เตือน! หลีกเลี่ยงออกกำลังกายกลางแดดเป็นเวลานาน เสี่ยงเป็นโรคลมร้อนหรือโรคฮีทสโตรก

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงออกกำลังกายกลางแดดเป็นเวลานาน เสี่ยงเป็นโรคลมร้อนหรือโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) แนะออกกำลังกายในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องประชาชน ที่ออกกำลังกายกลางแดดเป็นเวลานานอาจทำให้ ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ เสี่ยงต่อการเป็นโรคลมร้อนหรือ โรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) โดยผู้ที่ออกกำลังกายในสภาพอากาศร้อนจัด ระบบระบายอากาศไม่ดี ใส่เสื้อผ้าหนาดื่มน้ำน้อย ทำให้มีอุณหภูมิในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส

สัญญาณสำคัญของโรคนี้คือไม่มีเหงื่อออก ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อย ๆ ต่างจากการเพลียแดดทั่วไปที่จะพบมีเหงื่อออกด้วยจะกระหายน้ำมาก อ่อนเพลีย เมื่อยล้า คลื่นไส้ อาเจียนปวดศีรษะ ความดันต่ำ หน้ามืด หายใจเร็วและอาจรุนแรงถึงขั้น เพ้อ ชัก ไม่รู้สึกตัว ตับและไตวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้ช็อก หมดสติ และถึงขั้นเสียชีวิตได้

แพทย์หญิงพรรณพิมล กล่าวต่อไปว่า ผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้งควรลดเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วง เวลาที่อากาศร้อนจัดโดยเฉพาะช่วงเวลา 11.00–15.00 น. สวมชุดออกกำลังกายที่ระบายความร้อนได้ดี หลีกเลี่ยง การออกกำลังกายอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลานานในช่วงที่อากาศร้อนจัด และหากมีอาการที่เข้าข่ายให้รีบแจ้งบุคคลใกล้ชิดทันที หากต้องอยู่หรือออกกำลังกายกลางท่ามกลางสภาพอากาศร้อน ควรจิบน้ำบ่อย ๆ เพราะสามารถป้องกันภาวะขาดน้ำได้ และควรออกกำลังกายในที่ร่ม เช่น โรงยิม หรือเลือกออกกำลังกายในช่วงเช้าและช่วงเย็น หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเสี่ยงสำคัญที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ได้แก่ กลุ่มเด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ป่วยหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน โดยให้อยู่ในสภาพแวดล้อมหรือพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ควรให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคอ้วน ออกกำลังกายกลางแจ้งหรือทำกิจกรรมที่เหนื่อยจนเกินไป

ส่วนหญิงตั้งครรภ์หากต้องเดินทางไกลควรมีผู้ดูแล ร่วมเดินทางด้วยเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิดและป้องกันอุบัติเหตุหากมีอาการหน้ามืด วิงเวียน หรือเป็นลม เมื่อเจออากาศที่ร้อนจัดภายนอก และไม่ควรทิ้งเด็กหรือผู้สูงอายุให้อยู่ในรถที่ปิดสนิทจอดและกลางแจ้งตามลำพัง เป็นเวลานาน เมื่อพบเห็นผู้ที่เป็นโรคลมร้อน ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยการนำตัวเข้ามาในที่ร่ม

จากนั้น ให้ผู้ป่วยนอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง คลายเสื้อผ้าให้หลวม แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัวและศรีษะ เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลงโดยเร็วที่สุด หากมีสติให้จิบน้ำ หากหมดสติให้ประเมินตามกระบวน CPR แจ้ง 1669 และนำส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยทันที

เจ้าบุญรอด หมาน้อยลอยคอกลางทะเล ได้พบคนช่วยชีวิตครั้งแรก

บุญรอด หมาน้อยลอยคอกลางทะเล ได้พบกับเจ้าของใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ช่วยเหลือ เตรียมรับไปเลี้ยงที่ขอนแก่น

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ประจำแท่นขุดเจาะของ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด จำนวน 4 คน ได้ช่วยเหลือสุนัขตัวหนึ่ง ที่ลอยคออยู่กลางทะเลอ่าวไทยเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย และให้การดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำเป็นอย่างดี พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า เจ้าบุญรอด

ก่อนมีการประสานไปยังองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ WATCHDOG THAILAND หรือ WDT เพื่อรับเจ้าสุนัขตัวนี้ไปดูแล และตั้งชื่อว่า “บุญรอด” ซึ่งเป็นสุนัขเพศผู้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 เม.ย. 62 ทาง นายวิฐิศักดิ์ พระยาลอ หรือ คุณอ้น นักวางเเผนนอกชายฝั่ง บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด หนึ่งในผู้ช่วยเหลือเจ้าบุญรอด พร้อมด้วยเพื่อนๆในบริษัท ได้เดินทางมาดู และรับตัวเจ้าบุญรอดแล้ว ที่บ้านพักของกลุ่มทีมงานอาสาบ้านหมายิ้มหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

โดยมี น.ส.ศิรพันธ์ งามพร้อมวงษ์ ตัวแทนขององค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ (WATCHDOG THAILAND) และเป็นหนึ่งในทีมงานอาสาบ้านหมายิ้มหาดใหญ่ และสมาชิกในกลุ่มร่วมต้อนรับ ทันทีที่เจ้าบุญรอด เห็นนายวิฐิศักดิ์ และกลุ่มเพื่อนก็จำได้ทันที และวิ่งเข้าไปหาด้วยท่าทางที่ดีอกดีใจ ซึ่งในวันนี้เจ้าบุญรอด มีสภาพร่างกายที่ค่อนข้างสมบูรณ์แข็งแรงดีแล้ว และไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง และนั่งหยอกล้อกันเล่นอยู่พักใหญ่

ด้าน นายวิฐิศักดิ์ เผยว่า วันนี้ตนได้เดินทางมารับเจ้าบุญรอด หลังจากเพิ่งลาพักร้อน และกลับมาจากแท่นน้ำมันกลางทะเลอ่าวไทย ซึ่งดีใจมากที่ได้เห็นเจ้าบุญรอดมีร่างกายแข็งแรงดีแล้ว และขอขอบคุณทางทางกลุ่มทีมงานอาสาบ้านหมายิ้มหาดใหญ่ และผู้ที่คอยให้การช่วยเหลือ

รวมทั้งผู้ที่คอยติดตามเรื่องราวของเจ้าบุญรอด และในวันพรุ่งนี้จะมีการนำเจ้าบุญรอด ไปหาสัตวแพทย์ เพื่อทำการตรวจเช็คอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะพาออกเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวกลับบ้านพักใน จ.ขอนแก่น ทันที ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดเตรียมพื้นที่ต่างๆ เอาไว้เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ นายวิฐิศักดิ์ ยังได้ฝากไปถึงชาวโซเชียลและผู้ที่ติดตามเรื่องราวของเจ้าบุญรอด ด้วยว่า ตอนนี้เจ้าบุญรอด แข็งแรงดีแล้ว ตนตนจะรับไปอุปการะต่อไป โดยหลังจากนี้สามารถติดตามเรื่องราวชีวิตและความเป็นอยู่ของเจ้าบุญรอด ได้ ทั้งที่ทางเพจของบ้านหมายิ้มหาดใหญ่ และเพจของเจ้าบุญรอด ซึ่งจะมีการส่งภาพ และทยอยอัพเดทข้อมูลกันให้ได้รับทราบกันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นที่สนใจของคนในวงกว้าง

รวมทั้งขอความเป็นส่วนตัวเรื่องการไปเยี่ยมเจ้าบุญรอด ที่บ้านพัก เนื่องจากอาศัยอยู่กับพ่อแม่ และรู้สึกเกรงใจ แต่ยังสามารถมาพบเจอเจ้าบุญรอด ได้นอกบ้าน ซึ่งจะนำออกมาวิ่งหรือเดินเล่นตามสวนสาธารณะ หรือตามริมบึงต่างๆใกล้บ้าน หรือสื่อมวลชนท่านใดที่สนใจจะสัมภาษณ์ ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ ซึ่งไม่ได้มีการปิดกั้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ ขอฝากให้ทุกคนช่วยกันช่วยเหลือสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยากเท่าที่จะช่วยได้ หรือหากเหลือบ่ากว่าแรง ก็สามารถติดต่อไปยังองค์กรพิทักษ์สัตว์ หรือมูลนิธิต่างๆ ได้ทันที

