‘คงชีพ’ เรียกร้อง เว็บไซด์อินเวสติ้ง เปิดเผยแหล่งข้อมูล หลังพาดพิง ‘บิ๊กป้อม’ ร่ำรวย

‘คงชีพ’ เรียกร้อง เว็บไซด์อินเวสติ้ง เปิดเผยแหล่งข้อมูล หลังพาดพิง ‘บิ๊กป้อม’ ร่ำรวย วอนสังคมจับตาการเมืองแอบแฝง

วันนี้(22 เม.ย.) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. กล่าวว่า เว็บไซด์อินเวสติ้ง (https://www.investing.com) ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยนำชื่อของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนรม.และรมว.กห.เข้าไปเชื่อมโยงกับรายชื่อบุคคลร่ำรวยระดับเศรษฐีของทวีปเอเชีย จำนวน 45 คน ซึ่งขาดข้อมูลอ้างอิงประกอบ พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้เว็บไซด์ดังกล่าวและผู้รับผิดชอบ เปิดเผยข้อมูลและที่มาของแหล่งข้อมูลทรัพย์สินของบุคคลต่างๆที่ถูกต้องโดยเร็ว เพื่อให้สังคมไทยหายสงสัยว่า การกระทำดังกล่าว มิได้มีนัยยะ หรือเจตนาอื่นใด ที่เชื่อมโยงกับการรับประโยชน์ เพื่อการขยายผลใช้ประโยชน์ทางการเมืองแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง

พล.ท.คงชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่า สังคมไทยเคารพและเชื่อมั่นว่า สื่อมวลชนหลักของไทย มีจรรยาบรรณวิชาชีพและความรับผิดชอบเพียงพอในการใช้ดุลยพินิจ พิจารณาถึงแหล่งที่มาและความถูกต้องของข้อมูลที่ได้รับจากทั้งภายในและนอกประเทศ โดยนำมากลั่นกรองอย่างรอบคอบก่อนเผยแพร่นำเสนอข่าวสารที่ถูกต้องให้กับประชาชน เพื่อดำรงชื่อเสียงและสั่งสมสถานะความน่าเชื่อถือของสื่อหลักในสังคม

ทั้งนี้ ขอเตือนกลุ่มที่พยายามนำเสนอข้อมูลเท็จ หรือบิดเบือนและเชื่อมโยงข้อมูล หยุดการกระทำที่ผิดกฎหมายและสร้างความสับสนปั่นป่วนในสังคม พร้อมทั้ง ขอให้สังคมร่วมกันตระหนัก เรียนรู้และทำความเข้าใจกับปัญหาข่าวปลอม หรือ Fake News ไปด้วยกัน โดยใช้ดุลยพินิจในการรับข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ ร่วมกันไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนส่งต่อ เพื่อมิให้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มบิดเบือนที่หวังประโยชน์ หรือ อาจตกเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง จากการส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ ที่อาจไม่ตั้งใจหรือขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

ศรีลังกาผวา! เกิดเหตุระเบิดอีกครั้ง ใกล้โบสถ์กลางกรุง

ศรีลังกาผวา! เกิดเหตุระเบิดอีกครั้ง ใกล้โบสถ์กลางกรุง จ่อประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อปราบปรามการก่อการร้ายตั้งแต่เที่ยงคืนของวันนี้

ช่วงเย็นวันนี้(22 เม.ย.) สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นใกล้กับวิหารเซนต์แอนโธนี ในกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็น 1 ใน 8 จุดที่ถูกระเบิดโจมตีเมื่อวันก่อน โดยเหตุระเบิดครั้งนี้อยู่ห่างจากโบสถ์ออกไปราว 50 เมตร ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปลดชนวนระเบิดลูกใหม่ที่ถูกพบอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เบื้องต้นยังไม่มีรายงานข้อมูลว่ามีผู้บาดเจ็บหรือไม่และอานุภาพของแรงระเบิดรุนแรงมากแค่ไหน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังพยายามเก็บกู้ระเบิดที่พบในบริเวณดังกล่าว

ผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า รถตู้ระเบิดขึ้นในขณะที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดของกองกำลังปฎิบัติการพิเศษ หรือ เอสทีเอฟและกองทัพอากาศกำลังพยายามถอดชนวนระเบิด โดยจุดเกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นโบสต์ของชาวคริสต์ที่อยู่ในระหว่างการประกอบพิธีทางศาสนาและโรงแรมในช่วงที่แขกที่เข้าพักกำลังรับประทานอาหารเช้า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยไว้ 24 ราย และยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ที่ถูกจับกุมดังกล่าว ยอดผู้เสียชีวิตในขณะนี้อยู่ที่ 290 คนและบาดเจ็บอีกมากกว่า 500 คน ทั้งนี้ ทำเนียบประธานาธิบดีประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อปราบปรามการก่อการร้ายตั้งแต่เที่ยงคืนของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นเป็นต้นไป

กองทัพเรือ เคลื่อนย้ายที่พักอาศัยลอยน้ำ เข้าฝั่งแล้ว

กองทัพเรือ ดำเนินการเคลื่อนย้ายที่พักอาศัยลอยน้ำ (Seasteading) เข้าฝั่งแล้ว

วันนี้ (22 เมษายน 2562) เวลา 17.00 น. พลเรือโท กาญจน์ ดีอุบล เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีที่กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค3 (ศรชล.ภาค3)ปฏิบัติการเคลื่อนย้ายที่พักอาศัยลอยน้ำ ตามแนวคิดการตั้งถิ่นฐานในทะเลนอกน่านน้ำทะเลอาณาเขต (Seasteading)

ซึ่งมี นาย เชด แอนดริว เอลวอทอวสกี้ และภรรยาชาวไทยเป็นเจ้าของ ออกจากที่ตั้งบริเวณพิกัด ละติจูด 7 องศา 29.37 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 98 องศา 34.81 ลิปดาตะวันออก หรือบริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะราชาใหญ่ ระยะห่างประมาณ 14 ไมล์ทะเล ซึ่งพิกัดดังกล่าวอยู่ในเขตต่อเนื่องของประเทศไทย โดยการดำเนินการเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ เวลา 09.00 น. คณะทำงานของทัพเรือภาคที่ 3 และ ศรชล.ภาค 3 ได้นำคณะสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติการ

โดยได้จัด เรือ 3 ลำ ประกอบด้วย เรือหลวงศรีราชา เป็นเรือฐานอำนวยการและกำกับควบคุมการปฏิบัติการ โดยมี พลเรือตรี วิธนรัชต์ คชเสนี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 3 เป็นผู้อำนวยการควบคุมการปฏิบัติเรือหลวงมันใน ทำหน้าที่ในการลำเลียงที่พักอาศัยลอยน้ำในส่วนที่เป็นโครงสร้างส่วนบนของตัวบ้าน

ซึ่งมีเป็นลักษณะทรงแปดเหลี่ยมทำด้วยไฟเบอร์กลาส และเรือหลวงริ้น ที่มีขีดความสามารถในการลากจะลากจูงส่วนตัวที่เป็นฐานหรือเสาของที่พักอาศัยลอยน้ำ โดยการดำเนินการทุกขั้นตอน มีผู้ที่มีความรู้ในเรื่องการประกอบบ้าน ทั้งเจ้าหน้าที่เทคนิค จากกองโรงงาน ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 ชุดปฏิบัติการพิเศษทัพเรือภาคที่ 3 นักประดาน้ำ รวมถึงบุคลากรจากบริษัทที่ได้ดำเนินการติดตั้งที่พักอาศัยลอยน้ำดังกล่าวร่วมดำเนินการ ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดการเสียหายต่อวัตถุพยานที่ใช้ประกอบการดำเนินคดี

สำหรับขั้นตอนการปฏิบัติในวันนี้ เรือหลวงมันใน ได้ทำการลากส่วนบนซึ่งเป็นส่วนที่พักอาศัยกลับเข้าฝั่งแล้ว ไม่มีอุปสรรคเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศแต่อย่างใด ส่วนสปาหรือฐานลอยน้ำนั้นคาดว่า จะสามารถดำเนินการลากกลับเข้าฝั่งได้ในคืนนี้ หรืออย่างช้าภายในวันพรุ่งนี้ ซึ่งกองทัพเรือจะดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และจะพยายามรักษาวัตถุลอยน้ำดังกล่าวให้ดีที่สุด และมีความปลอดภัยมากที่สุด จากนั้นจะส่งมอบให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตเก็บรักษาเพื่อใช้เป็นวัตถุพยานในการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป