบ้าน ชาวเรือประมง กลุ่มอนุรักษ์ที่พาชมพะยูน รวมทั้งหน่วยงานราชการร่วมกันอนุรักษ์ เป็นหูเป็นตาดูแลพะยูนอย่างจริงจัง ไม่ให้มีใครมาล่า รวมทั้งกำหนดเขตพื้นที่อนุรักษ์ไม่ให้ใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย และเครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายกับพะยูนมาใช้ในพื้นที่อนุรักษ์อย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ หากนักท่องเที่ยวท่านใดอยากไปชมความน่ารักของพะยูน และความสวยงามของทะเลตรัง สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 087 – 8914780 กับทริปทัวร์เรือหางยาวที่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง จัดขึ้น

‘กลุ่มบางกอกโพสต์’ ยัน เลิกจ้างพนักงาน ‘โพสต์ทูเดย์-M2F’ ถูกต้องตามกฎหมาย

กลุ่มบางกอกโพสต์ ออกแถลงการณ์ ผ่านเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์  (4 เม.ย.) ยืนยัน เลิกจ้างพนักงานถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ หลังยุติการพิมพ์หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และ M2F 

โดยในแถลงการณ์ระบุว่า 

แถลงการณ์ บริษัท บางกอกโพสต์ จำกัด (มหาชน) กรณีเลิกจ้างพนักงาน

จากกรณีมีอดีตพนักงานของหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ยื่นร้องต่อศาลแรงงาน โดยอ้างว่าถูกนายจ้างเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมนั้น

บริษัท บางกอกโพสต์ จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงว่า บริษัทได้ดำเนินการเลิกจ้างและจ่ายเงินชดเชยในการเลิกจ้างให้กับพนักงานของ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์และหนังสือพิมพ์ M2F ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ หลังจากที่มีการยุติการพิมพ์หนังสือพิมพ์ทั้งสองฉบับ

ดังนั้นการที่มีอดีตพนักงานจำนวนหนึ่งไปร้องต่อศาลแรงงานโดยอ้างว่าถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม เป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงบริษัท บางกอกโพสต์ฯ ขอย้ำว่าในการเลิกจ้างทุกขั้นตอนได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเป็นธรรมต่อพนักงานทุกประการ

ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีรายงานว่า อดีตพนักงานของหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และ M2F ประมาณ 50 คน ยื่นคำร้องเป็นรายบุคคลต่อศาลแรงงานกลาง เนื่องจากเห็นว่าการเลิกจ้างดังกล่าว บริษัทบอกล่วงหน้าเพียงแค่ 15 วัน และได้จ่ายค่าชดเชยตามอายุการทำงานเท่านั้น โดยไม่มีการจ่ายค่าตกใจ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลใดๆ ตามกฎหมาย ซึ่งหากจะมีการเลิกจ้างบริษัทต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นเวลา 60 วัน

อนึ่ง กลุ่มบางกอกโพสต์ ยุติการผลิตหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และ M2F เมื่อสิ้นสุดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และหันไปจับกลุ่มเป้าหมายผู้อ่านออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์แทน


อ่าน เมื่อถูกเลิกจ้าง ลูกจ้างได้รับเงินชดเชยอย่างไรบ้าง?

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ชูนวัตกรรมการเรียนรู้ C+T ตอบโจทย์เด็กยุคดิจิทัล 4.0

เพราะมหาวิทยาลัยไม่ใช่แค่สนามการศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปลี่ยนแปลงการศึกษาแบบเก่า ด้วยหลักสูตรการศึกษาที่ทันสมัย และตอบโจทย์ตลาดงาน มุ่งเน้นให้นักศึกษาลงมือทำจริงด้วยความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง โดยมีอาจารย์เป็นโค้ชที่ช่วยผลักดันเพื่อให้เกิดศักยภาพต่อตัวนักศึกษามากที่สุด การันตีจบแล้วมีงานรองรับแน่นอน

ผศ.ดร.ลักคณา วรศิลป์ชัย รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาธุรกิจได้กล่าวว่าโมเดลของมหาวิทยาลัย เปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิงในโลก 4.0 มหาวิทยาลัยในไทยต่างปรับตัวได้รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง BU จึงพร้อมมุ่งสู่แพลตฟอร์มอนาคต ผนึกกำลังลงมือทำจริง ไม่ลังเลสงสัย ไม่ติดกับดักอดีตนั่นหมายความว่า การปรับตัวของมหาลัยวิทยาลัยกรุงเทพจะต้องตามเทรนด์ให้ทันอยู่เสมอ และเพิ่มพัฒนาสาขาวิชาชีพให้ตรงกับความต้องการตลาดงานในสมัยนี้ เนื่องจาก AI ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น แต่สิ่งที่ AI ทำไม่ได้นั่นก็คือ ความคิดสร้างสรรค์ นั่นเอง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงชูนวัตกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบ C+T (Creative + Technology) เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ผสมกับเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ยุคดิจิทัล 4.0

