‘หลุยส์ ธัญชนก’ ร้อง ปอท. ถูกปลอมเฟซบุ๊ก-ไอจี หลอกขายของแล้วไม่ส่งให้ลูกค้า

น้องหลุยส์ ธัญชนก ดารานักแสดงสาวพร้อมคุณแม่เข้าแจ้งความ ปอท.ช่วยสืบหาตัวคนร้ายแอบอ้างเอารูปไปสร้างเฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม หลอกขายสินค้าแล้วไม่ส่งของให้ จนคนเข้าใจผิด

วานนี้ (14 พ.ค. 62) ที่ บก.ปอท. น.ส.ธัญญพัทธ์ หงษ์สวัสดิ์กร หรือ น้องหลุยส์ ธัญชนก อายุ 19 ปี ชาวอำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ เจ้าของบทบาท “คำแก้ว” ในละครช่อง 3 เรื่อง “รากนคร” อดีตรองชนะเลิศอันดับ 2 มิสทีนไทยแลนด์ ปี 2015 และเรื่องล่าสุด สวมบทบาทเป็น “หวาน” ในละครเรื่อง “กรงกรรม” พร้อมคุณแม่เดินทางเข้าแจ้งความกรณีถูกคนร้ายนำรูปภาพไปทำเฟซบุ๊กปลอมไปหลอกขายของแล้วโกงโดยการไม่ส่งของให้ จนมีคนเข้าใจผิดคิดว่าตนเองเป็นคนทำ

ทั้งนี้ น้องหลุยส์ ธัญชนก กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา เวลา 18.00 น. ขณะกำลังเล่นเฟซบุ๊กอยู่ที่บ้านพักย่านสายไหม ได้มีบุคคลทักมาหาผ่านทางโปรแกมแมสเซนเจอร์บอกตนว่ามีคนกำลังปลอมเฟซบุ๊ก พร้อมกับส่งมาให้ดู โดยพบว่ารูปโปรไฟล์ที่คนร้ายใช้เป็นรูปภาพของตน แต่ใช้ชื่ออื่นว่า “Nachphapa Pornthanaton” และคนร้ายยังเอารูปภาพของตนไปสร้างบัญชีอินสตราแกม ชื่อ “mminttt” ด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียและทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นการกระทำของตนที่หลอกขายของแล้วโกงคนสั่งซื้อ

นอกจากนี้ ตั้งแต่ตนเข้าประกวดและได้ตำแหน่งรองมีสทีนไทยแลนด์อันดับสองเมื่อปี 2559 พบว่ามีความพยายามจะเอารูปภาพของตนไปหลอกขายของสินค้าทางออนไลน์และนำไปใช้ในทางเสื่อมเสียมาโดยตลอด ซึ่งช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แต่มาครั้งมีการทำผิดที่รุนแรงมาก ตนเกรงว่าคนจะเข้าใจตนผิดๆ ไปด้วย เท่าที่พบเขาจะเปิดๆ ปิดๆ เฟซบุ๊กสลับไปมา บ้างครั้งก็สลับบัญชีเฟซบุ๊กอื่นด้วยในการหลอกลวงคนอื่นได้จำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบอีกว่ามีการนำรูปภาพของตนไปลงประกาศหาคู่ก็มี

ด้าน ร.ต.อ.ประมุข กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าคนร้ายมีการใช้บัญชีธนาคารหลอกให้เหยื่อโอนเงิน เรารู้ตัวแล้วว่าเป็นใคร กำลังจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนติดตามตัวมาดำเนืนคดีตามกฎหมายต่อไป

ผบ.ตร.สั่งเข้มดูแลจราจรช่วงฝนพายุถล่ม แนะเช็คสภาพอากาศก่อนเดินทาง

รองโฆษก ตร. เผย พล.ต.อ.จักรทิพย์ กำชับทุกพื้นที่ดูแลจราจรช่วงฝนตกพายุถล่ม เตือนประชาชนศึกษาข้อมูลสภาพอากาศ ก่อนออกเดินทาง

วันนี้(15 พ.ค.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งกำชับตำรวจจราจรทุกพื้นที่ออกปฏิบัติหน้าที่ อย่างเคร่งครัด ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเน้นให้มีการบูรณาการกำลังร่วมกันในการอำนวยความสะดวกการจราจรกับกองบังคับตำรวจจราจรกลางกองบังคับการตำรวจทางหลวง และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในถนนที่มีการจราจรหนาแน่น เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน สัญจรไปมา และในการเร่งระบายรถ อย่างเต็มกำลังในชั่วโมงเร่งด่วน รวมไปถึงการจัดชุดเฉพาะกิจ เคลื่อนที่เร็ว บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลช่องทางจราจร เคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง อาทิ กิ่งไม้หัก ต้นไม้ หรือ เสาไฟฟ้า โค่นล้ม ออกช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ หรือ ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่ต้องเดินทางไปส่งบุตรหลานตามโรงเรียน หรือ สถานศึกษา และไปทำงาน ขอให้ศึกษาข้อมูลสภาพอากาศ เส้นทาง ข่าวสารสภาพการจราจร เตรียมพร้อมรับมือและระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยทางธรรมชาติ โดยให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนนั้นสามารถรับทราบถึงสถานการณ์ที่ทันต่อเหตุการณ์ รวมไปถึงการสร้างช่องทางการรับรู้ คำแนะนำแก่ประชาชนก่อนและขณะเกิดพายุฝน

พบแล้ว! ร่าง ‘อบต.เย๋’ ภรรยาสารภาพหมดเปลือก ยิงทิ้งก่อนเอาไปฝัง

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่ฝังศพนายทรงศักดิ์ เพิ่มสุข หรือ อบต.เย๋ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ วัย 46 ปี ที่หายตัวไปเกือบเดือนด้วยตนเอง หลังภรรยาสารภาพ เป็นคนลงมือยิงและนำร่างไปฝังในสวนที่เตรียมปลูกผลไม้นานถึง 28 วัน

จากกรณีที่นายทรงศักดิ์ เพิ่มสุข หรือ อบต.เย๋ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ และยังเป็นผู้รับเหมาทำบ่อนากุ้งรายใหญ่ วัย 46 ปี ที่หายตัวไปจากบ้านในพื้นที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันที่ 15 เมษายน 2562 โดยผู้เป็นลูกชาย ได้สงสัยการหายตัวไป รวมถึงสงสัยว่าภรรยาของนายทรงศักดิ์ ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงของตนนั้น มีความเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของพ่อตนเองอย่างแน่นอน

กระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 14 พ.ค. ภรรยาได้เดินทางมาพูดคุยกับพลตำรวจตรีวัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี และยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆาตกรรมนายทรงศักดิ์ หรือ อบต.เย๋ ผู้เป็นสามีเอง โดยใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต ก่อนนำศพมาฝังในสวนที่ปรับพื้นที่เพื่อจะปลูกผลไม้ ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งเบญจา อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งทางตำรวจชุดสืบสวนได้นำตัวนางเบญจวรรณ ไทยเจีย ภรรยาที่เป็นผู้ก่อเหตุ ไปชี้ยังจุดที่นำศพนายทรงศักดิ์ฝัง

โดยจุดดังกล่าวอยู่ใกล้เคียงกับกระท่อมที่พัก และเมื่อขุดลงไปก็พบกับผ้า นวมของโซฟา ที่ถูกทิ้งลงไปในหลุมด้วย จนขุดไปเป็นระยะลึกประมาณ 4 เมตร ก็พบผ้าที่ม้วนและมัดเชือกเป็นปม คาดว่าจะเป็นร่างของนายทรงศักดิ์ จึงให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ดำเนินการบันทึกภาพ และเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมด เพื่อนำมาประกอบเป็นหลักฐาน พยาน ในการมัดตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งใช้เวลาไม่นานการนำศพของนายทรงศักดิ์ หรือ อบต.เย๋ ขึ้นมาก็สำเร็จ ซึ่งตลอดเวลาพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าตรวจสอบและสั่งการด้วยตนเอง

จากการตรวจสอบพบว่าศพถูกห่อด้วยผ้าคลุมรถสีเทา เมื่อเปิดด้านใน ถูกห่อด้วยผ้าห่มสีชมพูอีกหนึ่งชั้น ส่วนร่างของนายทรงศักดิ์ สวมเพียงกางเกงขาสั้นเพียง 1 ตัว หลังจากชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี นำศพส่งชันสูตรยังสถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าสาเหตุของการตายเกิดจากอะไร

พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตั้งแต่รับทราบเรื่องการหายตัวไปของนายทรงศักดิ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังกันทำงาน จนกระทั่งทราบว่า ใครเป็นผู้เกี่ยวข้องบ้าง และตามสืบทราบเรื่อยมา จนนางเบญจวรรณ ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่า และนำศพไปฝังเพื่ออำพรางคดี โดยจุดที่ไปฝังก็เป็นสวนผลไม้ที่กำลังปรับพื้นที่ พร้อมกับดำเนินการเปลี่ยนโซฟาในบ้าน รวมถึงแม่กุญแจ ส่วนสาเหตุ แรงจูงใจ คงต้องอยู่ในแนวทางการสืบสวน และจะมีใครร่วมก่อเหตุหรือไม่นั้นก็จะติดตามตัวมาสอบสวนต่อไป

ขณะที่นายปฤษฎางค์ เพิ่มสุข ลูกชายของนายทรงศักดิ์ บอกว่า หลังจากเจอศพของพ่อตนก็ดีใจ แต่ก็เสียใจที่พ่อต้องมาตายจากคนใจร้าย แต่โดยส่วนตัวแล้ว ตนจะไม่ได้ยุ่งวุ่นวายกับพ่อและแม่เลี้ยง แต่ก็ไม่คิดว่าแม่เลี้ยงจะทำร้ายพ่อจนเสียชีวิต และตนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด และตนจะขอคัดค้านการประกันตัวด้วย

ล่าสุด เวลาประมาน 22.40 น. ทางน้องชายของ นางเบญจวรรณ ผู้ต้องหา ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรท่าใหม่ เพื่อเข้ามอบตัวกับทาง พลตำรวจเอก วีระชัย ทรงเมตตา เพื่อรับสารภาพว่าตัวเองเป็นคนช่วยขนย้ายร่างของ อบต.เย๋ และยังเป็นคนขับรถแม็คโค ขุดฝัง อบต.เย๋ ก่อนที่จะหลบหนีไปอยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะกลัวความผิด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้งสองคนรวม 3ข้อหา ซึ่งวันนี้(15 พ.ค.) จะมีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพอีกครั้ง