พายุฤดูร้อนถล่ม! เมืองพัทยา ฝนตกนาน 2 ชั่วโมง น้ำท่วมถนน จราจรติดขัด

จากกรณีที่ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือนพายุฤดูร้อน โดยได้ระบุว่า ช่วงวันที่ 31 มีนาคม – 3 เมษายน 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงมีฟ้าผ่า โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคตะวันออก ส่วนภาคกลางและภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในวันถัดไป

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีพายุฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องกว่า 2 ชั่วโมง ทำให้หลายพื้นที่เกิดภาวะน้ำท่วมขัง อยู่ระหว่างรอการระบาย การจราจรติดขัดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยบริเวณ ถนนสุขุมวิทพัทยาใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการสัญจรผ่านเมืองพัทยา พบว่า ขณะนี้มีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร การจราจรถูกตัดขาด รถยนต์และจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ มีเพียงรถบัสขนาดใหญ่ หรือรถที่มีความสูงมาก ถึงจะผ่านเส้นทางนี้ได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเทศกิจเมืองพัทยา ได้เข้ามาปิดกั้นเส้นทาง พร้อมอำนวยและให้ความช่วยเหลือประชาชน

ขณะที่ ถนนซอยเขาน้อย ยาวไปถึงถนนเลียบทางรถไฟมุ่งหน้าซอยเขาตาโล ซึ่งเป็นจุดที่น้ำท่วมสูงทุกครั้งที่ฝนตกหนัก พบว่า มีปริมาณน้ำท่วมขังสูงระดับ 50 ซ.ม. ถึง 1 เมตร การจราจรติดขัดไม่สามารถผ่านได้ ผู้ใช้รถใช้ถนนจะต้องวนรถกลับเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วม

ส่วนถนนสายในตัวเมืองพัทยา อาทิ ถนนพัทยาสาย3 ถนนซอยบัวขาว และถนนเลียบชายหาด มีปริมานน้ำท่วมขังสูงประมาน30 – 50 ซม. การจราจรยังพอสัญจรผ่านได้ แต่ค่อนข้างติดขัด อย่างไรก็ตาม หลังฝนหยุดตกประมาน 1 ชม. ปริมานน้ำท่วมขังจะค่อยๆ ลดระดับลงจนเข้าสู่สภาวะปกติต่อไป

กกต. ยันไม่มีธงแจกเหลือง-แดง เผยรับคำร้องแล้ว 142 เรื่อง จาก 264 เรื่อง

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการสืบสวน ไต่สวนข้อร้องเรียนต่างๆ หลังจากที่มีการประชุมชี้แจงให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งให้วินิจฉัย ว่า กระบวนการไต่สวนสืบสวน ต้องส่งไปให้ กกต. พิจารณา ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งใหม่ ระงับสิทธิ์สมัคร ให้ใบแดง หรือส่งฟ้องร้องต่อศาล ก็ต้องพิจารณาตามเนื้อหาหรือพยาน หลักฐานที่ปรากฏอยู่ในสำนวนการสืบสวน ไต่สวน

ฉะนั้นข้อมูลต่างๆ ที่มีธงการตั้งเป้าไว้ว่ามี 117 เขต ไม่เป็นความจริง โดยขณะนี้มีสำนวนอยู่ที่สำนักงาน กกต. ทั้งสิ้น 264 เรื่อง ในจำนวนนี้มี 164 เรื่อง ยังไม่เป็นสำนวน และมี 142 เรื่อง สั่งรับคำร้องไปแล้วนอกจากนี้มี 117 เรื่อง อยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าจะรับคำร้องนั้นหรือไม่ ซึ่งสำนักงานก็ต้องตรวจสอบดูว่าเรื่องที่ได้รับมา มีมูลความผิดหรือไม่

นอกจากนี้ พ.ต.อ. จรุงวิทย์  ยังกล่าวถึงเรื่องสูตรคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่กำลังมีกระแสอยู่ขณะนี้ ว่า ยังไม่ได้รับการสรุปจาก กกต. ว่าจะใช้สูตรใด ซึ่งน่าจะทราบความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ เพราะว่ามีการเรียกร้องให้ กกต. พิจารณาเรื่องสูตรการคำนวณต่างๆ ซึ่งการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มีบัญญัติไว้แล้วในกฎหมายในรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. พ.ศ. 2561 ซึ่งการคำนวณต่างๆ ก็ต้องมีต้นแบบ

ทั้งนี้ กกต. ก็จะศึกษาเจตนารมณ์ของกฎหมาย และข้อคัดค้านร่วมด้วยโดยจะมีความชัดเจนในสัปดาห์นี้ ส่วนจะประกาศสูตรคำนวณให้ทราบหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับมติของ กกต. อย่างไรก็ตามบัญชีรายชื่อก็จะมีความชัดเจนในวันที่ 9 พฤษภาคม

‘กรมศิลปากร’ ร่วมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปะวัฒนธรรม ในวันอนุรักษ์มรดกไทย

วันนี้( 2 เม.ษ. 62 ) ที่ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร กรมศิลปากรจัดกิจกรรมรณรงค์การดูแลรักษามรดกทางศิลปะวัฒนธรรมของชาติ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ณ โบราณสถานสำคัญสี่ภาค 4 และจัดทำความสะอาดวัดพร้อมกันทั่วประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร โดยกองโบราณคดี และประชาชนในพื้นที่ร่วมดำเนินการกว่า 200 คน ร่วมกันทำความสะอาดพระพุทธรูปในวิหารคด และพระศรีศากยมุนี ภายในในวัดสุทัศฯ

ทั้งนี้ ตามที่รัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ 2 เม.ย. ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพใน สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เป็น “วันอนุรักษ์มรดกไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่องานด้านอนุรักษ์สืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์สืบสานและส่งเสริม งานทางด้านศิลปะวัฒนธรรมให้เห็นเป็นตัวอย่างตลอดมา

สำหรับ วัดสุทัศน์ฯ ถือเป็นวัดสำคัญตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นในพื้นที่พระนครชั้นในเมื่อ พ.ศ. 2350 อีกทั้งถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 เเละเป็นวัดที่ใช้ทำพิธีพลีกรรมเสกน้ำศักดิ์สิทธิ์ นำน้ำอภิเษกไปประกอบพิธีปลุกเสกน้ำรวมที่วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร ในวันที่ 18-19 เมษายน 2562 เพื่อนำไปใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรัชกาลที่ 10 ซึ่งถือเป็นพิธีสำคัญของปวงชนชาวไทยอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดโครงการอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช 2562 กิจกรรมรณรงค์การดูแลรักษามรดทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ โบราณสถานสำคัญใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 2-8 เมษายน 2562 โดยร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ภาคประชาชนท้องถิ่น เพื่อให้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษามรดกทางศิลปะวัฒนธรรมของชาติ พร้อมทั้งเปิดให้ประชาชนเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่า ธรรมเนียมเข้าชม ในวันที่ 2 เมษายน 2562