กกต.แจง ผลคะแนนเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นมา 4 ล้านเป็นตัวเลขครบ 100%

กกต. ชี้แจงตัวเลขจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ที่เพิ่มขึ้นจากการแถลงข่าวครั้งแรก ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นตัวเลข ครบ 100% ที่ทุกหน่วยเลือกตั้งรายงานเอกสารเข้ามาแล้ว

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชี้แจงกรณี ที่พรรคการเมืองบางพรรคมีข้อสงสัยเกี่ยวกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ที่ กกต.ได้แถลงเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 33,775,230 คน คิดเป็นร้อยละ 65.96 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่ในวันที่ 28 มีนาคม 2562 กกต. ได้แถลงว่า มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 38,268,375 คน คิดเป็นร้อยละ 74.69 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งมีความแตกต่างจากเดิมคือ 4,493,145 คน นั้น เนื่องจากข้อมูลที่ได้แถลงเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นข้อมูลจากระบบรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ

การเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทยปี 2562

ซึ่งในการแถลงข่าววันนั้นได้ชี้แจงแล้วว่า เป็นข้อมูลจากหน่วยเลือกตั้งที่รายงานเข้ามา ร้อยละ 90 ของหน่วยเลือกตั้ง (83,088 หน่วย) จากทั้งหมด 92,320 หน่วย ซึ่งยังคงเหลืออีก 9,232 หน่วยที่ยังไม่ได้รายงานข้อมูลเข้ามา อีกทั้งยังไม่รวมจำนวนคะแนนที่มาจากการเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร อีกจำนวนกว่า 2 ล้านบัตร ดังนั้นข้อมูลที่มีการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2562 ว่ามีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน ร้อยละ 74.69 (38,268,375 คน) เป็นข้อมูลที่เพิ่มขึ้น เมื่อได้รับรายงานเป็นเอกสารจากทุกหน่วยเลือกตั้งครบ 100% แล้ว ไม่ใช่กรณีที่จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพิ่มมากขึ้นอย่างผิดปกติ หรือเกิดจากการทุจริตแต่อย่างใด

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การรายงานผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ เป็นการรวบรวมจากเอกสารรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง ส่งมารวมกันที่เขตเลือกตั้ง ก่อนส่งไปที่จังหวัด เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง แล้วจึงส่งเอกสารผลการนับคะแนนรายเขตเลือกตั้งมายังส่วนกลาง โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ใช้ระยะเวลาประมาณ 5 วัน ซึ่งเท่ากับการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้มีความล่าช้าในการรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งแต่อย่างใด หากสาธารณชน หรือพรรคการเมืองยังมีข้อสงสัยในประเด็นใดสามารถสอบถามจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้

เลือกตั้ง62
การเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทยวันที่ 24 มีนาคม 2562

เกร็ดความรู้ : ขั้นตอนการนับคะแนนเลือกตั้งและการประกาศผล

เมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนในเวลา 17.00 น. ของวันเลือกตั้งแล้ว จะนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้งโดยเปิดเผยจนเสร็จสิ้นในรวดเดียว เพื่อป้องกันการทุจริตเลือกตั้งที่อาจเกิดจากการขนย้ายหีบบัตรให้การนับคะแนนเสร็จสิ้น และสามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้รวดเร็ว

หลังจากนั้น กกต.เขต จะรวบรวมผลการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งภายในเขต และประกาศผลรวมคะแนนของเขตและปิดประกาศไว้ในสถานที่ที่กำหนด พร้อมรายงานต่อ กกต.ประจำจังหวัด และรายงานต่อ กกต. เพื่อประกาศและรับรองผลการเลือกตั้ง

คืบหน้าเครื่องบินเอธิโอเปียตก ผลสอบชี้นักบินทำตามขั้นตอนฉุกเฉินที่โบอิ้งแนะแล้ว

เผยผลสอบเครื่องบินโบอิ้ง 737Max8 ของสายการบินเอธิโอเปียที่ตกเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระบุว่านักบินปฏิบัติตามขั้นตอนแก้ปัญหาฉุกเฉินตามที่โบอิ้งแนะนำแล้ว

วันที่ 3 เม.ย. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้กรณีเครื่องบินโบอิ้ง 737 Max 8 ของสายการบินเอธิโอเปีย แอร์ไลน์ส ประสบเหตุตกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2562 เป็นเหตุให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมด 157 ราย โดยล่าสุดของหนังสือพิมพ์ วอลล์ สตรีท เจอนัล เผยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นักบินทั้ง 2 ปฏิบัติตามขั้นตอนฉุกเฉินที่บริษัทโบอิ้งแนะนำ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาควบคุมเครื่องบินได้

 ซากเครื่องบิน ของสายการบินเอธิโอเปีย แอร์ไลน์สที่ตกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2562

รายงานระบุถึงข้อมูลจากแหล่งข่าว ที่เผยกับวอลล์ สตรีท เจอนัล ระบุว่า ตอนแรก นักบินได้ปิดระบบต่อต้านภาวะเครื่องบินร่วงหล่นอัตโนมัติ MCAS ขณะที่ระบบนี้ได้กดส่วนหัวเครื่องบินต่ำลง หลังทะยานขึ้นมาจากสนามบินในกรุงแอดดิสอาบาบา เมืองหลวงเอธิโอเปีย

จากกรณีของเหตุเครื่องบินเอธิโอเปีย แอร์ไลน์สตกลงนั้น นักบินได้เปิดระบบป้องกันภาวะร่วงหล่นอัตโนมัติ MCAS ถึง 4 ครั้ง หลังจากตอนแรก นักบินได้ปิดระบบนี้ไป เพราะสงสัยข้อมูลจากเซนเซอร์รายงานผิดพลาดจนทำให้ระบบ MCAS ทำงาน แต่ยังไม่แน่ชัดว่า นักบินเป็นคนเลือกเปิดระบบ MCAS เองหรือไม่

ทว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่สอบสวนกำลังศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ซอฟต์แวร์เปิดระบบ MCAS อาจเปิดทำงานเองได้โดยไม่ต้องมีนักบินเป็นผู้เปิดระบบ

ทั้งนี้บริษัทโบอิ้งได้ออกคำแนะนำไปยังนักบินที่ขับเครื่องบินโบอิ้ง 737 Max หลังจากเครื่องบินโบอิ้ง 737 Max 8 ของสายการบินไลอ้อน แอร์ตกเมื่อเดือนตุลาคม 2561 โดยแนะนำให้นักบินปิดระบบต่อต้านภาวะร่วงหล่นอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม หลังจากหนังสือพิมพ์ วอลล์ สตรีท เจอนัล เผยแพร่ข่าวนี้ออกมา โฆษกบริษัทโบอิ้งในสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นใด ๆ

 ซากเครื่องบิน ของสายการบินเอธิโอเปีย แอร์ไลน์สที่ตกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2562

9 วิธีการเอาตัวรอด จากอุบัติเหตุ เครื่องบินตก

1. ให้ความสนใจ

ขณะที่แอร์โฮสเตท หรือสจ๊วต กำลังอธิบายเรื่องอุปกรณ์ช่วยเหลือด้านความปลอดภัย เพราะในยุคนี้ ผู้คนส่วนมากมักจะเพิกเฉยต่อสิ่งเหล่านี้ และเมื่อสถานการณ์จริงเกิดขึ้น การตั้งใจฟังของคุณ คือกุญแจสำคัญในการเอาชีวิตรอด

2. ดูแลสภาพร่างกาย

การที่คุณมีสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยม และสรีระที่คล่องตัว มันจะทำให้คุณมีโอกาสหนีออกจากสถานการณ์อันขับขันได้ พาตัวเองไปสู่ตำแหน่งที่ดีในการจะช่วยเหลือตัวเอง หรือพาตัวเองผ่านช่องแคบๆ ได้

3. เห็นแก่ตัวไว้ก่อน

หมายถึง คุณต้องช่วยเหลือตัวเองให้พร้อม ก่อนที่จะไปช่วยเหลือคนอื่น เช่น กรณีระดับอ๊อกซิเจนบนเครื่องต่ำลง คุณควรสวมหน้ากากอ๊อกซิเจนให้ตัวเองก่อน แล้วค่อยไปสวมให้เด็ก คนแก่ หรือผู้โดยสารคนอื่นๆ

