จับได้อีก 1 ล่าอีก 2 กลุ่มโจ๋ฆ่าน้องอาร์ม

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตำรวจขู่ 2 ผู้ต้องหามอบตัว อย่าคิดหนี ก่อนใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์สุดสลดกลุ่มวัยรุ่นขี่รถตามประกบเด็กชายวัย 13 ก่อนจะถีบรถล้มและใช้หินทุบจนเสียชีวิต ที่บริเวณซอยบางปลา 12 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา หลังจากพวกเขามีอาการมึนเมาและออกขี่รถจักรยานยนต์ไล่หาเรื่องชาวบ้าน ก่อนที่เวลาต่อมาตำรวจสามารถจับกุม นายโอ๊ค (นามสมมติ) อายุ 16 ปี 1 ในผู้ก่อเหตุจะถูกจับกุมได้นั้น

2 ผู้ต้องหาที่ยังหนีการจับกุมตัว

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 1 คน ทราบชื่อคือ นายพิสิษฐ์ เพชรเลิศ หรือนนท์ อายุ 21 ปี โดยนายนนท์ อ้างว่า เขาไม่ได้เป็นคนทำร้ายผู้ตายจนเสียชีวิต แต่เป็นเข้ามาห้าม เพราะเห็นว่าผู้ตายเลือดออกเยอะ จากนั้นก็ขึ้นรถหลบหนีไป ทั้งนี้ตนและผู้ตายไม่ได้มีเรื่องหมางใจหรือรู้จักกันมาก่อน จึงอยากขอโทษกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย

ด้าน พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 เผยถึงความคืบหน้าในคดีว่า ขณะนี้ทราบชื่อผู้ต้องหาอีก 2 คนแล้ว คือ นายวัชระ บุญลือ หรือแด็ก อายุ 22 ปี นายกวีโชค เงาศรี หรือเศรษฐ์ อายุ 23 ปี

เบื้องต้นได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามล่าตัวแล้ว และหากผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ทราบข่าวก็ให้ออกมามอบตัวอย่าคิดหนีอีก หรือผู้ใดทราบเบาะแสก็ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ ไม่อย่างนั้นจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายด้วย

อาร์เอสกำไรโดดเด่น ในอุตสาหกรรม ธุรกิจ MPC- ทีวีช่อง8

อาร์เอสเผยผลประกอบการไตรมาสแรก กำไรพุ่ง 110 ล้านบาท สวนภาวะเศรษฐกิจซึม สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน สร้างการเติบโตแข็งแกร่ง

นายดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2562 ของบริษัทฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและโดดเด่นที่สุดในอุตสาหกรรม โดยรายได้และกำไรเติบโตแรงสวนกระแสสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงต้นปีที่ชะลอตัว กล่าวคือสามารถสร้างรายได้รวมที่ 929 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 110 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อีกทั้ง หลังการเข้าเทรดในหมวด “พาณิชย์” ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ทำให้ผู้บริหารและพนักงานทั้งองค์กรมุ่งสู่วิสัยทัศน์เดียวกัน พร้อมเปิดโลกทัศน์การดำเนินธุรกิจพาณิชย์ที่ชัดเจนและสร้างความแตกต่าง ดึงเงินลงทุนใหม่ทั้งในและต่างประเทศที่ให้ความสนใจธุรกิจพาณิชย์ ซึ่งต่างจากธุรกิจสื่อแบบเดิม มีเม็ดเงินเข้าลงทุนในหุ้น RS อย่างมีเสถียรภาพ

ประกอบกับวิสัยทัศน์ในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจและขยายความสำเร็จของโมเดลธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง (MPC) ผนวกกับจุดแข็งของกลุ่มบริษัทฯ ที่มีความเชี่ยวชาญสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดทุกธุรกิจในเครือ

“อัตราการเติบโตของกำไรที่เพิ่มขึ้น เป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จของอาร์เอสที่เกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและความสำเร็จของโมเดลธุรกิจใหม่ที่ช่วยเกื้อหนุนการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง” นายดามพ์กล่าว

สำหรับไตรมาสแรก ธุรกิจ MPC ยังคงเป็นดาวเด่น เป็นผลจากการที่บริษัทฯ ได้ขยายช่องทางการจำหน่ายเพิ่มขึ้น ผ่านช่องไทยรัฐทีวี ซึ่งถือเป็นพันธมิตรที่แข่งแกร่ง อยู่ในกลุ่มผู้นำช่องดิจิตอลทีวีที่มีฐานผู้ชมทั่วประเทศ รวมทั้งบริษัทฯ ได้พัฒนาช่องทางการจำหน่ายอื่นๆ ควบคู่ไปกับการเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการปิดการขายของทีมเทเลเซลล์

ทำให้ระบบหลังการขายมีประสิทธิภาพ สามารถกระตุ้นให้ลูกค้ามีการสั่งซื้อสินค้าอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเพิ่มจำนวนและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อีกกว่า 100 SKU ต่อเนื่องตลอดปี 62 จำหน่ายผ่านช่องทางการขายต่างๆ รวมถึงมีสินค้าที่จำหน่ายเฉพาะช่องทางขายตรงชั้นเดียวหรือที่เรียกว่า LSBIZ (ตัวแทนขายมืออาชีพ) พร้อมจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายในช่วงไตรมาสแรก ส่งผลให้มียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับธุรกิจทีวีดิจิตอล ช่อง 8 โดยภาพรวมสัดส่วนผู้ชมในระบบทีวีดิจิตอลรายใหม่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ประกอบการทีวีรายเดิม ทำให้เม็ดเงินโฆษณาผ่านทีวีดิจิตอลรายใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในส่วนช่อง 8 ได้มีการปรับผังครั้งใหม่เมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

เพื่อรองรับเม็ดเงินโฆษณารวมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป นำโดยซีรีส์ “อะลาดิน (Aladdin) ” ละคร “เพลงลับแล” แนวดราม่า แฟนตาซี ลี้ลับ รวมถึงซีรีส์ไทย และรายการวาไรตี้ใหม่ ซึ่งจะทำให้เรตติ้งช่วงไพรม์ไทม์ตลอด 7 วันของช่อง 8 แข็งแกร่งขึ้น

รวมทั้งได้อานิสงส์จากการที่รัฐบาลประกาศใช้มาตรา 44 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน ประกอบกับอาร์เอสมีจุดแข็งในการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพของทั้งกลุ่ม สามารถบริหารเวลาโฆษณาได้เต็มประสิทธิภาพ 100% โดยนำมาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ธุรกิจ MPC ทำให้ผลการดำเนินงานโดยรวมมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น

“จากความมุ่งมั่นดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ที่จะสร้างการเติบโตให้กับองค์กรอย่างไม่หยุดยั้ง การก้าวเข้าสู่ธุรกิจพาณิชย์อย่างเต็มตัว และการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เชื่อมั่นว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างรายได้และมีผลกำไรที่เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต” นายดามพ์กล่าวทิ้งท้าย

เตือนระวังมิจฉาชีพแอบอ้างเก็บค่าไฟ แจ้งตัดไฟฟ้า เปลี่ยนมิเตอร์

กฟน. เตือนระวังมิจฉาชีพแอบอ้างเก็บค่าไฟ แจ้งตัดไฟฟ้า เปลี่ยนมิเตอร์ และตรวจซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า

วานนี้ (14 พฤษภาคม 2562) นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในฐานะโฆษก กฟน. เปิดเผยว่า ตามที่มีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพนักงานของการไฟฟ้านครหลวง ปลอมแปลงบัตรพนักงานเพื่อใช้ในการแสดงตน ออกให้บริการรับชำระค่าไฟฟ้า รวมถึงการตรวจซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน ให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยจากไฟฟ้า หรือหลอกลวงทำให้เสียทรัพย์ จึงขอแจ้งให้ทราบว่าทาง กฟน. ไม่มีบริการให้พนักงานรับชำระค่าไฟฟ้า เก็บเงินค่าเปลี่ยนเครื่องวัดฯ รวมถึงไปดำเนินการตรวจซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้านอกสถานที่แต่อย่างใด ยกเว้นกรณีที่ผู้ใช้ไฟฟ้าติดต่อขอใช้บริการกับ กฟน. หรือหาก กฟน. จัดกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์กับชุมชน หรือโครงการต่าง ๆ ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทราบผ่านช่องทางสื่อสารทางการของ กฟน. หรือสื่อมวลชนทราบก่อนทุกครั้ง

สำหรับช่องทางรับชำระค่าไฟฟ้า ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถชำระค่าไฟฟ้าผ่านช่องทางสะดวก MEA Smart Life Application โดยหักผ่านบัตรเครดิต Mastercard และ Visa ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ App Store และ Google Play ดาวน์โหลดฟรี คลิก http://is.gd/KlyQKF หักบัญชีบัตรเครดิต ชำระผ่านทาง ATM ชำระผ่านทาง Internet Banking ชำระผ่านทาง Mobile Banking หรือการไฟฟ้านครหลวงเขต และสาขาย่อย ชำระผ่านตัวแทนรับชำระค่าไฟฟ้าทุกแห่ง เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิส ธนาคาร เทสโก้โลตัส และบิ๊กซี เป็นต้น ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถศึกษาช่องทางรับชำระค่าไฟฟ้าเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.mea.or.th

ทั้งนี้ หากพบกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างหลอกลวงทำให้เสียทรัพย์ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ กฟน. ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง (MEA) Line@ : @meanews Twitter : @mea_news รวมถึงแจ้งผ่านศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง