พบถุงเครื่องในเน่าปริศนาทิ้งเจ้าพระยา ชาวบ้านหวั่น!! เกิดโรคระบาด

ชาวบ้านพบถุงเครื่องในสัตว์จำนวนมาก ถูกนำมาทิ้งที่แม่น้ำ ในพื้นที่ ต.ท่าชัย อ.เมืองชัยนาท หวั่นเกิดโรคระบาด อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

วันที่ 2 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่ออกมานั่งตกปลาบริเวณริมตลิ่ง เชิงสะพานใหม่ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่ ต.ท่าชัย อ.เมืองชัยนาท ที่ถึงกับผงะเมื่อเจอถุงต้องสงสัยจำนวน 5 ถุง ลอยมาติดอยู่ริมตลิ่งโดยส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ซึ่งเมื่อเข้าไปตรวจสอบก็พบว่าเป็นถุงเครื่องในสัตว์จำนวนมากที่แต่ละถุงบรรจุไว้ไม่ต่ำกว่า 10 ก.ก. ที่กำลังเน่าบูดส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวน

โดยชาวบ้านที่เป็นคนพบถุงเครื่องในเน่าเป็นคนแรกบอกว่า ตอนแรกที่ได้กลิ่นรู้สึกเหม็นมาก คิดว่าเป็นอวัยวะของคน แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆก็คิดว่าจะนะเป็นเครื่องในหมูมากกว่า แต่จากจำนวนที่มีมากถึง 40-50 ก.ก.ก็สร้างความกังวลให้ชาวบ้าน เพราะบ้านเรือนที่อยู่ริมตลิ่งจำเป็นต้องใช้น้ำในแม่น้ำในการการซักล้างต่างๆ

แต่เมื่อมีคนนำซากสัตว์มาทิ้งลงแม่น้ำแบบนี้ น้ำก็อาจจะเกิดการปนเปื้อนและอาจจะเกิดโรคระบาดได้ ชาวบ้านจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ และหาทางป้องกันการทิ้งซากสัตว์ที่เน่าเสียแบบนี้ ลงแหล่งน้ำที่จะกระทบกับประชาชนริมตลิ่งได้อีก

ทั้งนี้การทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ มีความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ตามมาตรา 33 โทษสูงสุดปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ขั้นตอนการเกณฑ์ทหาร และวิธีการผ่อนผัน ให้ชายไทยเข้าใจในหน้าที่

เวียนกลับมาอีกครั้ง สำหรับการเกณฑ์ทหาร ซึ่งในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ตามกฎหมายชายไทยที่มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องเข้ารับราชการทหารตรวจเลือกทหาร หรือการเกณฑ์ทหารตามกำหนด

ปีนี้กองทัพบกได้ทำการเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ระหว่างวันที่ 1-2 เม.ย. 62 (ยกเว้น 6 เม.ย.) และช่วงนี้หลายพื้นที่คึกคักเป็นพิเศษ เพราะได้มีชายไทยจำนวนมากตบเท้าเข้าคัดเลือกทหารกันแล้ว

ตามกฎหมายไทย การคัดเลือกทหารมีอยู่ด้วยกัน 2 ลักษณะ ได้แก่ การคัดเลือกทหารกองประจำการ และการคัดเลือก
ทหารกองเกิน

ทหารกองประจำการ คือ ผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกองประจำการ และได้เข้ารับราชการในกองประจำการจนปลด กล่าวคือชายไทยอายุ 18 ปี คนใดได้รับหมายเรียก จะต้องไปเข้ารับการตรวจเลือกเกณฑ์ทหาร ตามหมายเรียกของนายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต/ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ โดยหลักฐานที่ต้องใช้ มีดังนี้

1. หมายเรียก (แบบ สด.35)

2. ใบสำคัญ (แบบ สด.9)

3. บัตรประจำตัวประชาชน

4. ประกาศนียบัตรหรือหลักฐานการศึกษา

ขั้นตอนการเกณฑ์ทหารกองประจำการ 

ผู้ที่ได้รับหมายเรียก  (แบบ สด.35)  ต้องเข้าแถวตามตำบล จากนั้นประธานกรรมการตรวจเลือกทหารหรือประธานกรรมการเกณฑ์ทหาร  จะทำการชี้แจงความจำเป็นถึงการตรวจเลือกทหาร เมื่อประธานกรรมการชี้แจงเสร็จ กรรมการสัสดีจะชี้แจงถึงขั้นตอนการปฏิบัติในการตรวจเลือกทหาร  รวมทั้งสิทธิต่าง ๆ ของผู้ถูกเข้ารับราชการทหารกองประจำการคือผู้ที่สมัครหรือผู้ที่จับสลากแดงได้  ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้

  • กรรมการเรียกชื่อเข้าตรวจเลือก
  • กรรมการแพทย์ตรวจร่างกายว่าสมบูรณ์ดีหรือไม่ ซึ่งคนที่ร่างกายพิการทุพพลภาพ หรือมีโรคที่กฏหมายกำหนดให้ไม่ต้องเข้ารับราชการทหา
  • กรรมการจะวัดขนาดสูงและขนาดรอบตัวของร่างกาย
  • ประธานการตรวจเลือก/เกณฑ์ทหารจะตรวจสอบขั้นสุดท้ายถ้าร่างกายสมบูรณ์ดีและขนาดสูง  1 เมตร  60  เซนติเมตร ขนาดรอบตัว  76  เซนติเมตร ในเวลาหายใจออก  จะให้รอจับสลากสำหรับคนที่ร่างกายสมบูรณ์ดี แต่ขนาดสูงต่ำกว่า 1 เมตร  60  เซนติเมตร ขนาดรอบตัวต่ำกว่า 76  เซนติเมตร ในเวลาหายใจออกและคนร่างกายไม่สมบูรณ์ดีหรือร่างกายพิการทุพพลภาพหรือมีโรคที่ขัดต่อการเป็นทหารกองประจำการ ประธานกรรมการจะปล่อยตัวพร้อมกับมอบใบรับรองผลการตรวจเลือกให้ทหารกองเกินรับไป
  • ทหารกองเกินหรือบุคคลที่จับสลากแดงหรือสมัครเข้าเป็นทหารกองประจำการ ประธานกรรมการตรวจเลือกจะส่งตัวให้นายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต/ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอออกหมายนัดให้ไปเข้ารับราชการทหารตามผลัดที่จับสลากได้ หรือผลัดที่สมัครไว้

ทหารกองเกิน

ทหารกองเกิน คือ ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ และยังไม่ถึง 30 ปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา 16 หรือผู้ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา 18 แล้ว

กล่าวคือ ชายสัญชาติไทยเมื่ออายุ  17  ปีบริบูรณ์  ต้องไปลงบัญชีทหารกองเกิน (ขึ้นทะเบียนทหาร)  ตามภูมิลำเนาของบิดา  ถ้าบิดาถึงแก่กรรมให้ลงบัญชีทหารกองเกินตามภูมิลำเนาของมารดา   ถ้าบิดา มารดาถึงแก่กรรมให้ลงบัญชีทหารกองเกิน ตามภูมิลำเนาของผู้ปกครอง เมื่อลงบัญชีทหารกองเกินเสร็จแล้วจะได้รับใบสำคัญ  (แบบ สด.9)  โดยนำหลักฐานไปลงบัญชีทหาร ดังนี้

1. บัตรประจำตัวประชาชน

2. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

3. สูติบัตร  (ถ้ามี)

จากนั้นผู้ที่ลงบัญชีทหารกองเกิน เมื่ออายุ 20  ปีบริบูรณ์  ต้องไปรับหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (แบบ สด.35)  ภายในปี พ.ศ.นั้น ๆ กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปรับหมายเรียกแทน   จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจ และนำหลักฐานไปยืนต่อนายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต/ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ ดังนี้

1. ใบสำคัญ (แบบ สด.๙)
2. บัตรประจำตัวประชาชน

ทั้งการคัดเลือกทั้งทหารกองประจำการ และทหารกองเกิน ใช่ว่าเมื่ออายุครบแล้วจะได้รับการตรวจเลือกทันที แต่สามารถที่จะทำเรื่องผ่อนผันการคัดเลือกทหารได้ หากมีกิจจำเป็นและไม่พร้อมที่จะเข้ารับการตรวจเลือกในปีนั้นๆ

การผ่อนผันการตรวจเลือกทหารเพื่อเลี้ยงดูบิดา มารดา

ผ่อนผันเกณฑ์ทหาร เพื่อเลี้ยงดูบิดามารดา ซึ่งไร้ความสามารถหรือพิการทุพพลภาพ หรือชราจนหาเลี้ยงชีพไม่ได้และไม่มีผู้อื่นเลี้ยงดู ขั้นตอนดังนี้

1. ถ้ามีบุตรต้องเกณฑ์ทหารพร้อมกันหลายคน ให้บิดามารดาเลือกเพียงคนเดียว

2. ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต/ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ ก่อนวันเกณฑ์ทหารไม่น้อยกว่า 30  วัน

3. ทำการร้องขอผ่อนผันต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือกอีกครั้ง

หลักฐานที่ต้องนำไปแสดงการขอผ่อนผัน

  • ใบสำคัญ (แบบ สด.9)
  • หมายเรียก (แบบ สด.35)
  • บัตรประจำตัวประชาชนของตนเอง/บิดาหรือมารดา
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หลักฐานที่แสดงว่าบิดาหรือมารดาเป็นคนไร้ความสามารถหรือพิการทุพพลภาพ
  • หลักฐานอื่นที่มีและเกี่ยวข้อง

การผ่อนผันการตรวจเลือกทหารเพื่อเลี้ยงดูบุตร

หากต้องการขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารเพื่อเลี้ยงดูบุตร ซึ่งมารดาตายหรือไร้ความสามารถ หรือพิการทุพพลภาพ ซึ่งบุตรยังหาเลี้ยงชีพไม่ได้ หรือไม่มีผู้อื่นเลี้ยงดู  ทำตามขั้นตอน ดังนี้

1. ยื่นคำร้องขอผ่อนผันต่อนายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต/ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่ง อำเภอ ก่อนถึงวันเกณฑ์ทหาร/ตรวจเลือกทหารไม่น้อยกว่า  30  วัน

2. ร้องขอต่อคณะกรรมการตรวจเลือกทหาร  ในวันตรวจเลือกทหาร/วันเกณฑ์ทหารอีกครั้ง

หลักฐานที่ต้องนำไปยื่นคำร้องขอผ่อนผัน

  • ใบสำคัญ (แบบ สด.9)
  • หมายเรียก (แบบ สด.35)
  • บัตรประจำตัวประชาชนของตนเอง/ภรรยา
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ใบสำคัญการสมรส/ทะเบียนสมรส
  • ใบมรณบัตรของภรรยา (ถ้ามี)
  • หลักฐานที่แสดงว่าภรรยาไร้ความสามารถหรือพิการทุพพลภาพ
  • หลักฐานอื่นที่มีและเกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

การผ่อนผันการตรวจเลือกทหารเพื่อศึกษาภายในประเทศ

การผ่อนผันเนื่องจากอยู่ระหว่างการศึกษาภายในประเทศ เป็นการผ่อนผันให้ เนื่องจากมีจำนวนคนมากกว่าจำนวนคนที่หน่วยทหารต้องการ โดยนักเรียนโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 หรือเทียบเท่า  จะได้รับการผ่อนผันจนสำเร็จระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า แต่อายุไม่เกิน  22  ปีบริบูรณ์

ขณะที่นิสิตหรือนักศึกษามหาวิทยาลัยของรัฐ สถาบันการศึกษาของรัฐหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชน  จะผ่อนผันให้ศึกษาที่ไม่สูงกว่าระดับปริญญาโท และจนถึงอายุครบ 26 ปีบริบูรณ์ แต่สำหรับการศึกษาภาคนอกเวลาหรือภาคสมทบ หรือนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงและมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชต้องมีผลการศึกษาสอบไล่ได้ภาคละไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต ทุกภาคติดต่อกัน

ขั้นตอนยื่นคำร้องขอผ่อนผัน

  • ยื่นคำร้องขอผ่อนผันต่อสถานศึกษาที่ศึกษาอยู่
  • ไปเข้ารับการตรวจเลือกเพื่อใช้สิทธิ์การผ่อนผันการตรวจเลือกทหารในวันตรวจเลือก
  • หลักฐานที่ใช้ประกอบในการขอผ่อนผัน ได้แก่ ใบสำคัญ (แบบ สด.9) หมายเรียก (แบบ สด.35) บัตรประจำตัวประชาชน


การขอผ่อนผันการตรวจเลือกทหารเพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศ

การผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร เนื่องจากไปศึกษาต่อต่างประเทศ จะได้รับการผ่อนผันการตรวจเลือกทหารตามจำนวนปีที่ใช้การศึกษาตามหลักสูตรจนกว่าจะจบการศึกษา แล้วยกเว้นให้ไม่ต้องมาแสดงตนในวันตรวจเลือกเกณฑ์ทหาร โดยให้นักเรียนผู้ขอผ่อนผันหรือมอบอำนาจให้บิดามารดา หรือผู้ปกครอง ยื่นคำร้องขอผ่อนผันต่อนายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต/ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอท้องที่ภูมิลำเนาทหาร

