อธิบดีฯ สั่งให้เรือนจำทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มงวดมาตรการดูแลนักโทษ

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ สั่งการให้เรือนจำทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มงวดเรื่องมาตรการดูแลนักโทษ

ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นในสถานกักขังจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 ที่ผ่านมานำไปสู่การสูญเสียชีวิต ของผู้ต้องขัง 1 ราย ทำให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้สั่งการให้เรือนจำทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดเรื่องมาตรการ
ดูแลนักโทษ ผู้ต้องขัง กว่า 4 แสนคน ที่อยู่ในเรือนจำเพราะช่วงนี้เป็นฤดูร้อนซึ่งจะทำให้ผู้ต้องขังและนักโทษ เกิดความเครียด จะนำไปสู่การกระทบกระทั่งกันและอาจจะมีการทำร้ายกันได้

วันนี้ (26 เม.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ. ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ได้เล็งเห็นความสำคัญมาโดยตลอด เนื่องจากพื้นที่เรือนจำทั่วประเทศไม่สามารถรองรับนักโทษจำนวนมากได้เกิดปัญหานักโทษล้นเรือนจำ รวมไปถึงผู้คุมเอง ก็ไม่เพียงพอ

จึงได้สั่งการให้ผู้บัญชาการเรือนจำทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวด เรื่องมาตรการดูและสวัสดิภาพนักโทษ และผู้ต้องขัง
เสมือนเป็นเพื่อนร่วมโลกของเราเอง และได้ให้เพิ่มติดตั้งกล้องวงจรปิดในมุมเสี่ยง ที่จะเกิดปัญหากระทบกระทั่งกันได้ ระหว่างนักโทษด้วยกันเอง

อย่างไรก็ตาม มีคำสั่งจากกรมราชทัณฑ์ ให้นายอุทัย ทับอาสา ผู้บัญชาการเรือนจำสว่างแดนดิน จ.สกลนคร มาเป็นผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2562

โดยนายอุทัย เปิดเผยว่า ผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้เข้มงวดให้เจ้าหน้าที่เรือนจำทำงานอย่างเข้มแข็งและเข้มงวดมากขึ้น
เนื่องจากมีผู้ต้องขังเกินจำนวนที่ผู้คุมจะดูแล โดยให้ปรับปรุงดูและระบบกล้องวงจรปิดให้ใช้งานได้ตลอด เพื่อดูและสวัสดิภาพผู้ต้องขังและนักโทษให้เสมือนเป็นเพื่อนร่วมโลกกัน ซึ่งก็ไม่มีความกดดันแต่อย่างใด เพราะเคยปฏิบัติหน้าที่ในเรือนจำมาแล้วหลายแห่ง

เสียงสะท้อนจากประชาชนหลังปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์

การปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถสาธารณะหลายประเภท ทำให้มีเสียงสะท้อนและความคิดเห็นจากประชาชนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

หลังการประกาศปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถโดยสารสาธารณะ ทั้งรถโดยสาร ขสมก. รถร่วม ขสมก. และรถร่วม บขส. ตามมติคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา โดยทาง ขสมก.ให้เหตุผลว่าต้นทุนในด้านต่างๆ มีการปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการตรึงราคาค่าโดยสารมานานกว่า 7 ปี

ทีมข่าว MONO29 ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นผู้ใช้บริการรถโดยสารรถประจำทาง บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯหลังการปรับขึ้นค่าโดยสารเข้าสู่วันที่ 4 พบว่าประชาชนบางส่วนมองว่าการปรับขึ้นค่าโดยสารจำนวน 1-7 บาท ตามรูปแบบรถและระยะทางไม่ได้มีผลกระทบมากนัก และยังรับได้กับราคาที่ปรับขึ้น แต่อยากวอนขอให้ทาง ขสมก. และผู้ประกอบการรถร่วมทุกประเภทให้ความสำคัญในเรื่องสภาพรถและการบริการให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับราคาค่าโดยสาร

ขณะที่มุมมองจากนักศึกษา ที่มีความจำเป็นต้องใช้การโดยสารด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นประจำ ยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากการขึ้นราคาค่าโดยสารในครั้งนี้ แต่ละวันต้องมีค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น จึงคาดหวังที่จะได้รับการบริการจากรถโดยสารรถประจำทางที่มีคุณภาพคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

ไม่เพียงแต่มีการปรับค่าโดยสารรถประจำทาง เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา รถตู้โดยสารสาธารณะก็มีการปรับขึ้นราคาเช่นเดียวกันในหลายเส้นทาง จากการสอบถามผู้ประกอบการวินรถตู้อนุสาวรีย์ชัยฯ-ม.กรุงเทพ(รังสิต) เปิดเผยกับทีมข่าวว่า การขึ้นราคาค่าโดยสารไม่ได้เกิดขึ้นโดยพลการ แต่เป็นไปตามมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางอนุมัติให้ปรับขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

แม้การปรับขึ้นราคาในครั้งนี้ผู้ใช้บริการจะมีความเข้าใจถึงความจำเป็นในการปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร แต่ก็คาดหวังให้ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาตรึงราคาค่าโดยสารสาธารณะทุกประเภทไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นไปมากกว่านี้ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในเรื่องค่าครองชีพให้น้อยที่สุด

จิตอาสาร่วม Big Cleaning เส้นทางเสด็จฯเลียบพระนคร

จิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” Big Cleaning เส้นทางเสด็จฯเลียบพระนคร

วันนี้ (26 เม.ย. 62) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยพระราชทาน ร่วมกับประชาชนจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในโครงการ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”

โดยระดมพลังความรัก ความสามัคคีทั้งของหน่วยงานในพระองค์ หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชน ร่วมกิจกรรม Big Cleaning บริเวณพื้นที่จัดงานและพื้นที่ใกล้เคียงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อร่วมกันพัฒนาล้างทำความสะอาดในเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคตลอดเส้นทาง ทุกภาคส่วนรวมพลัง Big Cleaning เส้นทางเสด็จฯ

ทั้งนี้เมื่อเวลา 08.00 น. พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ “Big Cleaning บริเวณพื้นที่จัดงานและพื้นที่ใกล้เคียงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” โดยมี ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้แทนกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพเรือ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ข้าราชการเจ้าหน้าที่จาก 50 สำนักงานเขต หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนจิตอาสา รวมประมาณ 5,800 คน ร่วมพิธี ณ บริเวณสนามหลวง

หลังจากนั้น หน่วยพระราชทาน พร้อมด้วย กรุงเทพมหานคร เหล่าทัพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนจิตอาสา ร่วมกันพัฒนาทำความสะอาดตามจุดที่ได้รับมอบหมาย โดยล้างทำความสะอาดคูคลองเมืองเดิม คลองหลอดวัดราชบพิธ คลองหลอดวัดราชนัดดา และฉีดน้ำล้างทำความสะอาด ทางเท้า ผิวจราจร จัดเก็บขยะ จัดแต่งกิ่งไม้ ทำความสะอาดป้ายจราจร ป้ายรถเมล์ ศาลาที่พักผู้โดยสาร และป้ายต่างๆ ริมถนนในเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ระยะทาง 7.2 กิโลเมตร ให้มีความสะอาด สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย และสมพระเกียรติ

โดยดำเนินการใน 20 เส้นทางประกอบด้วย 1.ถ.ราชดำเนินกลาง 2.ถ.บำรุงเมือง 3.ถ.เฟื่องนคร 4.ถ.ตะนาว 5.ถ.สิบสามห้าง 6.ถ.อัษฎางค์ 7.ถ.พระสุเมรุ 8.ถ.ราชดำเนินนอก 9.ถ.ราชินี 10.ถ.มหาราช 11.ถ.ดินสอ 12.ถ.ศิริพงษ์ 13.ถ.ตรีเพชร 14.ถ.ตรีทอง 15.ถ.หลานหลวง 16.ถ.กัลยาณไมตรี 17.ถ.นครสวรรค์ 18.ถ.พิษณุโลก 19.ถ.สุโขทัย และ 20. ถ.ราชสีมา