สวยงาม! เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร หลัง กทม. เข้าปรับภูมิทัศน์

กทม. ปรับภูมิทัศน์ เตรียมเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันนี้ ( 25 เม.ย. 62 ) ที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จิตอาสาพระราชทาน และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ร่วมกันจัดวางกระถางดอกไม้สดชนิดต่างๆ พร้อมกับจัดวางประดับหงส์

เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณโดยรอบของอนุสาวรีย์ฯ เพื่องานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4 – 6 พ.ค.62 ซึ่งเป็นเส้นทางเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ให้มีความสมบูรณ์ สวยงาม และสมพระเกียรติสูงสุด

ทั้งนี้ นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพฯ เปิดเผยว่าการลงพื้นที่ตรวจความพร้อมเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค เนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น พบว่าตามแนวเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค งานด้านต่างๆ แล้วเสร็จสมบูรณ์เกือบ 100% ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงพื้นถนน การขีดสีตีเส้นจราจร การประดับตกแต่งธง การจัดทำซุ้ม การล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ

ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องทุกวัน เพื่อให้การปรับปรุงต่างๆ เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย อย่างไรก็ตามคงมีเพียงบางสิ่งที่ต้องปรับเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย อาทิ เรื่องความคมชัดของกล้อง CCTV และไฟฟ้าส่องสว่างในบางจุด

พร้อมกันนี้กรุงเทพมหานครได้เริ่มประดับตกแต่งต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ เช่น ดาวเรือง และกล้วยไม้ ตามเส้นทางเสด็จฯ และสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น สะพานผ่านฟ้า สะพานมัฆวาน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้เกิดความร่มรื่นสวยงาม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนเม.ย.62

อย่างไรก็ตามในวันที่ 26 เม.ย.62 เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป กรุงเทพมหานครจะร่วมกับ กระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพเรือ กองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดกิจกรรมจิตอาสา Big Cleaning Day บริเวณพื้นที่จัดงานและพื้นที่ใกล้เคียงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

โดยกำหนดพัฒนาล้างทำความสะอาดในเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคตลอดเส้นทาง ระยะทาง 7 กม. ซึ่งการปรับภูมิทัศน์ประดับตกแต่งเมืองเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค เนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนเม.ย.นี้

บลจ.ไทยพาณิชย์ มอง REITs-อสังหาฯ ทั่วโลกยังน่าสนใจลงทุน แนะลงทุนกอง SCBGPROP

นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บลจ.ไทยพาณิชย์ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และ REITs โดยมองว่าการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ยังสามารถให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจอย่างสม่ำเสมอ โดยจากข้อมูลในอดีต ค่าเช่าสินทรัพย์สามารถให้ผลตอบแทนที่เหนือกว่าอัตราเงินเฟ้อ ดังนั้น อสังหาริมทรัพย์จึงเหมาะกับการลงทุนเพื่อรักษาอำนาจการชื้อ (Purchasing power) ในระยะยาว ประกอบกับอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ในระดับน่าสนใจเนื่องมาจากการเติบโตของอัตราค่าเช่า การบริหารจัดการอสังหาที่มีประสิทธิภาพ และขนาดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตขึ้น อีกทั้งยังเป็นการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอื่น นอกจากการลงทุนเพียงในตราสารทุนและตราสารหนี้ รวมถึงกระแสเงินสดรับจากการลงทุนสามารถประเมินได้และสม่ำเสมอ

โดยธุรกิจที่น่าสนใจในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ กลุ่มที่พักอาศัย เช่น อพาร์ทเม้น และบ้านเดี่ยว จากการสนับสนุนโดยดูจากอัตราการเติบโตของการจ้างงานที่แข็งแรง ขณะที่อุปทานจากผู้ผลิตบ้านที่เริ่มชะลอตัว เช่นเดียวกับกลุ่มโรงงานที่เริ่มมีการขยายตัวจากเขตที่มีความกระจุกตัวในบางพื้นที่ ขณะที่ยุโรปกลุ่มตลาดที่โดดเด่น คือ กลุ่มธุรกิจสำนักงานและออฟฟิศ ในเมืองหลักๆ โดยเฉพาะในเยอรมัน และฝรั่งเศส โดยมองว่ามีรายได้ค่าเช่ามีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากอุปสงค์ของผู้ต้องการใช้งานยังมีให้เห็นอย่างชัดเจนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังคงเฝ้าระวังคือ ร้านค้าปลีกในอังกฤษ มองว่าที่ผ่านมาตัวเลขร้านค้าปลีกที่ไม่ประสบความสำเร็จในการปล่อยเช่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างเป็นนัยยะสำคัญ

ส่วนการลงทุนในเอเชีย มีมุมมองเชิงบวกต่อ REITs ในญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ผ่อนปรนและเป็นมิตรกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น รวมถึงรายได้ค่าเช่ายังอยู่ในระดับที่สม่ำเสมอและมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ ขณะกลุ่มธุรกิจที่เป็น Developer ของฮ่องกงยังคงต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากความกังวลของการเติบโตของเศรษฐกิจของจีน และตลาดธุรกิจที่อยู่อาศัยที่เริ่มชะลอตัวลง

ทั้งนี้ บลจ.ไทยพาณิชย์มีกองทุนที่แนะนำคือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล พร็อพเพอร์ตี้ (SCBGPROP) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน BGF WORLD REAL ESTATE SECURITIES FUND ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งมีนโยบายเน้นบริหารเพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนใน REIT ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ภายใต้การบริหารจัดการของBlackRock Investment Management (UK) Limited จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้ UCITS (มาตรฐานเพื่อการซื้อขายกองทุนข้ามประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป: Undertaking for Collective Investments in Transferable Securities)

สำหรับกองทุน BGF WORLD REAL ESTATE SECURITIES FUND ซึ่งเป็นกองทุนหลักเน้นลงทุนใน REITs และหุ้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่งผลให้กองทุนมีความผันผวนต่ำกว่ากองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว โดยกระจายการลงทุนไปยังหลากหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น ที่พักอาศัย สำนักงาน โรงแรม และอาคารพาณิชย์ เป็นต้น อีกทั้งยังมีการกระจายลงทุนในภูมิภาคต่างๆ มากกว่า 10 ประเทศทั่วโลก ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมากกว่า 224 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยที่ผ่านกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล พร็อพเพอร์ตี้ มีการจ่ายปันผลไปแล้ว 4 ครั้ง รวม 0.4896 บาทต่อหน่วย และล่าสุดเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2562ที่ผ่านมาได้มีการจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2562 ในอัตราจ่ายปันผล 0.2023 บาทต่อหน่วย ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 5 ทั้งนี้กองดังกล่าวยังเป็นกองทุนที่สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่เป็นบวก โดยมีผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 12.20%ย้อนหลัง 3 เดือนอยู่ที่ 6.24% ย้อนหลัง 3 เดือนอยู่ที่ 7.58% และย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 7.02 (ข้อมูล ณ วันที่ 19 เมษายน 2562)

เตือน! ผู้ที่ประสงค์จะไปทำงานในบรูไน ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

กระทรวงแรงงาน เตือนผู้ที่ประสงค์จะไปทำงานในบรูไน ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายของบรูไนอย่างเคร่งครัด

กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ทางการบรูไนเริ่มบังคับใช้กฎหมายอาญา (Criminal Procedure Code Order 2018) ภายใต้กฎหมายชารีอะห์ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 เป็นต้นมา กฎหมายดังกล่าวบังคับใช้ต่อชาวบรูไนทั้งหมด รวมทั้งชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยอยู่ในบรูไน

– มาตรการการลงโทษต่อการกระทำผิด อาทิ การปรับ การจำคุก การเฆี่ยนตี การตัดมือและอวัยวะอื่น ๆ การขว้างปาหินใส่ผู้กระทำความผิด การแขวนคอ ฯลฯ

– พฤติกรรมและการกระทำผิด อาทิ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ การข่นขืน การผิดรักกับคนเพศเดียวกัน การหมิ่นศาสนา การลักทรัพย์/ลักขโมย รวมทั้งการกระทำความผิดทางอาญาอื่น ๆ ฯลฯ

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ โทรศัพท์ 0 2245 9437 ในวันและเวลาราชการ หรือ สายด่วนกระทรวงแรงงาน1506 กด 2 กรมการจัดหางาน