4. เครื่องแต่งกายมีผล

หลีกเลี่ยงการสวมใส่ผ้าใยสังเคราะห์ไวไฟสูงเช่นโพลีเอสเตอร์หรือไนล่อน ให้เลือกสวมผ้าฝ้ายหรือขนสัตว์แทน เพราะผลกระทบคือการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้บนเครื่องบิน นอกจากนี้การที่คุณผู้หญิงใส่รองเท้าส้นสูง อาจเป็นอุปสรรคสำคัญในการเอาชีวิตรอด ควรเลือกรองเท้ารัดส้นหรือผ้าใบเป็นดีที่สุด

5. รู้จักวางแผนและศึกษาข้อมูล

มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า 3 นาทีแรก และ 8 นาทีสุดท้ายของเที่ยวบิน เรียกว่ากฎของบวกสาม / ลบแปด คิดเป็นร้อยละ 80 ของช่วงเวลาในการเกิดอุบัติเหตุบนเครื่องบิน ในช่วงเวลาดังกล่าวคุณไม่ควรปิดตา ไม่ควรจะเมาหรือใส่หูฟัง จริงๆ คุณควรจะให้ความสนใจ และรู้จักสังเกต และตั้งสติ คุณถึงจะสามารถอยู่รอดอุบัติเหตุเครื่องบินตกได้

6. อย่ามัวห่วงสัมภาระ

ตามการสำรวจของคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ ร้อยละ 68 ของผู้โดยสารที่เสียชีวิตในเครื่องบินตก อันเนื่องมาจากการเกิดเพลิงไหม้ คุณมีเวลาประมาณ 90 วินาที ก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกลาม การจะไปหยิบกระเป๋าถือหรือกระเป๋าเดินทาง ถือเป็นความแตกต่างของความเป็นความตาย ในการมีชีวิตรอด

ภาพประกอบข่าว : เครื่องบินจากสายการบิน US Airways ตกลงในแม่น้ำ

7. การเลือกที่นั่ง

ถ้าเลือกได้ ควรเลือกที่นั่งในตำแหน่งที่ใกล้ประตูฉุกเฉิน หรือประตูทางออกมากที่สุด จดจำและนับจำนวนแถวไปสู่ทางออก ยิ่งคุณอยู่ใกล้เส้นทางหลบหนีมากเท่าไร โอกาสในการมีชีวิตรอดย่อมมีสูง

8. เลือกนั่งชั้นประหยัด

การเลือกที่นั่งชั้นประหยัด (Economy Class) มีโอกาสรอดชีวิตสูงกว่าชั้นธุรกิจ (Business Class) ตามการศึกษา นักวิจัยดำเนินการทดลองโดยใช้เครื่องบินโบอิ้ง 727 แบกหุ่นโครงกระดูกเข้าไปในทะเลทราย Sonaran ในเม็กซิโก ในระหว่างการทดลอง 11 คนแรกของแถวที่นั่ง ซึ่งมักเป็นที่นั่งที่แพงที่สุด จะถูกฉีกออกจากด้านหน้าของเครื่องบินนักวิจัยได้สรุปว่าไม่มีผู้โดยสารชั้นเฟิร์ส คลาส รอดชีวิต แต่ร้อยละ 78 ของผู้โดยสารที่เหลือจะยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นโอกาสของการมีชีวิตรอดจะเพิ่มขึ้น หากคุณเลือกที่นั่งชั้นประหยัด

9. รัดเข็มขัดนิรภัย

แน่นอนว่าการรัดเข็มขัดนิรภัย ถือเป็นขั้นต้นในการมีชีวิตรอดของคุณ ถ้าคุณไม่รัด คุณก็ไม่สามารถใช้วิธีการเอาตัวรอดข้อแรกๆ ได้เลย แม้จะไม่การันตีได้ 100 % แต่มันเป็นโอกาสเดียว ที่คุณสามารถทำได้ในตอนแรก

ที่มา www.koamnewsnow.com

พายุถล่มหน่วยตรวจเลือกทหารกองเกินบึงสามพัน พบชายไทยมาเกณฑ์ทหารเจ็บ 1

หน่วยตรวจเลือกทหารกองเกิน บึงสามพัน  ถูกพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำเสียหาย พบชายไทยที่มาเกณฑ์ทหาร บาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 เกิดเหตุวาตภัยถูกลมพายุฤดูร้อน พัดกระหน่ำพื้นที่อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์อย่างรุนแรง ส่งผลทำให้เต้นท์ผ้าใบที่ตั้งไว้บริการประชาชนรอบหอประชุม หน่วยตรวจเลือกทหารกองเกิน บึงสามพัน ถูกลมพัดพังเสียหาย จำนวน 5 หลัง ร้านค้าที่นำของมาวางขายภายในงานถูกลมพัดเสียหายบางส่วนและนายธนภัทร พรมประโคน อายุ 21 ปี อยู่เลขที่ 102 หมู่  8 ต.ซับสมอทอด ได้รับบาดเจ็บถูกเต้นล้มใส่บริเวณไหปลาร้าด้านซ้าย 1 ราย ภายหลังเหตุการณ์สงบ จึงได้ทำการตรวจคัดเลือกทหารกองเกินต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2562 ณ หน่วยตรวจเลือกทหารกองเกิน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ พบว่ามีชายไทยที่เข้าเกณฑ์ทหารรวม 9 ตำบล 108 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ต.ซับสมอทอด ต.ซับไม้แดง ต.หนองแจง ต.กันจุ ต.วังพิกุล ต.พญาวัง ต.ศรีมงคล ต.สระแก้ว และ ต.บึงสามพัน ต่างทยอยเดินทางมารายงานตัว พร้อมตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์ของร่างกาย เพื่อเข้ารับการตรวจคัดเลือกทหารกองเกิน จำนวน 452 คน

 

แม้สภาพอากาศจะร้อนระอุแต่ก็ยังมีบรรดาพ่อแม่ พี่น้องต่างตามมาเชียร์ให้กำลังใจบุตรหลานกันอย่างเนืองแน่น ส่วนการคัดเลือกทหารกองเกินยอดส่งเข้ากองประจำการทั้งหมด 161 นาย แยกออกเป็นทหารบก 125 นาย ทหารเรือ 36 นาย โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

การเตรียมตัวป้องกันอันตรายเมื่อทราบข่าวว่ากำลังจะเกิดวาตภัย เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

  • ติดตามฟังข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ และปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  • หากอาศัยอยู่ในที่ราบหรือบริเวณริมน้ำ ควรรีบทำการอพยพผู้คน สัตว์เลี้ยง และทรัพย์สินขึ้นไปอยู่ในที่สูง เพื่อเป็นการป้องกันน้ำท่วมเฉียบพลัน
  • ปิดประตู-หน้าต่าง ให้แน่นหนา โดยเฉพาะประตู-หน้าต่างที่เป็นกระจก ควรหาไม้ตอกตรึง หรือหาเทป กาวหนังกาวกระดาษปิดทับให้แน่น เพื่อป้องกันลมแรงกระจกแตก การปิดประตูหน้าต่าง จะช่วยปิดกั้นช่องการพัดผ่านของลมได้
  • ก่อนที่พายุจะมา ให้เราเก็บสิ่งของต่าง ๆ เช่น รถยนต์ เสื้อผ้า ฯลฯ และอพยพสัตย์เลี้ยงไว้บนที่สูง
  • เตรียมเครื่องมือช่างเอาไว้ด้วย เช่น ตะปู ค้อน ลวด ฯลฯ เพื่อนำมาทำเป็นแพไม้หรือแพถังน้ำมัน สำหรับใช้ในการอพยพ
  • ควรดับไฟในเตา ปลดสะพานไฟฟ้า ปิดวาล์วแก๊ส
  • จัดเตรียมน้ำ อาหารแห้ง ยารักษาโรค ให้พร้อม
  • เตรียมตะเกียง ไม้ขีดไฟ ไฟฉาย พร้อมถ่านแบตเตอรี่เอาไว้ด้วย เผื่อไฟฟ้าเกิดดับขึ้นมา เราจะได้ไม่ต้องลำบากในการหาไฟฉาย เพราะมันอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ (ถ้าเราอยู่ในที่มืด ทำให้ขยับตัวได้ยาก)