อ.เจษ เผยข้อสงสัย รอยเท้าเปรตโผล่ที่ หนองบัวลำภู

อ.เจษ ยัน เปรต ไม่มีจริง รอยเท้าโผล่ที่ หนองบัวลำภู แค่มนุษย์ทำขึ้น แนะพิสูจน์ก่อนจะเชื่อ

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อมีการโพสต์ภาพและคลิปท้าพิสูจน์รอยเท้าของมนุษย์ขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บนถนนในพื้นที่ บ้านศรีภูทอง ต.โนนสะอาด อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ก่อนที่ชาวบ้านจะเชื่อว่ารอยเท้าที่เห็นไม่ใช่รอยเท้าของคนปุถชนทั่วไป แต่เป็นรอยเท้าของเปรต  เนื่องจากมีความยาวก้าว 170 เซนติเมตร หรือ 1.7 เมตร และรอยดังกล่าวไม่สามารถลบออกได้นั้น

ล่าสุด รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวผ่าน รายการทุบโต๊ะข่าวทางช่อง amarintv ว่า  รอยเท้าที่เกิดขึ้นคงไม่ใช่รอยเท้าเปรตตามที่เชื่อกัน อาจจะเป็นอุปทานกันไปเอง เพราะในความจริงอิงจากวิทยาศาสตร์แล้ว เปรตไม่ได้มีอยู่จริง

ส่วนรอยเท้าที่เห็นนั้นคาดว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ เนื่องจากหากวัดระยะจริงก็ไม่ห่างกันเท่าไหร่  และหากก้าวเท้าในลักษณะวิ่งเชิงกระโดดก็สามารถทำได้ และเกิดเป็นภาพอย่างที่เห็น ขณะที่อีกข้อสงสัยที่อ้างว่าลบไม่ออกนั้น ไม่น่าจะใช่ หากล้างด้วยน้ำธรรมดาไม่ได้ ก็ลองใช้น้ำกรด หรือ ทินเนอร์ไปชะล้างดู เพราะสีที่นำมาใช้อาจเป็นสีชนิดพิเศษก็เป็นได้ ต้องลองพิสูจน์ดู

สำหรับเปรต เป็นผีชนิดหนึ่งในความเชื่อทางศาสนาพุทธ ซึ่งการที่คนตายจะกลายเป็นเปรตนั้น เพราะทำบาป ทำกรรมไว้เยอะ ไม่กระทำความดี มัวหลงอบายมุข ตามความเชื่อเปรต มีรูปร่างสูงเท่าต้นตาล ผมยาว คอยาว ผอมโซ ผิวดำ ท้องโต มือเท่าใบตาล แต่มีปากเท่ารูเข็ม และเปรตจะหิวอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากกินอะไรไม่ได้ จึงชอบมาขอส่วนบุญในงานบุญต่างๆ ซึ่งเมื่อสะสมบุญได้แล้วเกิดใหม่ชาติหน้าจะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานอย่างที่เป็นอยู่

จับชาวอเมริกัน ลับลอบทำไร่กัญชาเถื่อนในเมียนมากว่า 50 ไร่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมียนมาบุกตรวจไร่เถื่อนบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ในนครมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 2 ของเมียนมา และพบว่ามีการลักลอบทำไร่กัญชากว่า 50 ไร่ และปลูกกัญชาไว้กว่า 350,000 ต้น รวมถึงมีกัญชาหลายต้นที่มีความสูงกว่า 2 เมตร นอกจากนี้ยังพบเมล็ดกัญชากว่า 300 กิโลกรัม และกัญชาที่ผ่านการแปรรูปแล้วอีก 270 กิโลกรัม

ทั้งนี้รายงานระบุว่ามูลเหตุที่นำไปสู่การจับกุมครั้งนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากก่อนหน้านี้มีการโพสต์ภาพที่ถ่ายในไร่กัญชาแห่งนี้ผ่านทางเฟซบุ๊ก และมีการแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลาย ทำให้เจ้าหน้าที่ สามารถจับชายชาวอเมริกันได้ 1 คน และชาวเมียนมาอีก 2 คน โดยมีการตั้งข้อหาฐานละเมิดกฎหมายยาเสพติดและควบคุมวัตถุออกฤทธิ์ในเมียนมา

กัญชา
กัญชา

อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหารายหนึ่งเป็นชาวอเมริกันมีชื่อว่าจอห์น เฟรดริก โทโดโรกิ อายุ 63 ปี ถูกควบคุมตัวพร้อมกับชาวพม่าสองคนคือนายยู ชิน แลท วัย 37 ปี และนายหม่านชู่เลอม ยัตโน วัย 23 ปี ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาถูกกักตัวในเขตการปกครองของ Ngazun โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามหาตัวผู้ต้องสงสัยชาวอเมริกันอีก 1 คนคือนาย Alexander Skemp Todoroki วัย 49 ปีที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อกับคดีนี้เช่นกัน

กฎหมายเกี่ยวกับ ‘กัญชา’ ในเมียนมา

กัญชาถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสิ่งผิดกฎหมายในเมียนมาตั้งแต่ปี 2413 ซึ่งในขณะนั้นเมียนมายังอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ แต่กระนั้นกัญชายังคงเป็นที่ต้องการในหมู่แรงงานชาวอินเดีย หลังจากนั้นในปี 2482 รัฐบาลพม่าในขณะนั้นจึงเปลี่ยนมารับรองการใช้กัญหาถูกฎหมาย และเก็บภาษีกัญชา

แต่ในปัจจุบัน ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ cannabis.info ระบุว่าการผลิตการขาย และการครอบครองผลิตภัณฑ์กัญชาทุกรูปแบบถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในเมียนมา ส่วนการเพาะปลูกกัญชาเพื่อการสันทนาการนั้นก็ยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายในเมียนมาเช่นกัน ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืน ก็อาจนำไปสู่การถูกลงโทษที่รุนแรงได้

เทียบกฎหมายกัญชาในไทย

ในประเทศไทย “กัญชา” ถูกควบคุมตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดให้กัญชา เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เช่นเดียวกับพืชกระท่อม พืชฝิ่น

โดยมีการระบุว่า กัญชา มีสารออกฤทธิ์สำคัญ คือ เตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC)ซึ่งมีฤทธิ์ต่อสมอง ควบคุมความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของผู้เสพ ทำให้ผู้เสพมีอาการคล้ายเมาเหล้า เมื่อเสพจะต้องการปริมาณที่มากขึ้น ทำให้ความคิดอ่านช้า และสับสน ประสาทหลอน โดยเฉพาะการเสพกัญชาด้วยการสูบเพียง 4 มวน เท่ากับสูบบุหรี่ 20 มวน (1 ซอง) เสี่ยงเป็นมะเร็งปอดมากกว่าสูบบุหรี่ถึง 5 เท่า

แต่หลังจากนั้น เมื่อไม่นานมานี้ มีการออกพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2562 ที่ระบุให้ “กัญชา” และ “กระท่อม” สามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคได้ ทำให้ประเทศไทยกลายได้ว่าเป็นชาติแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการวิจัยทางวิทยาศาตร์ได้ หลังจากมีการถกเถียงเรื่องกัญชาเสรีในไทยมาระยะหนึ่ง

การใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ต่าง ๆ ในสหรัฐฯ

กฎหมายกัญชาในประเทศพัฒนาแล้ว

ในหลายประเทศทั่วโลกจำเป็นต้องผ่านกระบวนการอันซับซ้อน กว่าจะเปลี่ยนให้ “กัญชา”กลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ยกตัวอย่างอย่างในสหรัฐฯ ที่ต้องรอนานกว่า 3 ทศวรรษ กว่าประชาชนจะสามารถใช้กัญชาเพื่อ “ความบันเทิง” ได้

แต่ในทุกวันนี้ ประชาชนในประเทศพัฒนาแล้วมากมาย อาทิ สหรัฐฯ แคนาดา เนเธอร์แลนด์ ก็สามารถใช้กัญชาในทางการแพทย์ หรือเพื่อความบันเทิงได้อย่างถูกกฎหมาย เพราะนอกจากจะรักษาโรคได้แล้ว ยังสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้รัฐโกยภาษีมหาศาลเข้าประเทศ รวมถึงสามารถรับรายได้จากการท่องเที่ยว ส่งออก และในทางการแพทย์ได้อีกด้วย

ที่มา www.nytimes.com

เกษตรกร จ.สงขลา รวมกลุ่มปลูก ‘ฟักทอง’ ส่งขาย ‘โลตัส’ 11 จังหวัดใต้ ทดแทนผลผลิตราคาตกต่ำ

เกษตรกรในจังหวัดสงขลา รวมกลุ่มปลูกฟักทองส่งขายห้างเทสโก้โลตัสใน11 จังหวัดภาคใต้ สัปดาห์ละ 2,500 กิโลกรัม สร้างรายได้ทดแทนผลผลิตจากพืชอื่นที่ราคาตกต่ำ โดยขายในราคาประกันกิโลกรัมละ 8 บาท

ที่จังหวัดสงขลา ได้มีกลุ่มเกษตรกรรวมตัวกันปลูกฟักทองเพื่อส่งขายให้กับห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่อย่างห้างเทสโก้โลตัว ในพื้นที่ 11 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง และขณะนี้เริ่มทยอยเก็บผลผลิตส่งขายรอบแรกแล้ว

เริ่มจากแปลงปลูกฟักทองเกษตรแปลงใหญ่ของ นายประยูร รุ่งเรือง อายุ 50 ปีหมู่ 5 ต.บ่อตรุ อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งได้พลิกผืนนาข้าวพื้นที่ 1 ไร่ หันมาปลูกฟักทอง 1,000 ต้น จากเดิมที่ปลูกกล้วยหอมทองแต่ประสบปัญหาน้ำท่วมและหันมาปลูกข้าวราคาก็ตกต่ำ จึงหันมาปลูกฟักทองแทน ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนระโนดกล้วยหอมทองปลอดสารพิษ ซึ่งได้หาพืชชนิดอื่นมาทดแทนให้สมาชิกปลูก รวมทั้งหาตลาดและรับซื้อผลผลิตทั้งหมด

ด้าน นายจิระวัฒน์ ภักดี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนระโนดกล้วยหอมทองปลอดสารพิษ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเกษตรกรที่เป็นสมาชิกปลูกฟักทองทั้งหมด 35 คน พื้นที่ปลูกฟักทอง 300 ไร่ และผลผลิตทั้งหมดจะส่งไปยังห้างเทสโก้โลตัส จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อกระจายต่อให้กับห้างเทสโก้โลตัสใน 11 จังหวัดภาคใต้ สัปดาห์ละ 2 ครั้งๆละ 2,500 กิโลกรัม หรือ 2.5 ตัน ในราคาประกันกิโลกรัมละ 8 บาท เป็นฟักทองคุณภาพทั้งขนาด น้ำหนัก สีผิว รวมทั้งเนื้อฟักทองสีสวย ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภค

โดยนอกจากฟักทองแล้วยังมีพืชชนิดอื่นที่ส่งเข้าห้างเทสโก้โลตัสอีก 3 – 4 ชนิด เพื่อเพิ่มช่องทางด้านการตลาดและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร