เพื่อไทย จี้!! ‘สุเทพ’ ร่วมรับผิดชอบ ‘คดีโฮปเวลล์’ ชี้เป็นคนสั่งยกเลิกสัญญา

รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เผยถึงกรณีปัญหาโฮปเวลล์ ชี้ ‘สุเทพ’ เป็นคนสั่งยกเลิกสัญญา ต้องร่วมรับผิดชอบ ‘คดีโฮปเวลล์’

วันนี้ (23 เม.ย.62) ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกรณีปัญหาโฮปเวลล์ ที่สัญญามีการเอื้อผลประโยชน์ให้แก่ผู้ลงทุน (บริษัทโฮปเวลล์) สามารถบอกเลิกสัญญาได้เพียงฝ่ายเดียว รัฐบาลไม่สามารถบอกเลิกสัญญาได้ ดังนั้นจึงเป็นการไม่สมควรที่รัฐบาลในสมัยนั้น จะบอกเลิกสัญญาดังกล่าว

ซึ่งจากการกระทำการในครั้งนั้น ได้ส่งผลให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาพิพากษาให้ กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องคืนเงินชดเชยให้กับบริษัทโฮปเวลล์ รวมเป็นเงิน 11,888 ล้านบาท โดยไม่รวมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี พร้อมคืนหนังสือค้ำประกันมูลค่า 500 ล้านบาท

หากพิจารณาจากเหตุที่ทำให้ต้องเสียค่าปรับดังกล่าวแล้ว การที่จะให้กระทรวงคมนาคมและรฟท. ต้องรับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้น เป็นการเหมาะสมและถูกต้องหรือไม่ เพราะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้สั่งการบอกเลิกสัญญา ซึ่งทำให้ประเทศไทยต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนมากมายมหาศาล

ทั้งนี้ ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น หากนายสุเทพ ได้มีการศึกษาสัญญาให้ถี่ถ้วนก่อน จะทำให้ทราบและพิจารณาได้ว่า เป็นการสมควรหรือไม่ที่รัฐบาลในสมัยนั้น จะบอกยกเลิกสัญญา ซึ่งนอกจากจะทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียเงินแล้ว ยังต้องสูญเสียการพัฒนาประเทศ และเสียเวลาในการแก้ไขปัญหารถติดของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี

ข้อมูลจาก INN

กสิกรไทย เปิดรับฝากเงิน 24 ชั่วโมง ผ่านเซเว่นอีเลฟเว่น

กสิกรไทย เปิดรับฝากเงิน 24 ชั่วโมง ผ่านเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศ ได้สูงสุดวันละ 100,000 บาทต่อบัญชี

นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย และนายวีรเดช อัครผลพานิช รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ร่วมเปิดบริการ “เคแบงก์ เซอร์วิส” (KBank Service) โดยแต่งตั้งให้ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด เป็นตัวแทนธนาคาร (แบงกิ้ง เอเย่นต์) รับฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นครั้งแรกที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ภายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กว่า 11,000 สาขาทั่วประเทศ

โดยรับฝากเงินสดได้สูงสุด 30,000 บาทต่อรายการ และได้สูงสุดวันละ 100,000 บาทต่อบัญชี คิดค่าบริการรายการละ 15 บาท โดยเงินจะเข้าบัญชีปลายทางทันที ผู้ฝากจะได้ใบเสร็จ และ SMS ยืนยันการทำรายการ พิเศษสำหรับลูกค้าที่ฝากเงินระหว่าง 24 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน 2562 จะได้รับคูปองแทนเงินสดท้ายใบเสร็จมูลค่า 10 บาท รวม 30,000 สิทธิ์

เพื่อเป็นส่วนลดสำหรับการซื้อสินค้าที่ร่วมรายการในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ภายในวันที่ที่ระบุในคูปองท้ายใบเสร็จ ณ สาขาที่ร่วมรายการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ K-Contact Center 02-8888888 หรือ www.kasikornbank.com หรือ Counter Service Call Center 02-0712245

ล้างบาง!! ตร.พัทยา จับขาโจ๋-สาวค้ากามกว่า 100 ราย ตั้งก๊วนสร้างปัญหา

ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา สนธิกำลังทหาร และฝ่ายปกครอง บุกกวาดล้างกลุ่มวัยรุ่นขาโจ๋ และสาวขายบริการกว่า 100 ราย ชอบตั้งก๊วนสร้างปัญหาริมชายหาดพัทยา

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.กรณ์ สมคะเณย์ รอง ผกก. ป. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา พ.ต.ต.จินดา แขกปัญญา สารวัตรตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร มทบ.14 และอาสาสมัครกว่า 100 นาย ออกตรวจสอบกวาดล้างผู้กระทำความผิดตลอดแนวชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

พ.ต.ท.กรณ์ เปิดเผยว่า การออกตรวจตรากวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดตลอดแนวชายหาดเมืองพัทยา สืบเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุวัยรุ่นจำนวน 2 กลุ่มนับ 10 คน ตั้งวงดื่มสุราและชอบทำพฤติกรรมเจ้าถิ่น ก่อนจะเกิดการเขม่นแล้วทะเลาะวิวาทใช้อาวุธมีดไล่ฟันกัน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย ท่ามกลางสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก หลังเกิดเหตุการณ์ขึ้น ซึ่งสร้างให้เมืองพัทยาแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เกิดภาพลักษณ์ในความไม่ปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สิน

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี จึงได้สั่งการด่วนให้ พ.ต.อ.ประวิตร ช่อเส้ง ผกก. สภ.เมืองพัทยา สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการกำลังออกจับกุมผู้กระทำความผิดทุกรูปแบบ โดยเฉพาะกลุ่มตั้งวงนั่งดื่มสุรา และสาวรบเร้าเพื่อการค้าประเวณี เพื่อเรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวกลับมา พร้อมประชุมวางแผนหามาตรการแนวป้องกันและแก้ไข

จากการกระจายกำลังออกตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวสาวรบเร้านักท่องเที่ยวเพื่อค้าประเวณี บุคคลเร่ร่อนสร้างปัญหาต่างๆ และกลุ่มวัยรุ่นนั่งดื่มสุราก่อความเดือดร้อนรำคาญ จำนวนกว่า 100 ราย มายัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากร และหมายจับ พร้อมทั้งจัดทำประวัติไว้ รวมถึงตรวจดีเอ็นเอ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบ ก่อนจะดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป