‘คิม ไทยแลนด์’ มอบเครื่องฟอกอากาศให้ รพ. ในเชียงใหม่ใช้สู้ ‘ฝุ่นจิ๋ว’

คิม ไทยแลนด์ จับมือ คุณนิค ศรีสิงห์ มอบเครื่องฟอกอากาศ เรนแอร์ ให้ รพ.ใน พท.จว.เชียงใหม่ที่ประสบปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 เม.ย.2562 ที่อาคารบุญสม มาร์ติน โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ นายแพทย์ สิทธิชา สิริอารีย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช เป็นประธานรับมอบอุปกรณ์ฟองอากาศ-เรนแอร์ เพื่อให้นำไปใช้งานแผนกผู้ป่วยจิตเวชเด็ก
จากนั้นเวลา 12.00 น.ได้เดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ เพื่อมอบเครื่องฟอกอากาศ”เรนแอร์”จำนวน 5 เครื่อง โดยมี แพทย์หญิงลดาวรรณ หาญไพโรจน์ รองผู้อำนวยการด้สนปฐมภูมิ เป็นผู้รับมอบ

นายศรีสิงห์ -นิค สว่างทรัพย์ ประธานกรรมการบริษัท ภัคเดชา แอสเสท จำกัด และบริษัท พีดีซี ไลฟ์ จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศ “เรนแอร์” ได้กล่าวถึงโครงการนี้ ว่าตนเป็นห่วงต่อสุขภาพของคนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะเด็กเล็กซึ่งจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะมีภูมิต้านทานน้อย และมีความเซนซิทีฟมาก จึงส่งผลกระทบกับพัฒนาการทางสมองและการเจริญเติบโตของร่างกาย เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดไปสู่ระบบประสาทและสมอง โดยฝุ่นที่เข้าไปจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบที่บริเวณเซลล์ต่าง ๆ ทำให้การทำงานของเซลล์ประสาทผิดปกติได้ จึงมีผลต่อพัฒนาการทางสมองหรือสมาธิของเด็กได้ กลายเป็นภาระกับครอบครัว และเช่นเดียวกับผู้สูงอายุ จึงจัดโครงการมอบเครื่องฟอกอากาศเรนแอร์ รุ่น I2 ให้กับหน่วยงานเพื่อสาธารณะ

นายศรีสิงห์ -นิค กล่าวต่อ ตัวเลขของค่าวัดคุณภาพอากาศพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะเชียงใหม่ และติดอันดับท็อปไฟว์ของโลก ซึ่งเป็นเช่นนี้มานานแล้ว เพียงแต่เราเพิ่งตระหนัก ล่าสุดเชียงใหม่ขึ้นแท่นอันดับ 1 เมืองที่มีฝุ่นหนาแน่นมากที่สุดในโลก โดยมีค่าตัวเลข AQI ทำสถิติทะลุ 500 ไปแล้ว ประชาชนในพื้นที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางอากาศพิษอยู่นานนับเดือน และดูจะเป็นสถานการณ์ที่ยากจะคลี่คลายลงได้ในเร็ววัน

ทั้งนี้หน่วยงานใดต้องการขอรับความช่วยเหลือจะเป็นโรงพยาบาล วัด หรือสถานศึกษาก็ได้ และไม่จำกัดว่าจะต้องอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ขอเพียงเป็นหน่วยงานเพื่อสาธารณะ สามารถติดต่อเข้ามาได้ รวมทั้งผู้ที่อยากร่วมบุญ เป็นตัวกลางแนะนำหน่วยงานหรือองค์กรสาธารณะที่เครื่องฟอกอากาศเรนแอร์จะได้เป็นประโยชน์ เพื่อคืนลมหายใจที่ไม่มีสิ่งสกปรกปนเปื้อน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในพื้นที่เสี่ยง สามารถเป็นสะพานบุญสู่สังคม สามารถแจ้งเข้ามาได้เช่นกัน

โดยในตอนแรกทางโรงพยาบาลแจ้งวัตถุประสงค์ขอรับมา 1 เครื่องจะเอาไปใช้ห้องจิตเวชเด็ก เราเห็นความสำคัญของเด็กๆ จึงนำมามอบให้จำนวน 5 เครื่องเลย เป็นการนำร่องโครงการในครั้งนี้ที่เราตั้งเป้าไว้ 500 เครื่องทั่วประเทศ

ด้านนายอุเทน เหลืองแสงทอง หรือ คิม ไทยแลนด์ จิตอาสาที่สมัครมาร่วมโครงการมอบเครื่องฟองอากาศในครั้งนี้ด้วย กล่าวถึงสถานการณ์หมอกควันที่เกิดจากไฟป่าที่มาจากการกระทำของมนุษย์ว่า เห็นข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของประเทศไทยฉบับเช้าวันนี้แล้วรู้สึกวิตกกังวลมาก  “เชียงใหม่อ่วมอีก ชาวเขาแห่เผาป่า รอเพาะปลูกฤดูฝน อีสานเละพายุถล่ม” อยากจะฝากวิงวอนถึงชาวเขารวมทั้งชาวเรา พี่น้องเกษตรกรทั่วภาคเหนือและทั่วประเทศขออย่าเผาป่าและชาวเขาทำไร่เลื่อนลอยเข้าไปลักลอบเผาไร่ เพื่อเตรียมการเพาะปลูก เพราะฤดูฝน เด็ก ๆ จะได้มีอากาศบริสุทธิ์หายใจกันทั่วหน้า.

ประชาชนสวมหน้ากาก ป้องกันฝุ่น PM2.5

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5

ฝุ่น PM2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งอาจเกิดจากการเผาไหม้ทั้งจากยานพาหนะ การเผาวัสดุการเกษตร ไฟป่า และกระบวนการอุตสาหกรรม สามารถเข้าไปถึงถุงลมในปอดได้ เป็นผลทําให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ และโรคปอดต่างๆ

หากได้รับในปริมาณมากหรือเป็นเวลานานจะสะสมในเนื้อเยื่อปอด ทําให้การทํางานของปอดเสื่อมประสิทธิภาพลง ทําให้หลอดลมอักเสบ มีอาการหอบหืด

กระทรวงแรงงาน ร่วมกับวิทยุ JS 100 เปิดตัวแอพฯ SOS ช่วยแรงงาน

กระทรวงแรงงาน ร่วมกับวิทยุ JS 100 เปิดตัวแอพฯ SOS ช่วยเหลือผู้ประกันตน 16 ล้านคน และแรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคน

วันที่ 30 เมษายน 2562 พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยคุณปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการบริหารเคลือแปซิฟิคกรุ๊ปผู้ดำเนินการสถานีวิทยุ จส. 100 ในเครือกองทัพบก เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงานและสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพบก จส. 100

เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการเปิดใช้งานระบบ JS100 แอพพลิเคชั่น ฟังชั่น SOS ช่วยแรงงาน โดย JS100 เป็นแอพพลิเคชั่นที่จะนำไปใช้ในการช่วยเหลือผู้ประกันตนจำนวน 16 ล้านคน และแรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคนซึ่งเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ

สำหรับ SOS ช่วยแรงงานเป็นแอพพลิเคชั่นของ JS 100 แอพพลิเคชั่นถือเป็นการเปิดก้าวใหม่ของกระทรวงแรงงานในการใช้เทคโนโลยีเพื่อใช้ในการส่งเสริมสวัสดิภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนและแรงงานนอกระบบ ซึ่งสามารถเข้ามาช่วยผู้ประกันตน

ด้วยระบบที่มีความทันสมัยใช้ง่ายสะดวกและรวดเร็วลดขั้นตอนในการแจ้งเหตุสามารถเป็นที่พึ่งให้กับแรงงานได้ เช่น การฝึกอาชีพเพื่อการมีงานทำ กรณีการจ้างงานไม่เป็นธรรม นายจ้างทำร้ายร่างกาย หรือถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ

โดยจะเริ่มเปิดให้แรงงานจากทั่วประเทศ สามารถเข้าใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินได้ผ่านทาง JS100 แอพพลิเคชั่น ตลอด 24 ชั่วโมง

คำอธิบายฟังก์ชั่น SOS JS100 แอพพลิเคชั่น และวิธีการใช้งาน

– ฟังก์ชั่น SOS เป็นบริการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่ไม่ใช่แค่การโทรออก แต่แอพจะส่งตำแหน่งที่อยู่และข้อมูลผู้ใช้งานเบื้องต้นมาให้เจ้าหน้าที่ หากคุณต้องการความช่วยเหลือ เพียงเปิดแอพ JS100 แล้วกดปุ่ม SOS ด้านขวาบน ซึ่งถูกออกแบบให้อยู่ในตำแหน่งที่เห็นชัดและกดง่ายที่สุดในยามฉุกเฉิน

– กดยืนยันการขอความช่วยเหลืออีกครั้ง แอพจะกำหนดรหัสให้คุณ 4 หลัก ให้คุณจำรหัสที่ได้รับไว้ แล้วกดโทรออกไปยัง Call Center พิเศษของ จส.100 ได้ทันที

– กรณีผู้ใช้ iPhone เนื่องจาก Apple กำหนดว่า การโทรออกแบบพิเศษต้องลงทะเบียนบัตรเครดิตและชำระเงินเป็นรายเดือน ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้งานบางกลุ่มไม่สะดวกในกรณีฉุกเฉิน JS100 จึงกำหนดให้เป็นการกดตกลงเพื่อคัดลอก(Copy) เบอร์โทรศัพท์พิเศษแทน

– จากนั้นให้ผู้ใช้งานนำเบอร์นี้ไปวาง(Paste) ในหน้าจอเพื่อกดโทรออกตามปกติ

– Call Center พิเศษของ JS100 เป็นเจ้าหน้าที่ที่คัดเลือกมาโดยเฉพาะสำหรับการให้ความช่วยเหลือ ทันทีที่รับสาย ให้คุณแจ้งรหัส 4 หลักที่ได้รับ เจ้าหน้าที่จะกรอกลงระบบ Event Management System (EMS) ที่ใช้ฐานข้อมูลแผนที่ของ Nostra Map มีความละเอียดแม่นยำสูง แสดงตำแหน่งของผู้ใช้งานและข้อมูลส่วนบุคคลเบื้องต้น

