รถตู้-รถสองแถว นัดขึ้นค่าโดยสาร หลังรัฐฯไฟเขียวขึ้นค่ารถเมล์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แจงขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ เพราะราคาก๊าซลอยตัว รวมถึงต้องดูค่าแรง ค่าซ่อมบำรุงและการจัดหารถใหม่ ขณะที่ รถตู้ รถสองแถวเตรียมขึ้นค่าโดยสารด้วย

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การปรับอัตราค่าโดยสารขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งกรมการขนส่งทางบก ขสมก.ได้ชี้แจงรอศาลมีคำสั่ง

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการขนส่งทางบกกลางมีมติเมื่อเดือนมกราคมในการปรับค่าโดยสาร โดยการปรับราคาครั้งล่าสุดที่ปรับไปคือเมื่อปี 2558 เนื่องจากราคาซีเอ็นจีอยู่ที่กิโลกรัมละ 5 บาทและมีการลอยตัวค่าก๊าซ โดย ปตท.ช่วยเรื่องราคาพลังงานโดยรับภาระไว้ 3 บาท

แต่หลังจากนี้ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ ราคาพลังงานจะเพิ่ม โดย กบง.จะลอยตัวก๊าซเอ็นจีวี ปัจจุบันก๊าซเอ็นจีวีราคาอยู่ที่ 16 บาท แต่เดือนพฤษภาคมจะปรับเป็น 19 บาท ขสมก.ต้องจ่ายราคาเต็ม แต่รถร่วมฯ ขสมก.จะได้รับการอุดหนุนคันละ 3 หมื่นบาท

นายอาคม กล่าวว่า การปรับอัตราค่าโดยสารไม่ได้พิจารณาปรับตามราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องค่าแรง และการจัดหารถใหม่ และยังยืนยันว่า ขสมก.ไม่ได้ปรับค่าโดยสารแพง เนื่องจากก่อนหน้านี้ในปี 2558 ที่มีติให้รถร้อน ขสมก.เก็บอัตราค่าโดยสาร 8 บาทแต่ ขสมก.เก็บเพียง 6.50 บาท ซึ่งการเก็บค่าโดยสารเท่ากับอัตราในปี 2558 เพื่อเป็นค่าเชื้อเพลิง ค่าซ่อมบำรุง และค่าแรงขั้นต่ำ

ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะปรับค่าโดยสารเป็นอัตราใหม่แล้ว ซึ่งผู้ถือบัตรอาจจะได้รับผลกระทบเนื่องจากเที่ยววิ่งลดลง อย่างไรก็ตามการปรับราคาครั้งนี้ถือว่าเป็นการปรับไม่เต็มเพดาน โดยอีกระยะจะปรับเมื่อครบปีไปแล้ว

นายอาคมกล่าวต่อว่านอกจากนี้การปรับค่าโดยสารรถเมล์แล้ว ยังมีการปรับค่าโดยสารของรถตู้โดยสารสาธารณะ รถสองแถว เนื่องจากมาตรการบังคับให้รถตู้ฯลดจำนวนที่นั่ง จาก 15 ที่นั่งเหลือ 13 ที่นั่ง และค่าซีเอ็นจี ปรับให้ 1 บาท 20 กิโลเมตรแรกไปไม่เกิน 1.20 บาท ส่วนถ้าหากเจอปรับค่าโดยสารเกินกว่ากำหนดก็สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกไปดูแลแล้ว

ทั้งนี้สำหรับรถตู้ที่จะปรับขึ้นนั้น หากระยะทางไม่เกิน 20 กม. กิโลเมตรแรกเพิ่มขึ้นกิโลเมตรละไม่เกิน 1.20 บาท หากเดินทาง 20 กม. ขึ้นไป ปรับขึ้นกม.ละไม่เกิน 0.80 บาท ส่วนค่าโดยสารขั้นต่ำปรับขึ้นมาที่ 15 บาท ส่วนค่าทางด่วน 5 บาทต่อคนและปรับขึ้นเป็น 10 บาท กรณีใช้ทางด่วนมากกว่า 1 ด่าน เช่น รถตู้ขึ้นสามทางด่วน สายมีนบุรี-อนุสาวรีย์ ส่วนรถสองแถวใน กทม.นั้นปรับขึ้นเป็นราคาสูงสุดไม่เกิน 11 บาท จากเดิมสูงสุดไม่เกิน 8 บาท

