‘น้องวี’ รปภ.หนุ่ม จูงมือคุณแม่เข้ารายงานตัวเป็นนิสิต จุฬาฯ

กลายเป็นไอดอลเพียงชั่วข้ามคืน หลังจากที่โลกโซเชียลพากันแชร์เรื่องราวของน้องวี หรือ นายวีระพงศ์ แซ่หาญ อายุ 18 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมืองจ.เชียงใหม่ ที่ทั้งขยันสู้ชีวิตและมีความมุ่งมั่นจนสอบติดคณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างความดีใจให้กับเจ้าตัวและครอบครัวจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่

ล่าสุด (22 พ.ค. 62) นายวีรพงศ์ แซ่หาญ หรือ น้องวี อายุ 18 ปี อดีตพนักงานรักษาความปลอดภัย จังหวัดน่าน ได้เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร พร้อมกับคุณแม่ เพื่อมารายงานตัวเป็นนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังได้รับทุนจุฬาฯ-ชนบทเรียนฟรี

ทั้งนี้ น้องวี เผยว่า ตนสนใจเรียนคณะสัตวแพทยศาสตร์ หากปีนี้ไม่ได้ก็ตั้งใจว่าจะสอบเข้าเรียนใหม่ปีหน้า เพราะมีความฝันอยากเป็นสัตวแพทย์ เพราะรักสัตว์ และที่บ้านมีสัตว์ปีก สุนัข หมู จำนวนมาก จึงพยายามวางแผนการเรียน ตั้งใจเรียนตั้งแต่เด็ก รวมถึงประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ ยังใช้ความเชี่ยวชาญด้านออกแบบกราฟิก ประกวดการ์ตูนแอนิเมชัน ได้รางวัลเหรียญทองระดับประเทศ และในช่วง ม.5 ได้ทุนมูลนิธิจุฬาภรณ์ จึงมีโอกาสได้เรียนพิเศษเหมือนเพื่อนๆ ทำให้เขามีความพร้อมสอบเข้าชิงทุนมากขึ้น ผลจากความตั้งใจทำให้เขาสามารถสอบได้เป็นอันดับต้นๆ ของชั้น และ จบ ม.6 ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.92 วิชาที่ถนัดคือ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และภาษาอังกฤษ

สำหรับเหตุผลที่ น้องวี เลือกทำอาชีพรักษาความปลอดภัย เพราะเพื่อนรุ่นพี่ชวน อยากแบ่งเบาภาระแม่ ที่ทำงานรับจ้างเพียงคนเดียว จึงไปสมัครเป็น รปภ.ทำงานวันละ 12 ชั่วโมง ได้ค่าจ้างวันละ 450 บาท ให้แม่ทั้งหมด

ก.ล.ต. ออกเกณฑ์รองรับการเสนอขายหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง ผู้ลงทุนรายบุคคลไม่เกิน 1 แสน/บริษัท

ก.ล.ต. ออกเกณฑ์รองรับการเสนอขายหุ้นกู้ผ่านผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิง ช่วยเพิ่มช่องทางการระดมทุนสำหรับกิจการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ

นางพราวพร เสนาณรงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า “ก.ล.ต. สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มช่องทางให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจให้เจริญเติบโตยิ่งขึ้น จึงได้ออกเกณฑ์รองรับการเสนอขายหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง* (crowdfunding) เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้กิจการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพระดมทุนผ่านคราวด์ฟันดิงได้เพิ่มเติม จากปัจจุบันที่มีหลักเกณฑ์รองรับเฉพาะการเสนอขายหุ้นโดยกำหนดเกณฑ์ในทำนองเดียวกัน”

