ชาวสวนยางพลิกวิกฤติ ปลูกสละอินโดฯ ร่วมกับต้นยางพารา ทำเงินปีละกว่า 4 แสน

เกษตรกร จ.ตรัง พลิกวิกฤติช่วงยางพาราตกต่ำ ใช้พื้นสวน 15 ไร่ ปลูกสละอินโดฯ ร่วมกับต้นยาง สร้างรายได้ปีละกว่า 4 แสนบาท

วันที่ 5 เมษายน 2562 นายเสถียร ศิริพันธ์ หมู่ที่ 1 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ใช้พื้นที่จำนวน 15 ไร่ปลูกยางพารา และซื้อต้นพันธุ์สละอินโดฯ มาปลูกเมื่อ 10 ปีก่อน โดยปลูกระหว่างร่องยางพารา ทั้งนี้การปลูกสละอินโดฯ ควรปลูกในสภาพดินร่วนปนทราย  หรือดินร่วนปนดินเหนียวที่มีความอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี โดยปลูกระหว่างแถวยางพาราจำนวน 1 แถว ใช้ระยะการปลูกระหว่างต้น 1.5 – 3 เมตร

การปลูกสละอินโดฯ เมื่ออายุ 2 ปี จะเริ่มออกดอกแล้วทำการผสมเกสร ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือนก็จะสามารรถเก็บเกี่ยวผลผลิตจำหน่ายให้กับผู้บริโภคได้ ในขณะปุ๋ยที่นำมาใส่ให้กับสละอินโดฯ สามารถใช้กับยางพาราได้ด้วย จึงทำให้ประหยัดค่าปุ๋ยเป็นอย่างงมาก ขณะนี้การจำหน่ายสละอินโดมีรายได้ดีกว่าการกรีดยางพารากว่าเท่าตัว ในหนึ่งปีมีรายได้จากการจำหน่ายสละอินโดฯ กว่า 2.6 แสนบาท มีรายได้จากการทำสวนยางพารากว่า 1.7 แสนบาท รวมแล้วมีรายได้กว่า 4 แสนบาท

ขณะที่นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงเกษตรกรต้นแบบของนายเสถียร ศิริพันธ์ ที่ประสบความสำเร็จ สามารถมีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างไม่เดือดร้อน ถึงแม้ว่ายางพาราจะมีราคาตกต่ำก็ตาม พร้อมทั้งให้กำลังใจเกษตรกร

โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนยางพารา ควรปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ร่วมกับการทำสวนยางพารา เพื่อเป็นรายได้เสริม ซึ่งบางชนิดจะมีราคาดีกว่ายางพาราด้วยซ้ำ จึงอยากขอให้มีการปรับเปลี่ยนมาเกษตรผสมผสาน อย่าทำพืชเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว

‘ศรีสุวรรณ’ สวน ‘บิ๊กแดง’ ชี้ล่ารายชื่อถอดถอน ผบ.ทบ.ทำได้ มีกฎหมายรองรับ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้กล่าวในที่ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกถึงกรณี การล่ารายชื่อ ผ่านเว็บไซต์ Change.org ถอดถอนตนว่า “ขอให้ปล่อยไปเถอะ เพราะผมโดนมาเยอะแล้ว และผมก็ไม่ใช่นักการเมือง และในทางกฎหมายผมก็ไม่ได้อยู่ในข่ายที่จะถอดถอนได้”

และโฆษกกับรองโฆษกกองทัพบกได้ร่วมกันแถลงเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า กิจกรรมของชาวโซเชียลดังกล่าวเป็นไปไม่ได้ ไม่มีผลทางกฎหมาย เป็นแค่กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในแง่ของความรู้สึก เป็นเพียงการปลุกกระแสที่คาดหวังว่าให้เป็นอย่างโน้น อย่างนั้น ไม่ใช่วิธีที่คนไทยควรจะเป็นนั้น

การกล่าวและแถลงในลักษณะเช่นนั้น ส่อให้เห็นถึงการไม่รู้หรือไม่เข้าใจบริบทของกฎหมายอย่างแท้จริงของ ผบ.ทบ.และทีมโฆษกกองทัพบก เพราะการล่ารายชื่อหรือเข้าชื่อถอดถอนนั้นกฎหมายไม่ได้กำหนดให้สามารถทำได้แต่เฉพาะนักการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถทำได้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐและพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน รวมทั้งตำแหน่ง ผบ.ทบ. ก็สามารถทำได้ เป็นสิทธิของประชาชนเต็มร้อย มีกฎหมายรองรับ ซึ่งก็คือ รัฐธรรมนูญ 2560 ม.234(2) ประกอบ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2561 ม.28(2) และ ม.32(1) บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ป.ป.ช.มีอำนาจหน้าที่ในการไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐใด กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ฯลฯ

โดยประชาชนสามารถร้องเรียนเพื่อให้ ป.ป.ช.สอบสวนหรือไต่สวนได้ เพื่อนำไปสู่การเสนอมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี ให้ปรับปรุงการปฏิบัติราชการของหน่วยงานรัฐ นั่นก็คือ กระทรวงกลาโหมและกองทัพบก ซึ่งหมายถึง การโยกย้าย ผบ.ทบ.ออกจากตำแหน่งเสียก็ได้

ทั้งนี้ ท่าน ผบ.ทบ.ต้องยอมรับความจริงว่าท่านได้ใช้วาทกรรมที่อาจสร้างความไม่พอใจของประชาชนบางส่วนในสังคมมามากมายหลายต่อหลายครั้ง ทั้งๆ ที่วาทกรรมเหล่านั้น อาจไม่ใช่หน้าที่ในตำแหน่งราชการของ ผบ.ทบ. ตามที่ พรบ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม 2551 และพรฏ.แบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม 2552 บัญญัติไว้แต่อย่างใด ประชาชนจึงมีสิทธิที่จะล่ารายชื่อเพื่อนำไปสู่การถดถอนท่านได้

เปิดความหมาย ตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

หลังจากที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาปรุงแบบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ด้วยพระองค์เอง และพระราชทานแบบตราสัญลักษณ์ เพื่อใช้ในการเผยแพร่งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งตราสัญลักษณ์นี้สามารถนำมาประดับตามอาคารสถานที่ และบ้านเรือนเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แต่ทั้งนี้ยังมีข้อควรรู้สำคัญที่ทุกคนต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

หลักเกณฑ์การเชิญตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

สำหรับหลักเกณฑ์การเชิญตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ไปประดิษฐานหรือประดับในสิ่งของต่าง ๆ มีข้อควรรู้ ดังนี้

1. ใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ โดยใช้ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ได้แก่ สิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องงานพระราชพิธีฯ ประดับบนผืนธง ประดับบนซุ้มเฉลิมพระเกียรติ ประดับบนป้ายเฉลิมพระเกียรติ ประดับบนโต๊ะหมู่บูชา ประดับตามอาคารสถานที่ บ้านเรือน และสถานที่ราชการ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและแสดงความจงรักภักดีในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งในครั้งนี้ โดยประดับในห้วงเวลาตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 4 พฤษภาคม 2563

2. ใช้เพื่อเฉลิมพระเกียรติ โดยเป็นการเชิญตราสัญลักษณ์ฯ มาประดิษฐานเป็นการถาวร ได้แก่ อาคารสิ่งปลูกสร้างที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ ประดับบนสิ่งของเช่น เสื้อ และหมวก เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการจงรักภักดีและเฉลิมพระเกียรติ

สิ่งที่ไม่อนุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์ไปใช้ประดับ เช่น แก้วน้ำ ขวดแก้ว จาน ชาม ช้อน แจกัน เหยือกน้ำ (เนื่องจากเป็นของแตกสลายได้) กำไล จี้ กล่องบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น ทั้งนี้ ยกเว้นสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการจัดพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ซึ่งดำเนินการโดยคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