“คาร์ลอส กอส์น” วางเงิน 144 ล้าน ได้ประกันตัวรอบ 2

“คาร์ลอส กอส์น” ได้รับการประกันตัวรอบที่ 2 ในวงเงินราว 144 ล้านบาทและด้วยข้อตกลงจำกัดการติดต่อกับภรรยา

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานช่วงดึกวานนี้ว่า นายคาร์ลอส กอส์น อดีตประธานบริษัทนิสสัน ได้รับการประกันตัวเป็นรอบที่ 2 ในวงเงิน 4.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 144 ล้านบาท หลังจากที่ตกลงจะจำกัดการติดต่อกับภรรยา ในระหว่างที่รอการพิจารณาคดีในข้อหากระทำผิดทางการเงิน

หลังจากที่ศาลกรุงโตเกียวปฏิเสธคำร้องค้านการปล่อยตัวของอัยการ นายกอส์นเดินทางออกจากสถานกักกันตัวกรุงโตเกียวราว 22.22 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยแต่งกายในชุดสูทสีดำ, เสื้อเชิ้ตสีขาวและไม่สวมเนคไท

รถตู้โตโยต้า อัลพาร์ดที่จอดรออยู่ เคลื่อนที่พานายกอส์นผ่านผู้สื่อข่าวและช่างภาพหลายสิบคนที่มารอบริเวณด้านนอกสถานกักกันตัวตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 25 เมษายน 2562 เพื่อเฝ้าดูนายกอส์นหลังถูกควบคุมตัวครั้งล่าสุดเป็นเวลานาน 3 สัปดาห์

คาร์ลอส กอส์น
นายคาร์ลอส กอส์น อดีตประธานบริษัทนิสสัน

การปล่อยตัวครั้งที่ 2 ของนายกอส์น ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดในคดีอื้อฉาวทางการเงินที่สะเทือนอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก และทำให้เกิดความตึงเครียดในการเป็นหุ้นส่วนผู้ผลิตรถยนต์ระหว่างบริษัทนิสสัน สัญชาติญี่ปุ่น และบริษัทเรโนลต์ เอสเอ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส

ย้อนเหตุการจับกุม

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 มีรายงานจากสื่อญี่ปุ่นหลายแห่ง ระบุว่า กอส์น มีพฤติกรรมประพฤติมิชอบทางการเงิน และได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวไว้แล้ว

จากนั้นในช่วงกลางดึกของวันเดียวกันมีแถลงการณ์จาก นิสสัน มอเตอร์ เรื่องการเตรียมปลด กอส์น จากตำแหน่ง ซี่งเป็นผลจากการสอบสวนภายในที่กินเวลาต่อเนื่องนานหลายเดือน

คาร์ลอส กอส์น

การสอบสวนพบว่า คาร์ลอส กอส์น ปกปิดรายได้ที่แท้จริงของตนมาตลอดหลายปี เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 1.4 พันล้านบาท รวมถึงมีการนำทรัพย์สินของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวอีกด้วย

นายคาร์ลอสถูกจับกุมในข้อหาอะไร

หลังจากนายกอส์นถูกเจ้าหน้าที่จับกุมครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เขาถูกตั้งข้อหากรณีโอนย้ายผลขาดทุนทางการเงินส่วนตัวไปยังบัญชีของบริษัทเป็นการชั่วคราว และรายงานรายได้ของตนต่ำกว่าความเป็นจริง ในช่วงที่เขาเป็นผู้นำของบริษัทนิสสัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับที่ 2 ของญี่ปุ่น โดยนายกอส์นปฏิเสธทุกข้อกล่าวหามาโดยตลอด