หลักฐานที่จะต้องนำไปยื่นคำร้องขอผ่อนผันทหาร

  • ใบสำคัญ (แบบ สด.9)
  • หมายเรียก (แบบ สด.35)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอผ่อนผันของผู้ยื่นคำร้องขอผ่อนผันแทน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองของสถานศึกษาพร้อมสำเนาคำแปลเป็นภาษาไทย
  • หนังสือรับรองของสถานฑูตหรือสถานกงสุลไทย ณ ประเทศที่ไปศึกษา

การรับราชการทหารกองประจำการ และทหารกองเกิน นอกจากการตรวจเลือกเข้ารับราชการแล้ว (จับใบแดง/ใบดำ) ยังมีอีกวิธีคือชายไทยที่ผ่านเกณฑ์การตรวจร่างกายก็สามารถร้องขอยื่นสมัครเข้าเป็นทหารกองประจำการและทหารกองเกินได้ โดยสามารถเข้าไปแจ้งความจำนงค์กับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยคัดเลือกทหารนั้นๆ

การเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ โดยปกติมีระยะเวลาสองปี แต่สำหรับผู้มีคุณวุฒิต่างๆ อาจมีระยะเวลาเข้ารับราชการกองประจำการน้อยกว่าสองปีได้

โดยผู้ที่มีคุณวุฒิ ม.6  หรือเทียบเท่าขึ้นไป ต้องนำหลักฐานการศึกษาหรือประกาศนียบัตรหรือหนังสือรับรองวิทยฐานะที่จบ รด. ปี 1 หรือปี  2 แสดงต่อคณะกรรมการตรวจเลือกภายในวันตรวจเลือก ซึ่งจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า ถ้าสมัครเป็นทหาร 1 ปี  ถ้าจับได้สลากแดงเป็นทหาร 2 ปี

หากจบประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรืออนุปริญญาขึ้นไป ถ้าสมัครเป็นทหาร 6 เดือน ถ้าจับสลากได้สลากแดงเป็นทหาร  1 ปี  หรือจบ รด. ปี 1 ถ้าสมัครเป็นทหาร  1 ปี  ถ้าจับได้สลากแดงเป็นทหาร 1 ปี  6 เดือน หากจบ  รด. ปี 2 ถ้าสมัครเป็นทหาร 6 เดือน ถ้าจับได้สลากแดงเป็นทหาร 6 เดือนเช่นกัน

ส่วนผู้ที่ได้รับการยกเว้นไม่ให้เข้าตรวจรับราชการทหาร ได้แก่บุคคลที่สำเร็จวิชานักศึกษาวิชาทหาร (รด.) โดยกลุ่มนักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จหลักสูตรชั้นปีที่ 3 ให้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1 แทน ซึ่งจะต้องนำหลักฐานที่จะต้องไปยื่นแสดง คือ

  • ใบสำคัญ  (แบบ สด.9)
  • หมายเรียก (แบบ สด.35)
  • บัตรประจำตัวนักศึกษาวิชาทหาร
  • สำเนาทะเบียนบ้าน

การฝึกทหารเกณฑ์ทั้งคนสมัครใจ และคนที่จับสลากได้รับใบแดง จะมีขั้นตอนเหมือนกัน โดย 3 เดือนแรกจะมีการฝึกที่หนักสร้างร่างกายและความอดทน เพื่อปรับจากพลเรือน ให้เป็นพลทหาร จากนั้นแต่ละหน่วย แต่ละกรม จะมีวิธีการเรียนทางทหารที่แตกต่างกันออกไป

การเกณฑ์ทหาร นับเป็นเรื่องระทึกในชีวิตของชายไทยทุกคนที่ต้องเคยผ่านพ้น เพราะเป็นหน้าที่ที่ถูกบัญญัติไว้ในกฎหมาย หากละเลยไม่ปฏิบัติตามอาจมีโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 3 ปี ซึ่งโทษดูเหมือนจะไม่หนักหนาสาหัส แต่เชื่อเถอะว่า มีผลกระทบตามมาอีกเป็นขบวนเป็นแน่ถ้าคิดหนีทหาร ทางที่ดีควรทำหน้าตามหน้าที่ เพราะสุดท้ายแล้วพยายามจะหลบเท่าไหร่ คงไม่พ้นอยู่ดี  . . .

‘บิ๊กแดง’ จวกการเมืองเลิกวาทกรรม เผด็จการ-ประชาธิปไตย ชี้ยอมรับกติกา ไปสู้ในสภา

“บิ๊กแดง” จวกการเมือง เลิกวาทกรรม เผด็จการ – ประชาธิปไตย แบ่งแยกประชาชน ขอนักวิชาการอย่าปลูกฝังประชาธิปไตยซ้ายตกขอบ มาดัดจริตเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ชี้ยอมรับกติกา ไปสู้ในสภา เกมใครเกมมัน

วันนี้ (2 เม.ย. 62) ที่ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ เดินทางมาเป็นประธานงานวันคล้ายวันสถาปนา กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ครบรอบ 112 ปี กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ขุมกำลังรบหลัก ของกองทัพภาคที่ 1 โดยมี ทหารกองเกียรติยศ ตั้งแถวต้อนรับ ขณะเดียวกันหลังจากพิธีฯ เสร็จสิ้น

โดย พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เปิดใจถึงสถานการณ์การเมือง ณ ขณะนี้ ว่ากองทัพบก ยุคนี้ พัฒนาปรับปรุงเป็นโมเดิร์นไนท์ อาร์มมี่ อย่าง ผบ.ทบ. ต่างประเทศ ก็ส่งไลน์ ติดต่อกันในภูมิภาคเพื่อนบ้าน ซึ่งเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ โดยเฉพาะด้านการเมือง

“ตนนั่งคิดทบทวน มา 2 คืน สรุป เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น อยากให้ประชาชน สื่อมวลชน ทำความเข้าใจ ที่ตนเคยให้ข่าวหลายครั้ง แต่แปลกที่ไม่เข้าใจกัน ตนใช้คำว่า พลเอกประยุทธ์ จะต้องเดินไปในทางของท่านในทางการเมือง ส่วนกองทัพบก ต้องกลับมาพัฒนากองทัพ มาเป็นทหารอาชีพ ตอนนี้กองทัพบก เปลี่ยนไปมาก มีความสง่างาม ซึ่งในหลวง เป็นต้นแบบของ ระเบียบวินัย ลักษณะทหารที่ดี ทั้งนี้อยากให้ ทุกคน นิสิต นักศึกษา เข้าใจกองทัพเสียใหม่ ยอมรับว่าเรามีช่องว่างทางการสื่อสาร สื่อสารคนละภาษา กับที่ท่านอยากจะฟัง ซึ่งกองทัพบก เราจะพยายามสื่อสาร แต่ต้องเข้าใจว่ากองทัพเป็นหน่วยงานของรัฐบาล แต่ไม่ได้ทำงานการเมือง”

ทั้งนี้ ในด้านการยอมรับกติกา ขออย่าใช้วาทกรรม ที่ถูกสร้าง ทั้งคำว่าเผด็จการ และประชาธิปไตย พร้อมย้อนถาม เป็นคนไทยด้วยกันหรือไม่ ผุดวาทกรรมมาเพื่อแบ่งแยกประชาชนที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างนั้นหรือ หรือต้องการให้เกิดสงครามกลางเมือง เหมือนที่เกิดขึ้นมา ณ วันนี้ ยังมีขบวนการแบ่งฝ่าย ทำไมไม่เคารพกติกา แล้วไปสู้ในสภา ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ถูกชี้นำด้วยเกมการเมือง จากพวกนักการเมืองเดิมๆ หรือซ้ายตกขอบ

ขอร้อง นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ ที่ไปเรียน ต่างประเทศ บางท่าน ได้ทุนราชการ ทุนจากในวัง ท่านเรียนระบอบประชาธิปไตย ที่ใดไม่ว่า แต่ระบอบประชาธิปไตยในโลกนี้ เขามีวัฒนธรรม ของตัวเองแตกต่างกัน เมื่อเราไปเรียนก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับประเทศอื่นอื่น ย้อนถาม คสช. เป็นเผด็จการจริงหรือ ไม่อยากจะยกตัวอย่างประเทศอื่นที่เขาเผด็จการจริงๆ นี่คือวัฒนธรรมระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ

ขอให้รักกันเถิด นำความรู้ระบอบประชาธิปไตยของเขามา ต้องดูด้วย ไม่ใช่พยายามเปลี่ยนแปลง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่าเอาซ้ายจัดมา แล้วดัดจริต นี่คือแผ่นดิน ที่บรรพบุรุษ เสียเลือดเนื้อ ขอฝากรักกันเถอะ หยุดวาทกรรมการเมือง ในเมื่อกรรมการตัดสินแล้ว ขอให้อยู่เกมใครเกมมัน ล้างแค้นกันไปมา ก็ไม่มี วันจบ