โปรดเกล้าฯ พระราชทาน “พระฉายาลักษณ์” สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สำหรับเชิญไปเผยแพร่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จำนวน ๒๐ พระรูป

เพื่อมอบให้ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป สำหรับเชิญพระฉายาลักษณ์ไปเผยแพร่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ด้วยความจงรักภักดี

ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดพระฉายาลักษณ์ได้ที่เว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์ www.prd.go.th หรือ https://bit.ly/2LN35Vl

กรมอุตุฯ ประกาศเข้าสู่ฤดูฝน 20 พ.ค. เตือนปลาย มิ.ย. – ก.ค. ฝนทิ้งช่วง มีพายุ 1 ลูก

ประเด็นน่าสนใจ

  • เริ่มต้นฤดูฝน 20 พ.ค. – กลาง ต.ค. 2562 คาดว่า ปริมาณน้ำฝนจะน้อยกว่าปี 2561 และน้อยกว่าค่าเฉลี่ย
  • เดือน มิ.ย. – ก.ค. 2562 ฝนทิ้งช่วง อาจจะส่งผลกระทบต่อการเกษตรได้ โดยเฉพาะในที่ดอน / นอกเขตชลประทาน
  • กลาง ก.ค. – ต.ค. 2562 ฝนจะกลับมาตกชุกอีกครั้ง ขอให้ระวังน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ในบางพื้นที่
  • ช่วง ส.ค. หรือ ก.ย. 2562 จะมีพายุหมุนเขตร้อนเข้าทางภาคอีสาน-ภาคเหนือ 1 ลูก

วันนี้ (17 พ.ค. 2562) กรมอุตุนิยมวิทยาได้แถลงข่าวการเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการของประเทศไทย โดยในปี 2562 นี้ การเริ่มต้นฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป โดยสิ่งที่ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงฤดูกาลคือ

  • ประเทศไทยมีฝนตกชุกต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ
  • ลมที่พัดปกคลุมระดับล่างของประเทศได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดพาความชื้นจากทะเลอันดามันเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
  • ลมระดับบน (ความสูงประมาณ 5พันเมตรขึ้นไป) เปลี่ยนเป็นลมฝ่ายตะวันออก

โดยฤดูฝนในปีนี้นั้นจะต่อเนื่องไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม 2562 แต่บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะมีฝนต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือนมกราคม 2563

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่า อาจจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย 1 ลูก บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือในช่วงเดือนสิงหาคมหรือกันยายนอีกด้วย

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องการเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย ปี 2562

คาดการณ์ฤดูฝนปี 2562

ปลายเดือน พ.ค. – มิ.ย. 2562

คาดว่าในช่วงนี้จะมีฝนตกร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ประเทศไทย กับมีฝนตกหนักในบางแห่ง เว้นภาคตะวันออก-ภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ มีปริมาณฝนตกร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ รวมถึงอาจจะมีฝนตกหนักมากในบางแห่งอีกด้วย

ปลายเดือน มิ.ย. – กลางเดือน ก.ค. 2562

ปริมาณฝนจะลดลงและเกิดฝนทิ้งช่วง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดสภาวะขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีภาวะแล้งซ้ำซาก, พื้นที่นอกเขตชลประทาน

กลางเดือน ก.ค. – สิ้นเดือน ก.ย. 2562

ปริมาณฝนจะกลับมาตกชุกอีกครั้งหนึ่งทั่วทั้งประเทศไทย โดยคาดว่า ปริมาณฝนตกอาจจะกินพื้นที่ 60-80% ของพื้นที่ประเทศไทย และในช่วงเดือนส.ค. – ก.ย. อาจจะมีฝนตกหนัก-หนักมากในบางแห่ง ทำให้มีโอกาสเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งได้

ตุลาคม 2562

ปริมาณฝนจะเริ่มลดลงและอากาศจะเริ่มหนาวเย็นในตอนเช้า โดยเฉพาะตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณภาคกลาง-ตะวันออกและภาคใต้ ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักได้ในหลายพื้นที่

ICHI ผลงานคืนฟอร์ม กำไร Q1 พุ่ง 247% เตรียมโตต่อ รับไฮซีซั่นการขาย–รุกตลาดส่งออก

นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตันกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI เปิดเผยถึง ผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2562 กำไรสุทธิอยู่ที่ 114.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 247.1% เทียบกับทั้งปี 2561 ทำกำไรสุทธิได้ 44 ล้านบาท มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 1,319.4 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยราว 0.2 % จากงวดเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ อิชิตันได้ปรับกลยุทธ์โครงสร้างบริหารสินค้าในแต่ละแบรนด์ และการออกสินค้าใหม่กระตุ้นตลาด คาดจะสนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วงต่อจากนี้ให้เติบโต โดยแนวโน้มไตรมาส 2/2562 คาดว่าผลประกอบการจะดีต่อเนื่องตามฤดูกาล ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อน และมีการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี รวมทั้งการออกสินค้าใหม่ ได้แก่ เย็นเย็นฟัน น้ำจับเลี้ยงผสมวุ้นมะพร้าวเฉาก๊วย และน้ำเก๊กฮวยรสน้ำผึ้งผสมวุ้นมะพร้าว, อิชิตันชิวชิว น้ำชาเขียวผลไม้ ผสมวุ้นมะพร้าว 2 สูตรใหม่ รสองุ่นเคียวโฮ และไลม์ ฮันนี่ และ ชิซึโอกะ โฮจิฉะ ชาเขียวคั่วพรีเมี่ยม นำเข้าใบชา 100% จากประเทศญี่ปุ่น ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 12% จากปีก่อนที่มีรายได้กว่า 5,216.2 ล้านบาท  

นายตันกล่าวว่าในช่วงที่ผ่านมาภาพรวมตลาดชาเขียวในประเทศชะลอตัว และมีการแข่งขันที่รุนแรง เราจึงงัดกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายอย่างเต็มกำลัง รวมถึงการรุกตลาดส่งออกไปยัง CLMV ซึ่งเป็นผลสำเร็จ ในไตรมาส 1 ปีนี้ มีสัดส่วนส่งออกในปัจจุบันอยู่แล้วที่ 32.4% ของรายได้จากการขาย ขณะที่อิชิตันอินโดนีเซียได้รับการตอบรับที่ดี มีการออกสินค้าใหม่กระตุ้นตลาด และสร้างการรับรู้ในแบรนด์อย่างต่อเนื่อง