คาร์ลอส กอส์น
คาร์ลอส กอส์น

ปฏิเสธข้อกล่าวหาไม่เป็นความจริง

ก่อนหน้านี้นายกอส์นแถลงการณ์ระบุว่า “ตนไม่ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหาและข้อหาเลื่อนลอยที่ผมได้รับ การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอีกครั้งของบุคคลในบริษัทนิสสัน ที่ต้องการปิดปากตน ด้วยการชี้นำความเท็จต่ออัยการ”

ประวัตินายคาร์ลอส กอส์น

คาร์ลอส กอส์น (Mr. Carlos Ghosn) อดีตประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มพันธมิตร เรโนลต์-นิสสัน (Renault-Nissan Alliance) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนายกอส์น และยังเคยดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอของกลุ่ม เรโนลต์ของฝรั่งเศสและยังดำรงตำแหน่งประธาน บริษัท นิสสันมอเตอร์ จำกัด และ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด

นอกจากนี้ นายกอส์นยังเคยดูแลกลุ่มพันธมิตรที่สนใจในกิจการร่วมค้าอาทิ อัลโตวาส (AVTOVAZ) บริษัท ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์และรถยนต์ยี่ห้อ ‘ลาดา – Lada’ ที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย

คาร์ลอส กอส์น
คาร์ลอส กอส์น

ทั้งนี้นายกอส์น ยังเคยรับหน้าที่ในสภาที่ปรึกษาระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัย ชิงหวา (Tsinghua University) ในกรุงปักกิ่งและคณะมนตรียุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเซนต์โจเซฟในกรุงเบรุต เขาเป็นผู้บริหารระดับสูงจากอุตสาหกรรมรถยนต์รายใหญ่เพียงรายเดียวที่เกิดและเติบโตในประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ มร. กอส์น เกิดที่บราซิลในปี พ.ศ. 2497 เขาใช้เวลาวัยเยาว์ส่วนใหญ่ในเลบานอน เขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์จาก École Polytechnique ของฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2517 และจาก École des Mines de Paris ในปี พ.ศ. 2521

สุวรรณภูมิสรุปยอดผู้โดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ สูงกว่า 1.87 ล้านคน

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเผยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 9-18 เมษายน 2562 (รวม 10 วัน) มีผู้โดยสารใช้บริการกว่า 1.87 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 7.18

น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 9-18 เมษายน 2562 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีผู้โดยสารมาใช้บริการในช่วงดังกล่าว จำนวน 1,874,866 คน หรือเฉลี่ยวันละ 187,487 คน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้โดยสารในช่วงเดียวกันของปี 2561 พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.18 แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 1,533,096 คน และผู้โดยสารภายในประเทศ 341,770 คน

น.ท.สุธีรวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของเที่ยวบินมีจำนวนทั้งสิ้น 10,306 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 1,031 เที่ยวบิน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนเที่ยวบินในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วพบว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.73 แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 7,924 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 2,382 เที่ยวบิน โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทสภ. มีผู้โดยสารใช้บริการสูงสุดในวันที่ 12 เมษายน 2562 เป็นจำนวน 199,456 คน

น.ท.สุธีรวัฒน์ กล่าวในตอนท้ายว่า การให้บริการผู้โดยสารในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทสภ. ขอขอบคุณหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ให้การสนับสนุนและมีการปฏิบัติงานร่วมกันแบบบูรณาการในการอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร ทั้งนี้ ทสภ. มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาการให้บริการทุกด้าน และดำเนินงานตามนโยบายค่านิยม ทอท. 5 ประการ ได้แก่ ให้ใจ มั่นใจ ร่วมใจ เปิดใจ และภูมิใจ โดยสิ่งที่ ทสภ. ให้ความสำคัญ คือ การร่วมใจในการบูรณาการความร่วมมือการปฏิบัติงานกับหน่วยงานอื่นๆ ให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี