พรเพชร แจง ‘พล.อ.ปรีชา’ ทำงานสนช. 341 วัน ลา 46 ครั้ง

พรเพชร วิชิตชลชัย อดีตประธาน สนช. ชี้แจง ‘พล.อ.ปรีชา’ ทำงานสนช. 341 วัน ลา 46 ครั้ง

วันนี้ (15 พ.ค.62) ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา อาคารสุขประพฤติ นายพรเพชร วิชิตชลชัย อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวภายหลังเดินทางมารายงานตัวเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ถึงกรณี พลเอกปรีชา จันทร์โอชา น้องชายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น ส.ว.และมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าขาดประชุมบ่อยครั้ง

โดยนายพรเพชร เปิดเผยว่า สนช.มีการประชุมทั้งหมด 387 ครั้ง พลเอกปรีชามาประชุม 341 ครั้ง ลาประชุม 46 ครั้งในช่วง 2557-2559 เป็นส่วนใหญ่ ส่วนจำนวนการลงมติทั้งหมดของ สนช. 7,085 ครั้ง ขณะที่พลเอกปรีชาลงมติจำนวน 5,097 ครั้ง

ซึ่งในช่วง 3 ปีแรกของการเป็น สนช. ไม่ได้ลงมติกว่า 2,000 ครั้ง อีกทั้งพล.อ.ปรีชายังร่วมการประชุมทั้งต่างประเทศและต่างจังหวัดด้วย ส่วนการเป็นน้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ แล้วได้รับเลือกเป็น ส.ว.นั้น ตนไม่ขอออกความเหตุแต่อย่างใด โดยการชี้แจงครั้งนี้ ไม่ได้มีใครมาขอให้ชี้แจงแทน แต่ตนต้องการมาชี้แจงเองในฐานะอดีตประธาน สนช. และมีการพาดพิงถึง สนช. ด้วยเช่นกัน

ธพว. เตรียมเปิดขายพันธบัตร วงเงิน 8,000 ล้านบาท ระดมทุนปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วยเอสเอ็มอี

ธพว.เตรียมออกขายพันธบัตร ก.คลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยโดยวิธีประมูลแก่ผู้ลงทุน ระดมทุนปล่อยกู้แก่เอสเอ็มอีไทย วงเงิน 8 พันล.แบ่งเป็นวงเงิน 3 พันล.  อายุ 3 ปี 8 เดือน กำหนดประมูล  27 พ.ค. และวงเงิน 5 พันล.  อายุ 5 ปี 8 เดือน กำหนดประมูล 17 มิ.ย. เชื่อได้รับความสนใจอย่างสูง จากความแข็งแกร่งขององค์กรระดับ AAA

นายพงชาญ สำเภาเงิน รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว). หรือ SME D Bank เผยว่า ธนาคารเตรียมออกพันธบัตร วงเงิน 8,000 ล้านบาท  ซึ่งกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย เพื่อนำมาใช้ปล่อยสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  ผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน  คาดจะสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนได้กว่า 8,000 ราย   ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระบบมูลค่ากว่า  36,640 ล้านบาท

ทั้งนี้ พันธบัตรแบ่งเป็นวงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี 8 เดือน กำหนดประมูลในวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 และวงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท อายุ 5 ปี 8 เดือน กำหนดประมูลในวันที่ 17 มิถุนายน 2562โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้จัดจำหน่ายให้แก่ผู้มีสิทธิซื้อโดยมีวิธีการ ดังนี้

(1)  จำหน่ายพันธบัตรโดยวิธีการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนให้แก่ผู้ใช้บริการ e-Bidding  ตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการให้บริการธุรกรรมประมูลตราสารหนี้ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding)  พ.ศ. 2546 ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม สำนักงานประกันสังคม บริษัทประกันภัย บริษัทประกันชีวิต และสถาบันอื่นๆ ที่มีบัญชีเงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

(2) จำหน่ายพันธบัตรโดยวิธีการเสนอซื้อให้แก่ มูลนิธิ สหกรณ์ นิติบุคคลเพื่อการสาธารณกุศล การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ วรรณคดี การศึกษา สาธารณประโยชน์อื่นๆ โดยมิได้มุ่งหวัง ประโยชน์มาแบ่งปันกัน และกองทุนที่เป็นนิติบุคคลที่ใช้ผลประโยชน์จากต้นเงิน

นายพงชาญ ระบุว่า การจำหน่ายพันธบัตรครั้งนี้ จะเพิ่มความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่อง ช่วยให้ธนาคารมีต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสมในระยะยาว  มั่นใจว่า พันธบัตรธนาคารจะได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุน เนื่องจากธนาคารมีสถานะความแข็งแกร่งจากการจัดอันดับเครดิตองค์กร โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้ง จำกัด ให้อยู่ในระดับ AAA ถือเป็นระดับสูงสุดเท่ากับ Rating ของรัฐบาลไทย

พระคติธรรม จากสมเด็จพระสังฆราช เนื่องในวันวิสาขบูชา 2562

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันวิสาขบูชา ปี2562 ตรงกับวันเสาร์ ที่ 18 พฤษภาคม
  • วันวิสาขบูชา เป็นวันที่สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญของพระพุทธศาสนามากถึง 3 เหตุการณ์ ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 คือ เป็นวันคล้ายวันประสูติ, ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้นจึงมีคำเรียกวันนี้อีกอย่างหนึ่งว่า “วันพระพุทธเจ้า”

วันนี้ (15 พ.ค. 2562) สมเด็จพระอริยวงคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันวิสาขบูชาประจำปี 2562 ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 18 พ.ค. โดยมีใจความว่า ขอชาวพุทธดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท และหมั่น บำเพ็ญทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เพื่อเป็นแสงส่องใจให้พุทธศาสนิกชนทั้งปวงสืบไป

“ดิถีวิสาขบูชา อันเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นวันสำคัญสากลของโลก ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว

พระโพธิสัตว์สิทธัตถราชกุมารเสด็จอุบัติขึ้นบนโลกนี้เมื่อกว่า ๒,๖๐๐ ปีก่อน ทรงถึงพร้อมด้วยพระชาติ มีพระกายลักษณะอย่างมหาบุรุษครบถ้วนเป็นอัศจรรย์ แต่ที่วิเศษยิ่งกว่านั้นคือพระคุณ ด้วยเหตุแห่งการตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ยังให้ทรงบริบูรณ์ด้วย ‘พระปัญญาคุณ’ สามารถชำระกิเลสเครื่องเศร้าหมองให้หมดสิ้นไปจากพระทัย

บรรลุถึงความสะอาดผ่องใสที่เรียกว่า ‘พระบริสุทธิคุณ’ แล้วจากนั้นไม่นานก็ได้ทรงเผยแผ่พระธรรมสั่งสอนโลก ด้วยอำนาจแห่ง ‘พระมหากรุณาคุณ’ ครบถ้วนแห่งองค์คุณของความเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอด ๔๕ พรรษาแห่งการบำเพ็ญพุทธกิจ

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระปัจฉิมวาจาก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพานว่า ‘วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ’ แปลความว่า ‘สังขารมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด’ ดังนี้

ขอทุกท่านหันกลับมาพิจารณาสังขารธรรม หรือความปรุงแต่งในรูปและนาม ณ บัดนี้ แล้วจงฉุกคิดถามตนเองว่า ในขณะที่รูปและนามกำลังเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านได้อบรมเจริญปัญญา เป็นเสบียงแห่งอนาคตไว้มากน้อยเพียงไรแล้ว ท่านกำลังมีความประมาทในชีวิต เผลอคิดไปว่ายังเหลือเวลาอยู่อีกมากหรือไม่ ในเมื่ออันที่จริง ทุกคนไม่อาจทราบได้ว่าความตายจะมาถึงเมื่อไร

ชีวิตนี้สั้นนัก เพราะฉะนั้น ‘ความไม่ประมาท’ ณ ขณะปัจจุบัน จึงเป็นบทสรุปแห่งพระบรมพุทโธวาทที่สั้นที่สุด แต่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับชาวพุทธทุกคน

ขอสาธุชนอย่าละเลยการบำเพ็ญทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา อันนับเป็น ‘ปฏิบัติบูชา’ ที่พึงกระทำต่อพระรัตนตรัย เพื่อความดำรงคงมั่นแห่งพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นประทีปส่องใจเวไนยนิกรทั้งปวงสืบไปตลอดกาลนาน เทอญ