กิจการที่สนใจเสนอขายหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง ต้องเป็นบริษัทไทยที่มีโครงการธุรกิจชัดเจน แต่ละบริษัทจะสามารถระดมทุนจากผู้ลงทุนรายบุคคลผ่านระบบคราวด์ฟันดิง (นับรวมทั้งหุ้นและหุ้นกู้) ได้ทั้งหมดไม่เกิน 40 ล้านบาท โดยต้องไม่เกิน 20 ล้านบาทในรอบ 12 เดือนแรก และบริษัทมีหน้าที่ต้องรายงานผลการขายต่อ ก.ล.ต. ด้วย

เนื่องจากกิจการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพที่ระดมทุนผ่านคราวด์ฟันดิงมักจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นหรือยังมีขนาดเล็ก และมีความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจสูง ดังนั้น ผู้ที่สนใจลงทุนจึงควรเข้าใจถึงโอกาส ความเสี่ยง ตลอดจนเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดีก่อนตัดสินใจลงทุน เช่น ความเสี่ยงของกิจการในการประกอบธุรกิจ เงื่อนไขของหุ้นกู้ที่เสนอขาย ช่องทางและข้อจำกัดในการเปลี่ยนมือ เป็นต้น นอกจากนี้ เพื่อจำกัดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ลงทุน จึงกำหนดให้ผู้ลงทุนรายบุคคลลงทุนได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อบริษัท นับรวมทั้งหุ้นและหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง และรวมทุกบริษัทแล้วไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ผู้ลงทุนที่ไม่ใช่ผู้ลงทุนรายบุคคล** จะไม่มีข้อจำกัดในเรื่องจำนวนเงินลงทุน

ในการระดมทุนแบบคราวด์ฟันดิง บริษัทจะต้องเสนอขายผ่านผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต ซึ่งผู้ให้บริการระบบดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการทำหน้าที่หน้าที่คัดกรองบริษัทที่มาระดมทุนและดูแลการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ก.ล.ต. มิได้เป็นผู้พิจารณาอนุญาตหรือดูแลการเปิดเผยข้อมูลก่อนการเสนอขายแต่อย่างใด

ผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงที่จะได้รับความเห็นชอบ ต้องมีคุณสมบัติและระบบงานเช่นเดียวกับการให้บริการเสนอขายหุ้นคราวด์ฟันดิง อีกทั้งต้องมีระบบประเมินความน่าเชื่อถือและระดับความเสี่ยงของบริษัทที่สนใจเสนอขายหุ้นกู้ด้วย ปัจจุบันมีผู้แสดงความสนใจที่จะยื่นขอรับความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงแล้วหลายราย

นอกจากการออกเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวแล้ว ก.ล.ต. ยังปรับปรุงประกาศคราวด์ฟันดิงให้มีความสอดคล้องกับประกาศอื่นๆ ยิ่งขึ้น เช่น การปรับปรุงนิยามกิจการเงินร่วมลงทุนและนิติบุคคลร่วมลงทุนให้สอดคล้องกับนิยามภายใต้เกณฑ์การออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล และปรับปรุงเกณฑ์การเสนอขายหุ้นในตลาดรองให้สอดคล้องกับการเสนอขายในตลาดแรก เป็นต้น

เกณฑ์การเสนอขายหุ้นกู้คราวฟันด์ดิงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 โดยผ่านกระบวนการหารือกับผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2562 ผู้สนใจและผู้ประสงค์จะขอรับความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงสามารถดาวน์โหลดประกาศที่เกี่ยวข้องได้ที่ https://www.sec.or.th/th/pages/lawandregulations/crowdfundingregulations.aspx


* การระดมทุนแบบคราวด์ฟันดิง (crowdfunding)  เป็นการระดมทุนจากประชาชน (crowd) ผ่านเว็บไซต์ที่เป็นตัวกลาง (funding portal) ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือวิสาหกิจเริ่มต้นที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยบริษัทจะออกหุ้นหรือหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนเป็นสิ่งตอบแทน

** ผู้ลงทุนที่ไม่ใช่ผู้ลงทุนรายบุคคลได้แก่ ผู้ลงทุนสถาบัน นิติบุคคลร่วมลงทุน กิจการเงินร่วมลงทุน และผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะ

“ผู้กองธรรมนัส” โวย! ฝ่ายตรงข้ามพยายามดิสเครดิต ปล่อยข่าวใส่ร้าย

“ผู้กองธรรมนัส” โวยฝ่ายตรงข้าม พยายามดิสเครดิต ปล่อยข่าวใส่ร้าย มั่นใจคว้าเก้าอี้เลือกตั้งซ่อมเชียงใหม่ หลังลงพื้นที่เข้มข้นชาวบ้านชอบนโยบาย

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยาและประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี นางศรีนวล บุญลือ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 ได้แจ้งความกับ สภ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ว่า ถูกคุมคามข่มขู่จากชายฉกรรจ์ที่บ้านพัก จ.เชียงใหม่ ว่า เรื่องนี้มีคนพยายามโยงกับพรรคพลังประชารัฐว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ ตนยืนยันว่าเรื่องนี้เราไม่มีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

การทำแบบนี้เหมือนเป็นการพยายามสร้างข่าวลือ เพื่อหวังใส่ร้ายและดิสเครดิตผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ เราไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะต้องไปข่มขู่หรือทำร้ายผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่เลย เราอยากให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และที่ผ่านมาบรรยากาศในการเลือกตั้งในจ.เชียงใหม่ก็ไม่มีการสร้างสถานการณ์ความรุนแรง เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมาตลอด ดังนั้นขอให้หาเสียงกันอย่างสร้างสรรค์อย่าใส่ร้ายป้ายสีกันเลย และทางพรรคได้ให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคไปดูว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรได้บ้าง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า สำหรับการเลือกตั้งซ่อม เขต 8 จ.เชียงใหม่ ตนมีความมั่นใจว่า พรรคพลังประชารัฐจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน เวลานี้เราใช้เครือข่ายการหาเสียงแบบขายตรง สู้กับพลังโซเชียลของพรรคอนาคตใหม่ เราใช้การหาเสียงจากผู้นำลงไปสู่ชาวบ้าน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

ช่วงนี้แกนนำของพรรคลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงอย่างหนักและเข้มข้น และนำเสนอนโยบายของพรรคให้ประชาชนรับทราบและเข้าใจอย่างละเอียด เช่น โครงการเกี่ยวกับภาคเกษตรและที่ดินส.ป.ก. มารดาประชารัฐ การพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งประชาชนชื่นชอบและถูกใจมาก ดังนั้นเชื่อว่า เราจะคว้าเก้าอี้ในเขตนี้ได้

ด้าน พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว ทั้งจากกล้องวงจรปิดและพยานบุคคล พบว่า ไม่น่าจะใช่การข่มขู่ จากการตรวจสอบพบ ชายชาวไทยใหญ่ ชื่อว่า นายนุ ได้ดื่มสุราจากร้านค้าใกล้เคียง เมาออกจากร้านแล้วไปยืนฉี่บริเวณหลังบ้านที่เกิดเหตุ แล้วเซมือไปโดนสังกะสีจนเกิดเสียงดัง เมื่อเจ้าของบ้านออกมาเห็นจึงเกิดการทะเลาะกัน และนายนุพูดภาษาไทยได้ไม่แข็งแรง ทำให้คุยกันไม่รู้เรื่อง จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด

ซึ่งการแจ้งความและลงบันทึกประจำวันของนางศรีนวล ถือว่าทำได้ตามสิทธิ ทางตำรวจได้รับเรื่องไว้และพร้อมที่จะดูแลและตรวจสอบเพื่อความสบายใจ ซึ่งทางตำรวจพร้อมที่จะดูแลทุกคนไม่ว่าจะพรรคใดก็ตาม ทั้งนี้การเลือกตั้งใน จ.เชียงใหม่ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุลักษณะดังกล่าวหรือมีความรุนแรง และเราพร้อมที่จะดูแลให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยที่สุด