มหาลัยวิทยาลัยกรุงเทพ จึงมุ่งสร้างเครือข่ายกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนชื่อดัง เพื่อนำโจทย์การทำงานจริงมาให้นักศึกษาลงมือทำตั้งแต่ ปี 1 ซึ่งจะมีความเข้มข้นและลงลึก เพราะมหาลัยวิทยาลัยกรุงเทพเชื่อว่า การเรียนไม่ได้อยู่แค่ในเลคเชอร์ แต่เป็นการมาเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ ลงมือทำจริง เพื่อสามารถทำความเข้าใจ ปรับตัวไปสู่การทำงานในอนาคต ซึ่งตรงนี้จะทำให้นักศึกษาเรียนไม่เบื่อ พร้อมสนุกไปกับการเรียนรู้ และยังต่อยอดทักษะความอยากรู้ ไปสู่การเรียนรู้ด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย และครบครันเสมือนทำงานจริง

เรียนแบบไหนให้ตอบโจทย์ผู้ปกครองรุ่นใหม่ และยุคดิจิทัล 4.0

ด้วยสมัยนี้มีอาชีพใหม่ๆ แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดงาน ทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพจึงไม่หยุดอยู่กับที่ ได้มีการเปิดสาขาเพื่อตอบโจทย์ตลาดงาน อาทิ สาขาวิชาการผลิตอีเว้นท์และการจัดการนิทรรศการและการประชุม คณะนิเทศศาสตร์, สาขาวิชาเกมและสื่อเชิงโต้ตอบ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม รวมถึงคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ทาง มหาลัยวิทยาลัยกรุงเทพ ก็มีคณะที่ตอบโจทย์นั่นก็คือ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ ที่จะสอนการบริหาร เปิดประตูสู่เส้นทางธุรกิจ พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จ สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจจริงตั้งแต่ยังเรียน และเปิดให้โอกาสให้ได้เจอกับพาร์ทเนอร์ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจอีกมากมาย มาคอยแนะนำเทคนิคต่างๆ ในเชิงธุรกิจอีกด้วย

สาขาวิชาการผลิตอีเว้นท์และการจัดการนิทรรศการและการประชุม
คณะนิเทศศาสตร์

หลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดงานทั้งภายในประเทศและทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นหลักสูตรในมุมมองความคิดใหม่ที่ไม่ได้สร้างเพียงมนุษย์งานอีเว้นท์และไมซ์ แต่เป็นครีเอทีฟ ดีไซน์เนอร์ หรือเจ้าของธุรกิจสร้างสรรค์ด้านอีเว้นท์และไมซ์ หลักสูตรออกแบบผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ การเป็นผู้ประกอบการและทักษะด้านการผลิตแบบนิเทศศาสตร์ เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีความสามารถในการออกแบบและผลิตอีเว้นท์และไมซ์ที่แปลกใหม่สร้างสรรค์ นอกจากนั้นยังมีสมาคมวิชาชีพด้านการผลิตอีเว้นท์และการจัดการไมซ์ร่วมออกแบบหลักสูตร เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีคุณสมบัติตรงตามตลาดงาน นักศึกษาจะได้เรียนรู้ทั้งแนวคิด รูปแบบ กระบวนการผลิตอย่างมืออาชีพและเพียบพร้อมด้วยทักษะวิชาชีพด้านนิเทศศาสตร์รอบด้านและสามารถทำงานได้ในธุรกิจสื่อประเภทต่างๆ พร้อมทํางานจริงผ่านการฝึกงานกับบริษัทพันธมิตรชั้นนําระดับประเทศและระดับนานาชาติ

สาขาวิชาเกมและสื่อเชิงโต้ตอบ
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม

การสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบสื่ออินเทอร์แอคทีฟ เป็นรูปแบบการสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่สำคัญในปัจจุบัน โลกยุคดิจิทัลตลาดแรงงานเปิดกว้างในทุกภาคอุตสาหกรรม เกมเป็นส่วนหนึ่งของการโฆษณาผลิตภัณฑ์ การฝึกอบรม การเรียนการสอน การรักษาผู้ป่วยในทางการแพทย์ และเป็นธุรกิจในส่วนของเอนเตอร์เทนเมนท์ที่มีมูลค่าในตลาดโลกอย่างมาก ซึ่งเป็นหลักสูตรทันสมัย รวม 3 ศาสตร์ในที่เดียว ทั้งศิลปะ เทคโนโลยี และการเป็นเจ้าของรวมไว้เป็นหนึ่งเดียว มีพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ และพันธมิตรกับ Garena กับบริษัทเกมชั้นนำระดับโลก

รวมถึงคณะ และสาขาดังต่างๆ ที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อาทิ คณะนิเทศศาสตร์ ที่ผลิตบัณฑิตสู่วงการสื่อทุกรูปแบบทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง และสาขาศิลปะการแสดง สู่วงการละครเวทีระดับประเทศ, คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว ที่มีการจำลองเครื่องบิน โรงแรมระดับ 6 ดาว และห้องครัวเพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกลงมือทำจริงทุกขั้นตอน, คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ ที่ครบวงจรและมีอุปกรณ์ที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

น้องๆ นักเรียน ที่สนใจมาร่วมงาน Open House BU 2019 ได้ในวันที่ 29 – 31 สิงหาคม 2562 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เพจ Bangkok University