– ทำให้การประสานงานให้การช่วยเหลือทำได้ตรงจุดเกิดเหตุและรวดเร็ว ไม่ว่าผู้กดขอรหัสจะเป็นผู้ต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุตรงหน้าก็ตาม ทั้งนี้รหัส 4 หลัก เป็นการกำหนดขึ้นเพื่อระบุพิกัดในขณะนั้น ไม่สามารถติดตามตัวได้ และจะมีอายุการใช้งานไม่เกิน 60 นาที นับจากการกดขอรหัส

– ที่สำคัญอย่าลืมกดลงทะเบียนผู้ใช้งานให้เรียบร้อย โดยสามารถเข้าไปกรอกข้อมูลเพิ่มเติมที่เมนู Setting ให้ครบถ้วน ทั้งชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และรูปภาพ ซึ่งเจ้าหน้าทีจะเห็นเฉพาะตอนกรอกรหัส เป็นประโยชน์กับตัวคุณเองในกรณีฉุกเฉิน รู้เช่นนี้แล้ว ดาวน์โหลดแอพ JS100 ติดตัวไว้ รับรองอุ่นใจแน่นอน

ชื่นชมพลเมืองตาไว แจ้งตำรวจจับคนร้าย ฉกไอโฟนหนีขึ้นรถเมล์

สังคมน่าอยู่ พลเมืองดีช่างสังเกต ก่อนช่วยจับกุมคนร้ายขโมยโทรศัพท์-รถจักรยานยนต์ หลังหนีขึ้นรถเมล์

วันนี้ (30 เม.ย. 2562) ในโลกออนไลน์ผู้คนจำนวนมากเข้าไปแสดงความชื่นชมพลเมืองดีรายหนึ่ง ที่หูตาไวเห็นการกระทำผิดแต่ไม่นิ่งดูดาย พยายามเก็บหลักฐาน แล้วนำความแจ้งตำรวจ เพื่อจับผู้กระทำผิดให้ได้รับโทษตามกฎหมาย

โดยเรื่องราวดังกล่าวผู้เผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก  JibJib Pongpakkittikul ที่ระบุว่า ระหว่างที่เขากำลังอยู่บนรถเมล์ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติพบว่าชายคนหนึ่งแต่งตัวใส่กางเกงขาสั้นเจเจเก่า ๆ แต่ในมือถือไอโฟน 8 พลัส อยู่ ประกอบกับเห็นว่ามีสายโทรหาเข้าหลายสาย แต่เขากลับนิ่งเฉย ก่อนกดทิ้ง จึงคิดในใจว่าอาจเป็นขโมยโจรก็เป็นได้ จึงทำการแอบรูปเอาไว้ เพื่อแจ้งต่อกระเป๋ารถเมล์ให้บอกตำรวจมาตรวจสอบ จนในที่สุดก้พบว่าเขาได้ขโมยโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวมาจริง

เช้านี้..นั่งรถเมล์ 180 เห็นผู้ชายคนหนึ่งแต่งตัวกางเกงเจเจเก่าๆ แค่คิดในใจว่า เฮ้ย .. ใช้ IPhone 8 plus เลยเหรอวะ ไม่น่าใช่ มีสายเข้า เกือบ 10 รอบ นางกดทิ้ง .. มองดูเรื่อยๆ นางไม่มีพาสเวิร์ดเข้าเครื่อง คิดแล้วว่า ขโมยชัวร์ ก้อเลยถ่ายรูปไว้จะบอก กระเป๋ารถ

แต่พี่ผู้ชายนั่งเบาะหลัง นางก้อคงสงสัย นางแอบดูเบอร์โทรเข้าแล้วโทรไป ปรากฏว่าเป็นเจ้าของเครื่องตัวจริง แจ้งว่า โทรศัพท์หายพร้อมมอไซด์ เลยบอกกระเป๋า คนขับพร้อมใจจอดและเรียกตำรวจที่ริมถนน #จับเรียบร้อย เหตุการ์ณเกิดขึ้นไวมาก และจบลงด้วยดี #เพิ่งขโมยเช้ามืด 8.00 ถูกจับ#คือดีงาม #กรรมไวมาก #ทำดีได้ดีก้อมีนะ #เป็นเรื่องที่ดี #เรื่องเล่าเช้าวันอังคาร ปล. กุญแจรถมอไซด์ที่เอวคือ ขโมยมา #โลกนี้โหดร้ายจัง 😊😊😊

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างชื่นชมกับพลเมืองดีทั้งสองที่ปล่อยให้คนผิดลอยนวล ก่อนจะช่วยกันหาหลักฐานด้วยวิธีแยบยลจนนำมาซึ่งการจับกุมได้ในครั้งนี้ ขณะเดียวกันก็มีเสียงตำหนิว่า หากคิดจะนำภาพมาโพสต์ควรเบลอหน้าผู้เสียหายเพื่อป้องกันการฟ้องกลับจากผู้ก่อเหตุได้