รายละเอียดพร้อมความหมายของตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

สำหรับตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ประกอบด้วยอักษรพระปรมาภิไธย “วปร” อยู่ตรงกลาง พื้นอักษรสีขาวขอบเดินทอง อันเป็นสีของวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันพระบรมราชสมภพ ภายในอักษรประดับเพชร ตามความหมายแห่งพระนามมหาวชิราลงกรณ อักษร “วปร” อยู่บนพื้นสีขาบ (น้ำเงินเข้ม) อันเป็นสีของขัตติยกษัตริย์

ภายในกรอบพุ่มข้าวบิณฑ์สีทองสอดสีเขียว อันเป็นสีซึ่งเป็นเดชแห่งวันพระบรมราชสมภพ กรอบทรงพุ่มข้าวบิณฑ์อัญเชิญมาจากกรอบที่ประดิษฐานพระมหาอุณาโลม อันเป็นพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ แวดล้อมด้วยเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ อันเป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ และเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นสมเด็จพระบรม ราชาธิราช ได้แก่

  • พระมหาพิชัยมงกุฎพร อมอุณาโลมประกอบเลขมหามงคลประจำรัชกาล อยู่เบื้องบน
  • พระแสงขรรค์ชัยศรีกับพระแส จามรี ทอดไข้ว อยู่เบื้องขวา
  • ธารพระกรกับพัดวาลวิชนี ทอดไขว อยู่เบื้องซ้าย
  • ฉลองพระบาทเชิงงอน อยู่เบื้องล่าง
  • พระมหาพิชัยมงกุฎ หมายถึง ทรงรับพระราชภาระอันหนักยิ่งของ แผ่นดินเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน
  • พระแสงขรรค์ชัยศรี หมายถึง ทรงรับพระราชภาระปกครองแผ่นดิน ให้พ้นจากภยันตราย
  • ธารพระกร หมายถึง ทรงดำรงราชธรรมเพื่อค้ำจุนบ้านเมืองให้ ผาสุกมั่นคง
  • พระแสจามรี กับพัดวาลวิชนี หมายถึง ทรงขจัดปัดเป่าความทุกข์ยากเดือดร้อนของอาณาประชาราษฎร
  • ฉลองพระบาทเชิงงอน หมายถึง ทรงทำนุบำรุงปวงประชาทั่วรัฐสีมาอาณาจักร เบื้องหลังพระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐาน
  • พระมหาเศวตฉัตรอันมีระบายขลิบทอง จงกลยอดฉัตรประกอบรูปพรหมพักตร์อันวิเศษสุด ระบายชั้นล่างสุดห้อยอุบะจำปาทอง แสดงถึงพระบารมีและพระบรมเดชานุภาพที่ปกแผ่ไปทั่วทิศานุทิศ
  • เบื้องล่างกรอบอักษรพระปรมาภิไธยมีแถบแพรพื้นสีเขียว ถนิมทอง ขอบขลิบทอง มีอักษรสีทองความว่า “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562”
  • ปลายแถบแพรเบื้องขวามีรูปคชสีห์กายม่วงอ่อนประคองฉัตร 7 ชั้น หมายถึง ข้าราชการฝ่ายทหาร
  • เบื้องซ้ายมีรูปราชสีห์กายขาวประคองฉัตร 7 ชั้น หมายถึง ข้าราชการฝ่ายพลเรือน ผู้ปฏิบัติราชการสนองงานแผ่นดินอยู่ด้วยกัน
  • ข้างคันฉัตรด้านในทั้งสองข้าง มีดอกลอยกนกนาค แสดงถึง ปีมะโรงนักษัตรอันเป็นปีพระบรมราชสมภพ
  • สีทอง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งของประเทศชาติและประชาชน