กบฏเยเมนส่งโดรนติดอาวุธโจมตีสถานีสูบน้ำมัน2แห่งในซาอุฯ

โดรนติดอาวุธโจมตีสถานีสูบน้ำมัน 2 แห่งในซาอุดีอาระเบีย หลังจากเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุฯ ถูกลอบก่อวินาศกรรมนอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อ 2 วันก่อน

วันที่ 14 พ.ค. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีกระทรวงพลังงานของชาติผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกระบุว่า เกิดเหตุโจมตีด้วยโดรน ที่สถานีสูบน้ำมัน 2 แห่งในซาอุดีอาระเบีย ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ แม้จะสามารถควบคุมได้แล้ว แต่การโจมตีครั้งนี้ ได้ก่อความเสียหายเล็กน้อยแก่สถานสูบน้ำมันแห่งหนึ่งแต่กระนั้น ความเสียหายไม่กระทบต่อกระบวนการผลิตน้ำมันหรือส่งออกน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมแต่อย่างใด

ส่วนทางด้านนายคาลิด อัล-ฟาลิห์ รัฐมนตรีพลังงานซาอุดีอาระเบีย ระบุ เกิดเหตุโดรนโจมตีและเหตุลอบก่อวินาศกรรมเรือ 4 ลำเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจากจำนวนนี้ มีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ นอกชายฝั่งรัฐฟูไจราห์ โดยมีการกล่าวถึงกลุ่ม นักรบฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม สถานีโทรทัศน์มาซิราห์ของกบฏฮูตี รายงานอ้างว่าทางกลุ่มได้ส่งโดรนไปปฏิบัติการโจมตีสถานที่สำคัญในซาอุดีอาระเบีย เพื่อตอบโต้ที่ยังคงเดินหน้ารุกรานและปิดกั้นเยเมน โดยซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำชาติพันธมิตร ต่อสู้กับกบฏฮูตีมานานกว่า 4 ปีในเยเมน เพื่อคืนสถานะแก่รัฐบาลที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติ ในความขัดแย้งที่ถูกมองว่าเป็นสงครามตัวแทนระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่าน

นอกจากนี้เหตุโจมตีครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตร และต่อกรณีที่สหรัฐฯส่งทหารเข้าประจำการในตะวันออกกลาง โดยซาอุฯ ยังเป็นหนึ่งในพันธมิตรคนสำคัญของของสหรัฐฯอีกด้วย

ทว่า อิหร่านยังเป็นผู้ต้องสงสัยหลักของเหตุลอบก่อวินาศกรรมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา แม้สหรัฐฯไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดแจ้ง ส่วนทางอิหร่านปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันเหตุโจมตีครั้งนั้น

ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ได้ยกระดับคว่ำบาตรอิหร่าน โดยอ้างว่า ต้องการลดการส่งออกน้ำมันของอิหร่านให้เหลือศูนย์ และเมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนสหรัฐฯออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ระหว่างอิหร่านกับเหล่าชาติมหาอำนาจโลก

อย่างไรก็ตามสื่อนอกระบุว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการบีบให้อิหร่าน ยอมตกลงในข้อตกลงควบคุมอาวุธที่ครอบคลุมฉบับหนึ่งและส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินกับฝูงบินทิ้งระเบิด B-52 ไปยังอ่าวเปอร์เซียเพื่อสำแดงแสนยานุภาพ หลังสหรัฐฯ อ้างว่า ได้รับรายงานข่าวกรองว่า อิหร่านมีแผนโจมตีทหารอเมริกัน โดยซาอุดีอาระเบีย

นักท่องเที่ยวแห่ เซลฟี่ เช็คอิน ‘ทะเลธุง’ แลนด์มาร์คแห่งใหม่ในกาฬสินธุ์

วันที่ 14 พ.ค. 2562 ที่บริเวณโบราณสถานพระธาตุยาคู ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ มีแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ หลังชาวบ้านร่วมกันทำธุงมาถวายองค์พระธาตุยาคูทั้ง 18 อำเภอ กว่า 1,600 ต้น ในงานวิสาขปุณณมี ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-22 พฤษภาคม 2562

ขณะนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวสนใจเป็นจำนวนมาก เพราะทะเลธุงอีสานแห่งนี้ยังไม่เคยจัดขึ้นที่ไหน จึงทำให้นักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และพื้นที่ใกล้เคียงมาถ่ายรูป เซลฟี่ เช็คอิน และเผยแผร่ภาพทางเฟซบุ๊ก และสื่อสังคมออนไลน์ ต่าง ๆ นักท่องเที่ยวบางคนก็ถือเป็นที่นั่งพักผ่อนและสัมผัสกับบรรยากาศความสวยงามของทะเลธุง

ทะเลธุง
ทะเลธุง

โดยธุงจะมีหลายลักษณะ ธุงผ้า จะใช้ผ้าผืนยาว ธุงใยแมงมุม ธุงสาย ไหมพรมที่นำมาพันแกนไม่ไผ่ที่ผูกกันสามชิ้น เมื่อพันไหมพรมรอบแกนไปเรื่อยๆ จะเกิดเป็นรูปหกเหลี่ยม ใช้ไหมพรมหลายๆ สี เพิ่มความสวยงาม ทำหลายๆ ชิ้นให้มีสีและลายแบบเดียวกันแล้วเอามาแขวนไว้กับเสา บางพื้นที่เรียกงานแบบนี้ว่าตุง ส่วนคำว่าธุง น่าจะเกิดจากการผสมคำระหว่างคำว่า ธง กับ ตุง เพราะว่าตุงน่าจะเป็นคำเรียกตุงภาคเหนือมีลักษณะเป็นผ้าผืนยาว ๆ ที่ทอด้วยลวดลายที่เกี่ยวข้องกับศาสนา

โดยเมื่อเห็นภาพทะเลธุงตาม เฟซบุ๊กและสื่อโซเชียล ต่าง ๆ ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวมาชมความสวยงามของทะเลธุงกันอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน แม้แต่ชาวต่างชาติเมื่อรู้ข่าวว่าจะมีการจัดงานวิสาขปุณณมี ประเพณีสรงน้ำพระธาตุยาคู ก็จะไม่พลาดที่จะต้องมาชมความสวยงามของทะเลธุง ที่มีเพียงแห่งเดียวของภาคอีสาน

ขอบคุณที่มา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์

สวธ. แจงยก’ฮิโนกิแลนด์’เป็นแหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป เตรียมนำข้อท้วงติงมาทบทวน

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม แจงเกณฑ์ยก’ฮิโนกิแลนด์’เป็นแหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป เตรียมนำข้อท้วงติงมาทบทวน

นายชัยพล สุขเอี่ยม รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ชี้แจงว่า ตามที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้ประกาศผลการคัดเลือกแหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแหล่งวัฒนธรรม ที่มีการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดและสร้างสรรค์ ที่ดำเนินการโดยภาคเอกชน และเครือข่ายทางวัฒนธรรม โดยมีสื่อมวลชนและสื่อโซเชี่ยลมีเดีย ได้นำเสนอข้อคิดเห็นของประชาชน ในการประกาศให้ ฮิโนกิแลนด์ เป็นแหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไปนั้น

สวธ.ขอเรียนชี้แจงว่า การคัดเลือกครั้งนี้ ได้จัดทำแบบสำรวจแหล่งวัฒนธรรม โดยให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สภาวัฒนธรรม และหน่วยงานต่างๆ รวบรวมข้อมูลแหล่งวัฒนธรรมที่ดำเนินการโดยภาคเอกชนและเครือข่ายทางวัฒนธรรม เสนอให้คณะผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการพิจารณาคัดเลือกตามเกณฑ์ที่กำหนด เนื่องจากเห็นว่า ฮิโนกิแลนด์ มีความโดดเด่นทางวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่ท้าทาย มีอาคารสถาปัตยกรรมที่สร้างจากไม้หอมฮิโนกิ ตกแต่งด้วยโคมแดง เป็นแหล่งเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตของญี่ปุ่น หากผู้สนใจก็สามารถเดินทางไปเยี่ยมชมแทนการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นได้ และมีศักยภาพสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับเกณฑ์การคัดเลือก มีดังนี้

  1. มีสถานที่ตั้งและที่อยู่ชัดเจน มีตัวอาคารมั่นคงถาวร โดยเป็นสถานที่รวบรวมองค์ความรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่มีการประยุกต์ ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับบริบทสังคมอยู่เสมอ
  2. เป็นสถานที่ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา องค์กรการกุศล ชุมชน หรือบุคคลทั่วไป
  3. เป็นสถานที่ให้ความรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรมสร้างสรรค์ มีพื้นที่ ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับบุคคลทั่วไปได้ และมีการนำเสนอแนวทางการดำเนินการแบบวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative Economy)
  4. มีการบูรณาการการจัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน
  5. เปิดให้บริการเป็นประจำแก่เด็ก เยาวชน และผู้สนใจทั่วไปให้เข้าไปศึกษา หาความรู้
  6. มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของชาวไทย และชาวต่างชาติ

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะนำข้อท้วงติงและความคิดเห็นต่างๆของประชาชนจากสื่อมวลชนและสื่อโซเชียลมีเดีย ในการคัดเลือกแหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป เพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาทบทวนอีกครั้ง