‘เรืองไกร’ ยื่น กกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ – ‘สันธนะ’ แฉหลักฐานเด็ด

เรืองไกร-พ.ต.ท.สันธนะ เดินทางเข้ายื่นเอกสารถึง กกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ หลังพบมีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมเวทีปราศรัย ที่ จ.สมุทรปราการ

วันนี้ (17 พ.ค.62) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ และ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ เดินทางเข้ายื่นเอกสารถึง กกต. เพื่อให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยยุบพรรคพลังประชารัฐ ภายใน 7 วัน หลังพบมีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมเวทีปราศรัย ที่ จ.สมุทรปราการ

นายเรืองไกร เปิดเผย เหตุที่มายื่น กกต. ในวันนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 24 ก.พ.62 พรรคพลังประชารัฐ ได้มีการปราศรัยใหญ่ ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ โดยมีการเปิดตัว นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าสมุทรปราการ ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ร่วมพูดบนเวทีปราศรัยด้วย

ซึ่งจากข้อมูลพบว่า นายชนม์สวัสดิ์ ถูกศาลฎีกาตัดสินว่ามีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ถูกลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน และพ้นโทษมายังไม่เกิน 10 ปี จึงเข้าข่ายต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 ดังนั้น หากนายชนม์สวัสดิ์ ไม่ใช่สมาชิกพรรค กรณีการปราศรัยดังกล่าว จึงเข้าข่ายตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 28 ที่ห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกครอบงำพรรค ประกอบกับมาตรา 92

ที่ระบุใจความสำคัญว่า หากพรรคการเมืองใดกระทำฝ่าฝืน มาตรา 28 ให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ดังนั้นจึงขอให้ กกต.ทบทวนการพิจารณาอีกครั้ง และหากพบเข้าข่ายความผิดให้รีบยื่นเรื่องต่อศาล รัฐธรรมนูญภายใน 7 วัน

ร้องเอาผิด พล.ท.สรรเสริญ ปล่อย MV เพลงชาติเวอร์ชั่นใหม่ ไม่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย

กลุ่มชาวพุทธฯ ยื่นหนังสือเอาผิด พลโทสรรเสริญ กรณีปล่อย MV เพลงชาติไทย เวอร์ชั่นใหม่ ไม่มีเอกลักษณ์ความเป็นชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

วันนี้ (17 พ.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวพุทธฯ นำโดย ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมด้วย นายพงศ์นรินทร์ อมรรัตนา น.อ.(พิเศษ) วินัย เสวกวิ และ นายพัฒนฌาน วิเชียรรัตน์ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปปป. กรณี MV เพลงชาติไทย เว่อร์ชั่นใหม่ ที่ไม่มีเอกลักษณ์ความเป็นชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเวรรับเรื่องแทน ก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

ทั้งนี้ ดร.จรูญ กล่าวว่า ตามที่ปัจจุบันโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ ได้มีการแพร่ภาพในเวลาเคารพธงชาติ ทั้งในเวลา 08.00 น. และ 18.00 น. ของทุกวัน ซึ่งภาพวีดีทัศน์ที่เผยแพร่นั้นเป็นรูปแบบใหม่ ไม่มีส่วนใดที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ไทย ที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติเลย ในทางตรงกันข้ามกลับเข้าลักษณะเป็นการทำลายเอกลักษณ์และสถาบันหลักของชาติด้วย คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ส่วนสถาบันพระพุทธศาสนา ซึ่งมีวัดวาอารามสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ที่คนไทยภาคภูมิใจเป็นที่สุดและเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก ก็ไม่มีเช่นกัน มีเพียงชาวพุทธยืนร้องเพลงหันหลังให้หุ่นจางๆ จึงถือว่า วีดีทัศน์ชุดดังกล่าวเข้าข่ายทำลายเอกลักษณ์ของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ในขณะเดียวกันกลับนำเอกลักษณ์ของศาสนาอิสลามขึ้นมาเป็นเรื่องเด่นในวีดีทัศน์ดังกล่าว เพราะหลังจากเพลงชาติดังขึ้น ก็จะเป็นภาพของนักศึกษามุสลิมยืนร้องเพลง มีสัญลักษณ์ของมุสลิมอยู่ด้านหลัง 2 ซุ้ม ต่อมาเป็นผู้นำศาสนาอิสลามยืนร้องเพลงอยู่หน้ามัสยิด และมีคนมุสลิมยืนเคารพในเรือประมง หรือแม้แต่สัญลักษณ์ของทำเนียบก็ไม่ใช่ศิลปะและเอกลักษณ์ของไทย เช่นกัน เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ในการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา ในรูปแบบหนึ่งด้วย

พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด ในตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการเผยแพร่เพลงชาติดังกล่าว มิได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด จึงเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ในการนำเพลงชาติดังกล่าวซึ่งมีเนื้อหาเป็นการบ่อนทำลายเอกลักษณ์ของชาติมาเผยแพร่ เพื่อสร้างให้เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย และยัดเหยียดให้คนไทยมีความภาคภูมิใจในวีดีทัศน์ดังกล่าว จึงเป็นการทำลายจิตใจของคนไทยทั้งชาติอย่างถึงที่สุด และเป็นประจำทุกวันด้วย

‘เชน ธนา’ ร้อง ปอท. ถูกปลอม FB หลอกลูกค้าสั่งซื้อของ แต่ไม่ส่งสินค้า

เชน ธนา ร้อง ปอท. โดนเพจเฟซบุ๊กปลอม เปิดหลอกลวงให้ลูกค้าหลงกล เห็นโปรโมชั่นดีๆ ก่อนสั่งซื้อแล้วไม่ได้สินค้า กว่าแสนบาท

วันนี้ (17 พ.ค. 62) ที่ บก.ปอท.(กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) นายธนา ลิมปยารยะ หรือ เชน ธนา อายุ 32 ปี อดีตสมาชิกวงไนซ์ ทู มีท ยู และ นักธุรกิจเจ้าของแบรนด์ AMADO พร้อมพี่ชาย นายธีรัช ลิมปยารยะ อัยการประจำสำนักงานอัยการะสูงสุด เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท./โฆษก บก.ปอท. และ ร.ต.อ.ศตวรรฒ แวงแสน รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. แจ้งความให้ช่วยสืบสวนดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเพจในเฟซบุ๊กชื่อ”อมาโด อมาโด”

ทั้งนี้ นายเชน ธนา เผยว่า บริษัทตนได้ตรวจสอบพบมีการทำเพจในนามของบริษัทเราแล้วเอารูปภาพสินค้าไปโพสต์แอบอ้าง หลอกลวงขายสินค้าของตน มีโปรโมชั่นที่พิเศษกว่า ทำให้ลูกค้าให้ความสนใจและหลงเชื่อโอนเงินไปตามเลขบัญชีธนาคารต่างๆ เป็นจำนวนนับ 10 บัญชี ในชื่อคนๆ เดียวกัน จากการตรวจสอบและสอบถามไปก็ปิดเพจหนี เบื้องต้นมีลูกค้าที่ไม่ได้รับสินค้าหลังจากโอนเงินไปบัญชีคนร้ายมูลค่ารวมแล้วประมาณแสนกว่าบาทวันนี้จึงต้องมาแจ้งตำรวจ ให้ช่วยสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ฝากเตือนว่า สำหรับคดีนี้ เป็นการแอบอ้าง สินค้าที่อาจจะมีชื่อเสียงมียอดการจำหน่ายที่ดีๆ มักจะมีพวกมิจฉาชีพนิยมแอบอ้างว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายเมื่อผู้เสียหายโอนเงินมาตามที่สั่งซื้อสินค้าแล้วก็จะมีการบล็อคแล้วก็ปิดหรือเปลี่ยนเพจไปเรื่อยๆ จากนี้ก็จะให้ฝ่ายสืบสวน บก.ปอท.ทำการติดตามสืบสวนตามร่องรอยที่คนร้ายใช้กระทำผิดเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนการแอบอ้างชื่อบริษัทฯ ก็จะแยกส่วนติดตามคนที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนดำเนินคดีเช่นกัน