“มหาธีร์” เยือนออฟฟิศ “หัวเว่ย” ฟังสรุประบบ 5G

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเยือนสำนักงานหัวเว่ย ในกรุงปักกิ่งของจีน เพื่อชมเทคโนโลยีของบริษัท รวมถึงระบบ 5G

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562 นายมหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เดินทางเยือน “ศูนย์สรุปข้อมูลผู้บริหารหัวเว่ยประจำกรุงปักกิ่ง” ประเทศจีน เพื่อฟังบรรยายเกี่ยวกับข้อมูลบริษัท และการสาธิตเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม รวมถึงข้อมูลเครือข่าย 5G โดยการเยือนของนายมหาธีร์ครั้งนี้ มีนายเหริน เจิ้งเฟย ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ยมาต้อนรับ

นายกฯ มาเลเซีย ได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับข้อมูลทางเทคนิคด้านการพัฒนาเทคโนโลยีล่าสุดของหัวเว่ย อาทิ 5G , ระบบการตรวจตรา และระบบคมนาคมไฮเทค ซึ่งหัวเว่ย ถือเป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่สุดของโลก

อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ตลาด 5G ในสหรัฐฯ ของหัวเว่ย ได้ถูกปฏิเสธ เนื่องจากสหรัฐฯ อ้างถึงความไม่ปลอดภัยของระบบหัวเว่ย และแจ้งกับประเทศพันธมิตรว่า ไม่ควรใช้เทคโนโลยีของหัวเว่ย เนื่องจากอาจเป็นเครื่องมือในการจารกรรมข้อมูลโดยทางการจีน แต่หัวเว่ยปฏิเสธข้อกล่าวหานี้

ด้านนายมหาธีร์ ได้เดินทางมาถึงกรุงปักกิ่งตั้งแต่คืนวันพุธ โดยมีกำหนดการเยือนจีนเป็นเวลา 5 วัน เพื่อเข้าร่วมการประชุมเส้นทางสายไหม ศตวรรษที่ 21 ครั้งที่ 2

ญาติลั่น!! ขอให้ประหารชีวิต ‘ไอ้ตั้ม’ เตรียมเผาศพน้องเอ๋ยบ่ายนี้

เผาศพน้องเอ๋ย เหยื่อถูกไอ้ตั้มยิงตายคาห้องพัก ก่อนอุ้มศพขึ้นรถจักรยานยนต์มาทิ้งใคลองน้ำเพื่ออำพราง ป้าน้องเอ๋ยลั่น ขอให้ตำรวจลงโทษสูงสุดด้วยการประหารชีวิต

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 เม.ย. 62 ที่วัดสุนันทาวาส บ้านกุดกว้าง ม.8 ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ญาติพี่น้องเตรียมพิธีฌปณกิจศพ น้องเอ๋ย นางสาวปัชญา ปวงสุข อายุ 22 ปี ซึ่งถูกนายธงชัย กลางเมือง หรือนายตั้ม อายุ 30 ปีและ น.ส.ธรรมภัสสร พุทธรักษา อายุ 26 ปี ฆ่าตายในห้องพักหมายเลข 912/94 ชั้น 5 คอนโดแห่งหนึ่ง ถ.หน้าเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น เมื่อเวลา 03.50 น.วันที่ 22 เม.ย. 2562 ที่ผ่านมา และพบเป็นศพลอยน้ำในลำห้วยพระคือ บ้านพระคือ ม.16 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อเย็นวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา

นางประทุม มงคลทรัพย์ อายุ 52 ปี ป้าของน้องเอ๋ย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มารดาของน้องเอ๋ยได้เดินทางไปให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนที่สภ.เมืองขอนแก่น ญาติพี่น้องจึงจัดเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะฌาปณกิจศพน้องเอ๋ยในช่วงเย็นวันนี้ โดยน้องแกรมมี่อายุ 7 ขวบ บุตรชายของน้องเอ๋ย ได้มาบวชหน้าไฟให้มารดาด้วย

ในส่วนที่ตำรวจจับกุมนายตั้มและนางสาวนิน ผู้ที่ร่วมกันก่อเหตุฆ่าน้องเอ๋ย และนำศพน้องเอ๋ยไปทิ้งน้ำนั้น ญาติพี่น้องทุกคนอีใจที่ตำรวจทำงานเร็ว จับคนร้ายได้เร็ว แต่ญาติพี่น้องไม่ให้อภัยกับสองคนนี้เด็ดขาด

“ถึงแม้จะมากราบขอขมาศพน้องเอ๋ย ญาติก็ไม่ให้อภัย เพราะส่งที่สองคนร่วมกันทำนั้น มันโหดร้ายเกินที่จะอภัยได้ และขอให้รับโทษประหารตายตามน้องเอ๋ย เพราะถ้ารับโทษธรรมดาทั่วไป ก็ยังมีโอกาสออกจากคุกมาก่อเหตุซ้ำได้ คนอื่นจะจะเดือดร้อนอีก จึงอยากให้ผู้ต้องกาทั้งสองคนได้รับโทษประหาร ตายไปทั้คู่”

นางประทุม ยังกล่าวอีกว่า น้องเอ๋ย เป็นคนรักครอบครัว ตั้งแต่บิดา เสียชีวิตก็อยุ่กับยาย ป้า และมารดา ช่วยกันเลี้ยงดูมา เมื่อมีครอบครัวก็รักลูก รักสามี แต่ทั้งคู่ก็เลิกกันเพราะเหตุผลส่วนตัวถึงจะเลิกกับสามีแต่น้องเอ๋ยยังดูแลลูกมาโดยตลอด ทำงานหาเงินเลี้ยงลูก และจุนเจือครอบครัว เมื่อน้องเอ๋ยเสียชีวิตด้วยการฆ่าของคนใจร้ายเช่นนี้ ครอบครัวเสียใจ และสงสารหลานสองคน

โดยส่วนตัวไม่เคยได้ใกล้ชิดกับนางสาวนิน แต่เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ก่อนหน้านี้นางสาวนินเคยถูกจับในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ เพิ่งพ้นโทษเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากนั้นก็หายหน้าออกจากหมู่บ้าน จึงไม่รู้ว่าน้องเอ๋ยกับนางสาวนินมีเรื่องบาดหมางกันหรือไม่ แต่ไม่น่าจะใจร้ายฆ่าน้องเอ๋ยได้เช่นนี้

ในเวลาต่อมา นาวสาวมุทิตา แตงจันทึก นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะฯเป็นตัวแทนของยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจต่อญาติพี่น้องของน้องเอ๋ยด้วย พร้อมทั้งมีการพูดคุยกับญาติพี่น้อง เพื่อแจ้งสิทธิ์ที่ทายาทของน้องเอ๋ยจะได้รับการเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรม แต่มารดาของน้องเอ๋ยไปพบพนักงานสอบสวนที่สภ.เมืองขอนแก่น จึงได้เพียงพูดคุยกับญาติถึงสิทธิ์ที่ทายาทจะได้รับซื่งก็คือมารดา และบุตรทั้งสองคนของผู้ตาย

‘สมชัย’ ชี้ปม ‘ธนาธร’ กกต.อาจโดนข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้กณี กกต.ตั้งข้อหา ‘ธนาธร’ อาจโดนข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเสียเอง

วันนี้ (26 เม.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Somchai Srisutthiyakorn ชี้แจงถึงกรณีที่ กกต.ตั้งข้อหา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีถือครองหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ จำนวน 675,000 หุ้น ซึ่งแสดงความคิดเห็นว่าเรื่องนี้ กกต. อาจจะถูกแจ้งข้อหากลับในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยมีข้อความระบุว่า

เรื่องของธนาธร อาจจบด้วย กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

บอกก่อนอีกครั้งว่า ไม่ได้เชียร์ธนาธร แต่ประเด็นธนาธรยังมีมุมที่ใครต่อใครไม่ได้นึกถึง รวมทั้ง กกต.เองด้วย

ต้องบอกว่า กม.เลือกตั้ง ส.ส.ฉบับนี้มีประเด็นที่ต้องอ่านอย่างละเอียดถึงจะเข้าใจจริงๆ และขอบคุณที่มีเรื่องโน้นเรื่องนี้ขึ้นมาทำให้ต้องอ่าน ต้องค้นคว้ากฎหมายอยู่เรื่อยๆ

ประเด็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครในส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น ให้ดูที่ มาตรา ๖๐ และ มาตรา ๖๑ ของพรป. ส.ส. โดยสรุปให้ฟังง่ายคือ

มาตรา ๖๐ กล่าวว่าหาก กกต.รับสมัครผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดแล้ว ก็ให้ประกาศรายชื่อผู้สมัครภายใน ๗ วัน นับแต่วันรับสมัคร และหากจะมีใครทักท้วง ให้ยื่นภายใน ๗ วัน นับจากวันที่ประกาศรายชื่อ (ประกาศรายชื่อ ๑๕ กุมภาพันธ์ ดังนั้นร้องได้ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒)

มาตรา ๖๑ กล่าวว่า หากก่อนวันเลือกตั้ง หาก กกต.เห็นว่าผู้สมัครรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้ถอนรายชื่อจากผู้สมัคร (เลือกตั้ง ๒๔ มีนาคม ดังนั้นก่อนวันเลือกตั้งวันสุดท้ายคือ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๒)

คำแถลงของรองเลขาธิการ กกต. เมื่อ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๒ แจ้งว่ามีมติ กกต. ให้แจ้งข้อกล่าวหานายธนาธร เนื่องจากมี”ผู้ร้อง”ว่า นายธนาธรเป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม

ถ้าไปค้นดูผู้ร้องคือ นายศรีสุวรรณ จรรยา มีการร้องธนาธร ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เรื่องนายธนาธรลงประวัติตัวเองเป็นเท็จเรื่องตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่สองเมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๒ เรื่องการถือหุ้นสื่อ

การยื่นทั้งสองครั้ง จึงเป็นการยื่นคัดค้านคุณสมบัติตามมาตรา ๖๐ ซึ่งต้องดำเนินการภายในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

การยื่นที่เกินกำหนดเวลา เป็นเรื่องที่ กกต.ไม่อาจรับคำร้องมาพิจารณาได้

นี่รับ แล้วตั้งอนุกรรมการไต่สวน และมีมติแจ้งข้อกล่าวหา

ส่วน กรณีจะเป็นความปรากฏต่อ กกต.เองตามมาตรา ๖๑ ก็ต้องดำเนินการก่อนวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒

ในกรณีที่จะใช้ มาตรา ๑๓๒ ว่าเป็นการกระทำที่ให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม จนให้ใบส้ม ต้องตั้งเรื่องใหม่ ไม่สามารถนำคำร้องที่เกินกำหนดมาเป็นต้นเรื่องในการพิจารณาได้

ระวัง จะโดนข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบครับ

ขอบคุณ Somchai Srisutthiyakorn


ท่าทีของ ‘ธนาธร’ หลัง กกต.ตั้งข้อหาถือครองหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้เป็นเผยถึงกรณีดังกล่าวหลังเดินทางกลับจากประเทศอังกฤษถึงประเทศไท ระบุว่า กระบวนการโอนหุ้นทำอย่างถูกต้องตามกระบวนการทางกฎหมาย และยืนยันว่าวันที่ 8 มกราคมในข่วงบ่ายได้เดินทางกลับมากรุงเทพมหานครไม่ได้อยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตุเพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครมีหลักฐานออกมายืนยันว่าตนอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงบ่ายวันที่ 8 มกราคมออกมาให้เห็น

พร้อมยังฝากให้กำลังใจ กกต.ในการปฎิบัติหน้าที่อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เดินหน้าเพื่อประเทศชาติ เพราะหาก กกต. ทำหน้าที่ไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม จะนำไปสู่ความวุ่นวาย เพราะประชาชนได้ตั้งความหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้ไว้มาก