พาณิชย์ยัน! ภาครัฐแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำอย่างเต็มที่

พาณิชย์ยัน ภาครัฐแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำอย่างเต็มที่ เร่งเดินหน้ามาตรการ เชื่ออีก 2 เดือนสต็อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือในระดับปกติ

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ดำเนินการให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มตกต่ำที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มอย่างต่อเนื่อง

โดยที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้เสนอมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มน้ำมัน เพื่อแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน และคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.)

ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 และเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 เพื่อเร่งรัดนำน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกินจำนวน 160,000 ตัน ไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง และผลักดันการใช้ด้านพลังงาน และกนป. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารและกำกับดูแลมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ (เฉพาะกิจ) เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินการตามมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ โดยมีอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธานอนุกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานร่วมเป็นอนุกรรมการ

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาอากาศร้อนจัดส่งผลให้ผลปาล์มมีสภาพสุกแดดจากความร้อน จนทำให้ทางใบและคอปาล์มพับลงมา เกษตรกรจึงต้องเร่งตัดผลปาล์มเพื่อส่งขายให้กับโรงสกัด ซึ่งเกษตรกรต้องรอคิวนาน 1-2 วัน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งเพิ่มขึ้น และเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มลดลง

รวมทั้งขณะนี้เป็นช่วงใกล้เปิดเทอมเกษตรกรเร่งตัดผลปาล์มเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับบุตรหลาน ในขณะที่การส่งออกลดลง เนื่องจากสหภาพยุโรปออกมาตรการยกเลิกใช้น้ำมันปาล์มในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ รวมทั้งการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าของอินเดีย ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันปาล์มอันดับ 1 ของโลก

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้บูรณาการการดำเนินมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ ภายใต้คณะอนุกรรมการฯ โดยได้ประกาศรับสมัครผู้จำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. ถึง 1 มี.ค. 62 ซึ่งครบถ้วนตามเป้าหมาย 160,000 ตันแล้ว และปัจจุบัน (26 เม.ย. 62) กฟผ. ได้รับมอบน้ำมันปาล์มดิบแล้วจำนวน 152,000 ตัน คงเหลือที่จะรับมอบเพิ่มเติมอีก 8,000 ตัน ภายในเดือนเมษายน 2562

สำหรับการผลักดันการใช้ด้านพลังงาน ได้กำหนดเป้าหมายการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 วันละ 20 ล้านลิตร ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยงานได้เร่งรัดขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมาย ทั้งการประกาศรับรองมาตรฐานคุณภาพน้ำมัน บี 20 กำหนดยี่ห้อและรุ่นรถยนต์ที่สามารถใช้ บี 20 ได้

การเพิ่มสถานที่จำหน่ายเพื่อกระจายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ การส่งเสริมบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความพร้อมในการพัฒนาเครื่องยนต์ของรถยนต์รุ่นใหม่ให้รองรับการใช้ บี 20 รวมทั้งมาตรการลดราคาจำหน่ายบี 20 ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท และการลดภาษีรถยนต์ที่ใช้ไบโอดีเซล ซึ่งมาตรการจูงใจดังกล่าวจะสามารถรองรับน้ำมันปาล์มดิบได้ปีละมากกว่า 1,270,000 ตัน

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มตกต่ำที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งคาดว่าการขับเคลื่อนมาตรการของภาครัฐทั้งสองมาตรการ จะช่วยลดสต็อกน้ำมันปาล์มดิบที่มีอยู่ประมาณ 370,000 ตัน ให้คงเหลือในระดับสต็อกปกติ ในอีก 2 เดือนข้างหน้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพราคาผลปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรขายได้ ให้อยู่ในระดับที่เกษตรกรอยู่ได้ ต่อไป