‘ปู่มหามุนี’ รอดนอนคุก ได้เงินจาก FC ช่วยประกันตัว 1 แสนบาท

‘ปู่มหามุนี’ รอดนอนคุก สน.ทุ่งสองห้อง ได้ประกันตัววงเงิน 1 แสนบาท เผยหลังจากนี้อาจจะเล่นหรือเลิกเล่นเฟซบุ๊กเลยก็ได้ขอไปพิจารณาอีกทีหลังได้ประสบการณ์ถูกจับครั้งนี้

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 15 พ.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายชัยรัตน์ ยอดพรม หรือ ปู่มหามุนี อริยะดาบส ได้กล่าวภายหลังได้รับประกันตัวว่า วันนี้ตนถูกตำรวจ บก.ปอท.บุกไปจับกุมตัวมาจากที่บ้านพักย่านรามอินทรา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 661/2562 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ข้อหานำเข้าข้อมูลลามกอนาจารสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และชักชวนผู้อื่นให้เข้าเล่นพนัน ก่อนจะมีการแถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบไปเมื่อช่วงบ่ายสองวันเดียวกันนี้

ทั้งนี้ นายชัยรัตน์ กล่าวว่า ตนได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ขณะนี้กำลังทำเรื่องประกันตัวอยู่ โดยใช้เงินสดจำนวน 1 แสนบาทเป็นหลักประกัน ที่บรรดา FC ของตนช่วยกันสนับสนุนเงินในการประกันตัวครั้งนี้มา ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย ตนเล่นเฟซบุ๊กเพื่อความสนุกสนาน แต่ต่อไปจะเพลาๆ ลงตามที่ทางตำรวจแนะนำมา ซึ่งหลังจากนี้อาจจะเล่นต่อหรือไม่ก็จะพิจารณาอีกทีหรืออาจจะหยุดเล่นไปเลยก็ได้

หลังจากที่มีการแถลงข่าวออกไปว่าตนถูกตำรวจจับกุมมาดำเนินคดีแล้วมีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไมตนต้องปิดหน้าด้วยการสวมหน้ากากอยามัยนั้น เป็นเพราะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำว่าเป็นกระบวนการตามขั้นตอนในการรักษาสิทธิของผู้ต้องหาซึ่งยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะตัดสินว่าผิดจริง ไม่ใช่ว่าตนต้องการปกปิดใบหน้าแต่อย่างใด

โดยหลังจากโดนตำรวจจับกุมมาดำเนินคดีและมีข่าวออกไปแล้ว มีคนเข้าไปคอมเม้นต์ในเพจสำนักข่าวต่างๆ แนะนำให้ตำรวจจับปู่มหามุนีตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดด้วยนั้น นายชัยรัตน์ กล่าวว่า คดีเกี่ยวกับยาเสพติดนั้นตนขอยืนยันไม่มีแน่นอน เราอยู่ในแผ่นดินไทยคดียาเสพติดเป็นการทำร้ายชาติเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่งามตนขอยืนยันว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวเลยจริงๆ หน้าตนอาจจะดูออกแนวเดฟเลยอาจะทำให้สังคมเข้าใจผิดไปได้

วันความดันโลหิตสูงโลก หมอแนะหมั่นวัดความดัน ปรับพฤติกรรมลดความเสี่ยงเกิดโรค

วันความดันโลหิตสูงโลก หมอแนะหมั่นตรวจวัดความดัน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วยลดเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงได้

นายแพทย์ธีรวัฒน์ วลัยเสถียร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก และสมาคมโรคความดันโลหิตสูงนานาชาติ กำหนดให้วันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันความดันโลหิตสูงโลก ในปี 2562 ใช้คำขวัญ “Know Your Numbers” หรือ “ท่านทราบระดับความดันโลหิตของท่านหรือไม่” รณรงค์มุ่งเน้นให้ประชาชนหมั่นตรวจวัดค่าความดันโลหิตของตนเองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้ทราบถึงความเสี่ยงต่อภาวะโรคความดันโลหิตสูง

ซึ่งโรคความดันโลหิตสูงเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประชากรทั่วโลก มีผู้เสียชีวิตจากโรคความดันโลหิตสูง 7.5 ล้านคน และมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเกือบ 1 พันล้านคนทั่วโลก ในประเทศไทยโรคความดันโลหิตสูงยังคงเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญเช่นกัน จากความชุกของโรคความดันโลหิตสูงในประชากร อายุ 15 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นจาก 10 ล้านคน ในปี 2552 เป็น 13 ล้านคน ในปี 2557 และเกือบครึ่งหนึ่งไม่ทราบว่าตนเองป่วยด้วยโรคนี้ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ประกอบด้วย จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด มีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงในประชากร อายุ 40 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจาก 334,338 คน ในปี 2556 เป็น 402,353 คน ในปี 2561

โรคความดันโลหิตสูงถือเป็น “ฆาตรกรเงียบ” เนื่องจากโรคนี้ไม่มีสัญญาณเตือน หรืออาการแสดงที่ชัดเจน ทำให้ไม่ตระหนักถึงอันตรายของโรค หากปล่อยให้ตนเองมีภาวะความดันโลหิตสูงเป็นระยะเวลานานโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะมีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดแดงในตาเสื่อม และไตวาย ส่งผลให้เกิดความพิการและเสียชีวิตได้ สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่มีการรับประทานอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูง (เช่น ปลาร้า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องดื่มเกลือแร่ เป็นต้น) ไม่รับประทานผักและผลไม้ ไม่ออกกำลังกาย ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ประกอบกับอายุที่มากขึ้น รวมถึงการที่มีพ่อแม่ หรือญาติพี่น้องสายตรงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งพฤติกรรมและปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพและส่งผลให้มีโอกาสเกิดโรคความดันโลหิตสูงมากขึ้น

นายแพทย์ธีรวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมและป้องกันได้ ด้วยการลดรับประทานอาหารที่มีโซเดิมสูง เช่น ปลาร้า อาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มเกลือแร่ เป็นต้น ควรเพิ่มการรับประทานผักและผลไม้ (รสหวานน้อย) เช่น พืชตระกูลถั่ว ฝรั่ง กล้วย ส้ม แตงโม เป็นต้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเริ่มต้นด้วยกิจกรรมเบา ๆ ไปจนถึงกิจกรรมปานกลาง เช่น การทำสวน การเดิน และทำงานบ้าน ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ลดละการดื่มแอลกอฮอล์ ลดละการสูบบุหรี่ และที่สำคัญควรหมั่นตรวจวัดความดันโลหิตเป็นระยะอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ตามแนวคิด “ท่านทราบระดับความดันโลหิตของท่านหรือไม่” (Know Your Numbers) สำหรับผู้ที่ป่วยโรคนี้อยู่แล้วต้องรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง และพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอตลอดจนวัดความดันโลหิตเป็นประจำ พร้อมจดบันทึกค่าความดันโลหิตของตนเองด้วย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

สมาคมสื่อฯยื่นหนังสือกรมการปกครองสอบผู้ใหญ่บ้านเรียกรับเงิน ‘ชาวชาติพันธ์ุ’

สมาคมสื่อฯยื่นหนังสือกรมการปกครองให้ตรวจสอบผู้ใหญ่บ้าน!กินเงิน”ชาวชาติพันธ์ุ”

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 พ.ค.2562  ที่กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยนายคฑาภณ สนธิจิตร นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน (ประเทศไทย) ประธานเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตประพฤติมิชอบแห่งชาติพร้อมผู้บริหารได้นำนายประเทือง ทองเปราะ และ นายพิชิต ช้างแรงการ พร้อมตัวแทนชาวบ้านซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธ์ุ  หมู่ 2 ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เข้ายื่นหนังสือพร้อมหลักฐานคลิปวีดีโอและรายชื่อการจ่ายเงิน เข้าร้องเรียนกับ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร รองอธิบดีกรมการปกครองซึ่งเป็นตัวแทนอธิบดีกรรมการปกครองลงมารับหนังสือแทน

โดยทางสมาคมฯ ได้ขอให้ทางกรมการปกครองตรวจสอบ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่2 ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี มีพฤติกรรมเรียกรับเงินในการต่อบัตร – ทำบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนกลุ่มชาติพันธ์ุ และให้ตรวจสอบนายอำเภอ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี อาจมีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ด้วย

ทางสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนได้รับการร้องเรียนจาก นายประเทื่อง ทองเปราะ และ นายพิชิต ช้างแรงการ ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้านหมู่2 ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้เข้าร้องเรียนกับทางสมาคมฯให้ตรวจสอบผู้ใหญ่บ้าน หมู่2 ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ที่มีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์ ในการต่อบัตร-ทำบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนให้กลุ่มชาติพันธ์ุ  ในราคา 2,000 – 30,000 บาทแล้วแต่กรณี

โดยได้ทำลักษณะนี้มานานโดย ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวจะใช้วิธีการให้ผู้ที่จะทำบัตร-ต่อบัตรฯ ให้นำเงินไปไว้ตามจุดต่างๆตามที่ได้ตกลงกันไว้ เพื่อไม่ให้เป็นหลักฐานสาวมาถึงตัวของผู้ใหญ่ และยังใช้อำนาจข่มขู่ชาวชาติพันธ์ุโดยสั่งห้ามนำเรื่องที่เสียเงินไปบอกใครเด็ดขาดถ้าไม่ทำตามคำสั่งจะตัดชื่อออกจากหมู่บ้านและจะไม่เดินเรืองในการต่อบัตรให้อีกต่อไป โดยได้บอกเหตุผลที่เรียกเก็บเงินกับชาวชาติพันธ์ุเพราะต้องนำไปจ่ายให้กับข้าราชการในอำเภอไทรโยค เพราะเป็นประเพณีที่ทำกันมานานแล้ว

ซึ่งการกระทำของผู้ใหญ่บ้านรายนี้สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านที่เป็นชาวชาติพันธ์ุในพื้นที่อย่างมาก เพราะชาวบ้านกลุ่มนี้ส่วนมากจะประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างปลูกมันสำปะหลังได้ค่าแรงวันละ 200-250 บาท ลำพังจะกินยังไม่พอจะกินยังต้องมาเสียเงินให้กับผู้ใหญ่บ้านอีกและถ้าคนไหนไม่มีเงินจ่ายก็ต้องไปกู้เงินมาจ่ายตอนนี้เดือดร้อนมาก

จึงขอให้ทางกรมการปกครองช่วยตั้งคณะกรรมการที่มาจากส่วนกลางลงมาตรวจสอบ และสอบสวนในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพราะผลการสอบสวนในเรื่องนี้ในครั้งล่าสุดทางอำเภอไทรโยคก็ได้ใช้กรรมการที่มาจากอำเภอไทรโยค เข้าทำการสอบสวน ซึ่งผลที่ออกมาปรากฎว่าผู้ใหญ่บ้านไม่มีความผิดใด ๆ ซึ่งมันขัดกับความเป็นจริงทั้งสิ้น และเชื่อว่าผลการสอบสวนในครั้งก่อนพวกชาติพันธ์ุไม่ได้รับความเป็นธรรม และการสอบสวนไม่โปร่งใสซึ่งการเรียกรับเงินการต่อบัตร-ทำบัตรบุคลไม่มีสถานะในตอนนี้ได้เกิดระบาดไปทุกหมู่บ้านในอำเภอไทรโยค โดยจะทำเป็นขบวนการและอ้างเป็นประเพณีที่ทำกันนานแล้วจึงอยากให้อธิบดีกรมการปกครองลงมาแก้ไขเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนและหาผู้กระทำผิดมาลงโทษเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างจงใจและทำกันเป็นขบวนการในการเรียกรับผลประโยชน์ในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตามทางด้านนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร รองอธิบดีฯ ได้กล่าวว่าตนจะเร่งตรวจสอบในเรื่องที่ร้องเรียนมาอย่างเร่งด่วน ซึ่งทางอธิบดีกรมการปกครองได้เซ็นหนังสือคำสั่งให้ตรวจสอบเรื่องนี้มาถึงตนแล้ว โดยตนจะมอบหมายให้ นายวิรัตน์ ชัยสิทธิ์ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครองเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้และจะตั้งคณะกรรมการจากส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบในเรื่องนี้และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายใครผิดก็ว่าไปตามความผิด ถ้าผลการสอบส่วนพาดพิงไปถึงใครทางเราจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดไม่มีข้อยกเว้นเพราะเป็นนโยบายของทางอธิบดีกรมการปกครองอยู่แล้ว