คืบหน้าเหตุแผ่นดินไหว 6.3 ที่เกาะลูซอน ฟิลิปปินส์ เสียชีวิตแล้ว 8 ศพ

เกิดเหตุแผ่นดินไหวเกาะลูซอน ฟิลิปปินส์ ขนาด 6.3 ลึกกว่า 10 กม. ล่าสุดเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 8 คน

เมื่อเวลา 16.11 น. วันที่ 22 เม.ย.2562 กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 6.3 ความลึก 10 กม. บริเวณเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ ห่างจากประเทศไทย 1,600 กม. โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

เจ้าหน้าที่กู้ภัย กำลังค้นหาผู้รอดชีวิต จากซากตึกอาคารพาณิชย์ 4 ชั้นถล่มหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดปัมปางา ประเทศฟิลิปปินส์

ทั้งนี้มีรายงานระบุว่า หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นที่เกาะลูซอน ยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง ส่งผลให้บรรดาสำนักงานต่างๆ สั่งอพยพพนักงานออกนอกตัวอาคารอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้มีการเผยแพร่คลิปที่ถ่ายจากคอนโดมิเนียมหรูชื่อว่า แองเชอร์ สกายซูตส์ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงมะนิลา โดยตึกนึ้เป็นหนึ่งในตึกที่สูงที่สุดของฟิลิปปินส์ มีสระว่ายน้ำยาว 25 เมตร ตรงชั้นดาดฟ้า โดยแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวทำให้น้ำจากสระทะลักออกมาระหว่างเกิดแผ่นดินไหว และไหลลงสู่เบื้องล่างอย่างน่ากลัวราวกับน้ำตก ผู้คนในอาคารต้องอพยพหนีเอาชีวิตรอดอย่างเร่งด่วน

ล่าสุดมีข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่า จากเหตุแผ่นดินไหวที่ฟิลิปปินส์ครั้งนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 50 คน และสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหายจำนวนมาก รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติคลาร์ก ท่าอากาศยานระหว่างประเทศในมาบาลากัต, ฟิลิปปินส์ ได้ยกเลิกเที่ยวบินเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยเหตุการณ์นี้ถือได้ว่า เป็นเหตุแผ่นดินไหวในฟิลิปปินส์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

วิธีการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อคุณอยู่ในอาคาร ตึกสูง และบ้านเรือน

  1. เมื่อท่านรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนอันดับแรกท่านต้องมองหาที่มั่นคงให้กับตัวเอง โดยการจับหรือ ยึดกับวัตถุที่มีความแข็งแรง หรือถ้าหาไม่ได้ท่านควรหมอบลงกับพื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ท่านล้มลง หรือตกลงมาจากที่สูง
  2. ในกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวขึ้นท่านควรนอนขดท่าเด็กทารกขณะอยู่ในครรภ์ เพราะสามารเข้าไปหลบภัยในพื้นที่แคบๆได้ โดยหลบข้างๆโซฟา ของชิ้นใหญ่ๆ เป็นต้น เพราะการหลบลักษณะนี้จะทำให้ท่านสามารถรักษาชีวิตรอดจากเหตุแผ่นดินไหว โดยใช้กฎสามเหลี่ยมชีวิต ( รูปที่ 3 )
  3. ให้ความสนใจและมีการให้ความรู้แก่ทุกคนในครอบครัว โดยระบุพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้น โดยต้องจำไว้ว่าพื้นที่ซึ่งเหมาะสมต่อการหลบภัยต้องเป็นพื้นที่สามเหลี่ยม และมีความแข็งแรง
  4. ระบุตำแหน่งที่จะพบกันหลังจากหนีออกจากตัวอาคาร หรือบ้านพักอาศัยให้ชัดเจน ต้องเพิ่งระลึกไว้เสมอว่าโทรศัพท์อาจไม่สามารถใช้การได้หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว 1 ชั่วโมง
  5. หากท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่ติดอยู่ในอาคารที่ถล่มลงมา อย่าพยายามส่งเสียงเรียกหน่วยกู้ภัยเพราะท่านอาจรับก๊าซพิษเข้าสู่ร่างกาย เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และก๊าซพิษอื่นๆ พยายามมองหาสิ่งของที่สามารถทำให้เกิดเสียงได้ เช่น นกหวีด หรือ พวกโลหะต่างๆที่เคาะกันแล้วก่อให้เกิดเสียง เพื่อให้หน่วยกู้ภัยรับรู้ตำแหน่งเพื่อทำการช่วยเหลือท่านต่อไป
  6. อย่ากลับเข้าตัวอาคาร หรือที่อยู่อาศัยจนกว่าท่านจะได้รับการยืนยันความปลอดภัยจากหน่วยงานราชการ ท่านจึงสามารถเข้าไปเพื่อตรวจสอบความเสียหาย และทำความสะอาดต่อไป
  7. การกลับเข้าไปยังพื้นที่ซึ่งเกิดเหตุแผ่นดินไหวท่านควรสวมรองเท้าและเสื้อผ้าที่มิดชิดเพื่อป้องกันเศษวัสดุต่างๆที่พังเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน
  8. สุดท้ายอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เมื่อท่านจำเป็นต้องเข้าไปในอาคารที่มีความเสีย และต้องมุดเข้าไปสำรวจความเสียหายมากคือ “หมวกนิรภัย” เพราะเศษอาคารที่พังอาจล่วงหลุนลงมาสู่ตัวท่านได้

กรมอุตุฯชี้ เหนือ อิสาน กลาง ตะวันออก ร้อนจัด ใต้ฝนฟ้าคะนอง

พยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 23 เมษายน 2562 ระบุว่าประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

  • ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา

บริเวณความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก และในขณะที่มีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนภาคใต้ลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุม ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

  • ภาคเหนือ

อากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก

อุณหภูมิต่ำสุด 19-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียส

ตอนบนของภาค ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ตอนล่างของภาค ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

  • ภาคอิสาน

อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี
หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา

อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

  • ภาคกลาง

อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และลพบุรี

อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส

ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออก

อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 25-30 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี พัทลุง และสงขลา

อุณหภูมิต่ำสุด 24-29 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ตรัง และสตูล

อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

สลด! พายุพัดอาคาร รร.เอกชนขอนแก่น ถล่มทับเด็กหญิง 4 ขวบดับ

เกิดพายุฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ส่งผลให้น้ำท่วมถนนหลายสาย ไฟฟ้าดับ ลมแรงทำให้พื้นคอนกรีตหลังคาอาคารเรียนโรงเรียนอนุบาลพังทับเด็กนักเรียนเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บหลายคน

วันนี้(22 เม.ย.) เวลา 17.00 น. เกิดเหตุพายุฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ส่งผลน้ำท่วมถนนต่าง ๆ จำนวนหลายสาย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ของตำบลบ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น นอกจากนี้ ยังมีลมพัดแรงทำให้ไฟฟ้าดับหลายแห่งทั้งในเขตเทศบาลนครขอนแก่น และเขตเทศบาลตำบลบ้านเป็ด เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าต้องทำการเร่งแก้ไข

ทั้งนี้ จากลมพัดแรงในครั้งนี้ ได้ทำให้พื้นคอนกรีตหลังคาอาคารเรียนสูง 3 ชั้น ของโรงเรียนอนุบาลเพ็ญบุรี ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น – นครราชสีมา บ้านโคกฟันโปง ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ถล่มลงมาทับร่างของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล เป็นเด็กหญิง อายุ 4 ขวบ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อยอีกจำนวนหนึ่งแต่ไม่สาหัส

สำหรับสาเหตุที่หลังคาคอนกรีตของอาคารเรียนถล่มลงมาในครั้งนี้ยังไม่ทราบสาเหตุโดยแน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์ตรวจพิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น ไปทำการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงก่อน และจากการสอบถามครูโรงอนุบาลที่เห็นเหตุการณ์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีฝนตกหนัก ลมกระโชกแรงพัดใส่โรงเรียนมาอย่างแรง ทำให้ไฟฟ้าในอาคารเรียนดับ เด็กๆ ที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ในห้องเรียนจึงพากันวิ่งออกมาจากห้องเรียน มารวมกันอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ซึ่งเป็นห้องโล่งไม่มีชั้นของอาคาร โดยจากพื้นห้องขึ้นไปจะเป็นหลังคาคอนกรีต

จากนั้นได้ยินเสียงดังคล้ายฟ้าผ่าแล้วมีเศษคอนกรีต เศษกระจกพังถล่มลงมาทับร่างเด็กนักเรียนหญิงอายุ 4 ขวบเสียชีวิตคาที่ทันที เนื่องจากคอนกรีตขนาดใหญ่ได้ทับศีรษะและบริเวณส่วนขาของน้องที่เสียชีวิต ส่วนเพื่อน ๆ ของน้องที่วิ่งออกจากห้องเรียนด้วยกันไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก