เปิดใจ!! เจ้าของ ‘ฮิโนกิแลนด์’ ชี้ไม่เสียใจหากถูกถอดชื่อ

เจ้าของฮิโนกิแลนด์ เปิดใจ!! ดีใจที่ได้รับการคัดเลือก ให้เป็น 1 ใน 10 แหล่งวัฒนธรรมต้องไป ชี้ไม่เสียใจหากถูกถอดชื่อ

วันนี้ (14 พ.ค.62) ผู้สื่อข่าว จ.เชียงใหม่ รายงานว่า หลังจากตกเป็นกระแสสังคมในการคัดเลือกให้ฮิโนกิแลนด์ แหล่งท่องเที่ยวสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ให้เป็น 1 ใน 10 แหล่งวัฒนธรรมต้องไป ของ กระทรวงวัฒนธรรม จนกลายเป็นกระแสคัดค้าน โดยคนเชียงใหม่ที่มองว่า สถานที่แห่งนี้ไม่สะท้อนถึงรากเหง้าแห่งวัฒนธรรมล้านนา พร้อมขอให้กระทรวงวัฒนธรรมออกมาชี้แจงและทบทวน

ล่าสุด นายอนิรุทธ์ จึงสุดประเสริฐ ประธานกรรมการ บริษัท บ้านไม้หอม ฮิโนกิ ไชยปราการ จำกัด เจ้าของฮิโนกิแลนด์ เปิดใจกับทีมข่าว บอกว่าดีใจที่ได้รับการคัดเลือก แต่ยืนยันว่าไม่เคยทราบมาก่อน เพราะที่ผ่านมาเพราะไม่เคยได้รับการติดต่อขอข้อมูลหรือมาดูสถานที่

เกี่ยวกับกระแสคัดค้านที่เกิดขึ้น ไม่ได้โกรธหรือเสียใจและต้องขอโทษกับคนที่ไม่เห็นด้วย ทุกคนเห็นต่างได้ แต่ต้องถามกระทรวงวัฒนธรรมถึงหลักเกณฑ์ ในการคัดเลือกว่าคัดเลือกจากวัฒนธรรมแบบไหน หากเงื่อนไขคือวัฒนธรรมไทย ที่นี่ไม่ใช่แน่นอน แต่หากเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ระบุประเทศ ที่นี่เป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ชัดเจนมากที่สุด

ส่วนหลังจากนี้ไป หากมีการถอดชื่อออกจากหนึ่งในสิบก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรเพราะวัตถุประสงค์ที่สร้างฮิโนกิแลนด์ เพื่อสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ของคนไทยและเพื่อการสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ ให้มีงานทำตลอดทั้งปีและในวันนี้ฮิโนกอแลนด์ได้สร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่แล้วกว่า 1,200 ครอบครัว

นายอนิรุทธ์ บอกด้วยว่า ฮิโนกิแลนด์เกิดจากความฝันที่ได้มีโอกาสไปอยู่ญี่ปุ่น 19 ปี ทำให้ชื่นชอบในวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น เมื่อมีโอกาสจึงกลับมาสร้างฮิโนกิแลนด์ เพื่อมอบเป็นสถานที่ท่องเทียวให้กับคนไทยที่ไม่มีโอกาสได้ไปเยือนไประทเศญี่ปุ่น ได้มาสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่น สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นสถานที่จำลอง แต่เป็นสถานที่จริงที่สร้างจากไม้ฮิโน

สถานที่แห่งนี้ยังไม่เสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ หลังจากนี้จะสร้างสถานที่อื่น ๆ ที่สะท้อนถึงความสวยงามและวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้คนไทยได้สัมผัสอีก

กรมราชทัณฑ์ เผยคนร้ายข่มขืนสาวนอร์เวย์ ไม่ใช่นักโทษที่ได้รับอภัยโทษ

วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 พันตํารวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์เปิดเผยว่า จากกรณีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวการจับกุมตัว นายเรวัต หาญสุวรรณ หรือ มอส อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้กำลังบังคับขืนใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และมีการนำเสนอข้อมูลว่า นายเรวัตฯ เพิ่งได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ เมื่อวัน 11 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา นั้น

จากกรณีดังกล่าว กรมราชทัณฑ์ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า นายเรวัต เคยต้องโทษจำคุกคดียาเสพติดที่เรือนจำอำเภอเกาะสมุย และได้ย้ายไปควบคุมตัวต่อที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา เนื่องจากเป็นคดียาเสพติด ต่อมายังมีคดี พรบ.ยาเสพติดให้โทษและ พรบ.จราจร ทางบก จึงถูกย้ายไปควบคุมตัวต่อที่เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานีโทษจำคุก 5 เดือน 10 วัน และได้รับการปล่อยตัวไปเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 โดยครบกำหนดพ้นโทษตามวันดังกล่าว ไม่ใช่การปล่อยตัวพระราชทานอภัยโทษแต่อย่างใด

ซึ่งระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำกลาง สุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินการตามกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย และเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยอบรมพัฒนาจิตใจและร่างกาย ตลอดจนการฝึกวิชาชีพ เป็นระยะเวลา 1 เดือน เพื่อให้พร้อมที่จะออกกลับสู่สังคม รวมถึงการได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกช่วยเหลือให้ นายเรวัตฯ ได้มีงานทำเป็นช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ภายหลังพ้นโทษอีกด้วย

นอกจากนี้ พันตํารวจเอกณรัชต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมราชทัณฑ์ ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่อย่างใดก็ตามยังมีผู้ต้องขังอีกมากที่รับโทษภายในเรือนจำและพยายาม พัฒนาตัวเองพร้อมกลับใจ เพื่อให้สังคมยอมรับ ตลอดจนผู้พ้นโทษที่ประสบความสำเร็จ ที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะเป็นคนดีของสังคม และไม่หันกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก

ครม. มีมติให้ 3 มิ.ย. ของทุกปีเป็นวันหยุด เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระราชินี

วันนี้ (14 พ.ค. 62) มีรายงานว่า พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม. มีมติเห็นชอบให้วันที่ 3 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันหยุดราชการ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๑๐ ตามที่สำนักเลขาคณะรัฐมนตรี หรือ สลค. เสนอ ซึ่งให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีนี้