‘ธนาธร’ จวก คสช.ยังใช้กม.เล่นงานคนคิดต่างต่อเนื่อง ขอโทษ นศ.ติดร่างแห ร่วมชุมนุมปี58

‘ธนาธร’ โพสต์จวก คสช.ยังใช้กฎหมายเล่นงานผู้ที่ต่อสู้เรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง ขอโทษ นศ.ติดร่างแห ร่วมชุมนุมปี 58

วันที่ 14 พ.ค.62 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เมื่อวันที่ 13 พ.ค.62 ที่ผ่านมา โดยข้อความระบุว่า

“คสช. ยังใช้ “กฎหมาย” เล่นงานผู้ที่ต่อสู้เรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง เมื่อวานนี้ อดีตนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เคยจัดกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ในวาระครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร 2557 ได้รับหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคดี และคดีนั้นเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับผม

จากการจัดกิจกรรมเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 นักศึกษากลุ่มนี้ถูกจับกุม และถูกเรียกให้ไปรายงานตัวที่ สน. ปทุมวันในวันที่ 24 มิถุนายน 2558 ในวันนั้น พวกเขาไปรายงานตัวตามหมายเรียก ขณะเดียวกันก็ร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามกฎหมายอาญามาตรา 157 จากกรณีที่พวกเขาถูกเจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงเพื่อยุติกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ระหว่างที่กลุ่มนักศึกษาไปที่ สน. ปทุมวัน ประชาชนจำนวนมากเดินทางไปให้กำลังใจพวกเขาโดยสงบ หนึ่งในนั้นคือผม เหตุการณ์ในค่ำวันที่ 24 มิถุนายน 2558 เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวนักศึกษากลุ่มนั้นกลับบ้านโดยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ทว่า หลังวันเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาไม่กี่วัน ผมก็ได้รับหมายเรียกจากตำรวจ สน. ปทุมวัน ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาจากกรณีที่ผมไปให้กำลังใจกลุ่มนักศึกษาเมื่อ 4 ปีก่อน รวมทั้งจากการที่ผมรับนายรังสิมันต์ โรม เพื่อไปส่งในวันนั้น โดย (พ.อ.) นายบุรินทร์ ทองประไพ กล่าวหาว่าผมกระทำความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 116 (ยุยง ปลุกปั่น) มาตรา 215 (ชุมนุมมั่วสุม) รวมถึงมาตรา 189 (ให้ที่พักพิงผู้ต้องหา) ทั้งๆ ที่ในคืนของวันที่ 24 มิถุนายน 2558 นั้น นายรังสิมันต์ โรม และเพื่อน ไม่มีใครเป็นผู้ต้องหาหนีคดีแต่อย่างใด

ผลจากการที่มือกฎหมายของ คสช. พยายามใช้กฎหมายเล่นงานผมหลังเลือกตั้ง ทำให้อดีตนักศึกษา 15 คน จำต้องกลายมาเป็นผู้ต้องหาร่วมกับผมจากเหตุการณ์เมื่อ 4 ปีก่อน โดย (พ.อ.) นายบุรินทร์ ทองประไพ ได้กล่าวหาพวกเขาด้วยกฎหมายอาญามาตรา 116 และมาตรา 215 ในกรรมเดียวกับผม ผมขอโทษที่การกระทำของผมนำมาซึ่งคดีความและความยุ่งยากในชีวิตให้แก่คนหนุ่มสาวทั้ง 15 คนที่ต้องโดนคดีเพิ่มในวันนี้ ผมรู้สึกชื่นชมในความกล้าหาญของพวกเขาเสมอ และเสียใจที่พวกเขาต้องมาเผชิญกับความไม่เป็นธรรมอีกครั้ง เพียงเพราะ คสช. ต้องการเล่นงานผมในนามของ “กฎหมาย” เพื่อให้รูปคดีที่ตั้งใจเล่นงานผมหนักแน่นขึ้น

ตัวอย่างบางรายชื่อของคนหนุ่มสาว 15 คนที่โดนกล่าวหาเพิ่มเติมในกรรมเดียวกับผมมีดังนี้ รังสิมันต์ โรม , ชลธิชา แจ้งเร็ว , ภานุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ , จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา , รัฐพล ศุภโสภณ ในขณะที่ผมและชาวอนาคตใหม่กำลังพยายามอย่างแข็งขันเพื่อปิดสวิทช์ ส.ว. และหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. กลุ่มผู้มีอำนาจเริ่มใช้กระบวนการทางกฎหมายเข้าเล่นงานผมอีกครั้ง ผมขอเรียกร้อง คสช. ว่าอดีตนักศึกษากลุ่มนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับการกระทำของผม อย่าดึงพวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง พวกเขาอยู่ในวัยหนุ่มสาวที่กำลังเดินทางไขว่คว้าหาเส้นทางชีวิตของตัวเอง อย่าไปหยุดการเดินทางของพวกเขาเพียงเพราะพวกท่านต้องการเล่นงานผม มันไม่ยุติธรรมต่อพวกเขาเลย

อย่างที่ผมกล่าวไว้หลายครั้ง การกระทำอันอยุติธรรมเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับผมคนเดียว แต่มันถูกใช้อย่างเป็นระบบเพื่อปิดปากหรือทำลายผู้เห็นต่างทางการเมือง ผมขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกคน อย่ายอมแพ้ต่อความอยุติธรรม และขอให้ร่วมมือต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่ออิสรภาพของพวกเขาและประชาชนไปด้วยกัน หากสังคมไทยคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเมื่อไร พรรคอนาคตใหม่จะพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อลบล้างผลพวงของการรัฐประหารและคืนความยุติธรรมให้แก่ประชาชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกคน”

ที่มา Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

มติตั้งกรรมการสอบ อธิบดีศาลทุจริตฯ ภาค 8 ไม่ให้ตรวจใบขับขี่

คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม มีมติตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีอธิบดีศาลทุจริตฯ ภาค 8 ไม่ให้ตำรวจตรวจใบขับขี่ ขณะที่ ตำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราช ขยายเวลาสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากวันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจหลายนาย ต้องทำอย่างรอบคอบ

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่า ที่ประชุม ก.ต. มีมติให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีปรากฎคลิปภาพ นายไกรรัตน์ วีรพัฒนาสุวรรณ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 โดนเรียกตรวจใบขับขี่ จนมีการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณด่านตรวจในพื้นที่ สภ.อ.ทุ่งใหญ่ ซึ่งทางศาลยุติธรรมจะตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวให้รอบด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย

โดยการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่นายสราวุธ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมได้เซ็นหนังสือลงวันที่ 10 พ.ค.ให้ นายไกรรัตน์ ชี้แจงรายงานข้อเท็จจริงตามเรื่องที่ปรากฎ มายังสำนักงานศาลยุติธรรมโดยนายไกรรัตน์ เองได้ทำหนังสือชี้แจงรายงานข้อเท็จจริงกลับมาในวันเดียวกัน (10พ.ค.)ซึ่งในการประชุม ก็ได้มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม จนมีมติตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง

สำหรับการสอบข้อเท็จจริงนั้นคณะกรรมการที่ถูกตั้งขึ้นจะมีการสอบว่าพฤติการณ์หรือข้อมูลที่ปรากฎดังกล่าวรวมถึงคำชี้แจงของนายไกรรัตน์เข้าข่ายมีมูลที่จะกระทำผิดวินัยหรือไม่ โดยไม่ว่าผลจะปรากฏอย่างไร ก็ต้องจะส่งผลการสอบข้อเท็จจริงไปยังคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) พิจารณากลั่นกรองทำความเห็นส่งคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม พิจารณาต่อไป

ขณะที่ ตำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ขยายเวลาสอบข้อเท็จจริงกรณีนี้ เนื่องจากวันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจหลายนายหนึ่งในคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ให้ข้อมูลว่า คณะกรรมการ ได้สอบปากคำ ร้อยตำรวจเอกไพศาล ใจห้าว รองสารวัตรจราจรสถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ หัวหน้าชุดจุดตรวจ,สิบตำรวจโทธีระพงศ์ เพชรจันทร์ทอง และสิบตำรวจตรี เอกพล จุ้ยส่องแก้ว แล้ว

ซึ่งการสอบตำรวจทั้ง 3 นาย มีการแยกสอบกันคนละห้อง และไม่อนุญาตให้บันทึกภาพ ขั้นตอนการสอบตำรวจทั้ง 3 นาย เบื้องต้นเสร็จสิ้นแล้ว แต่ขบวนการสอบสวนยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากพบว่า วันเกิดเหตุยังมีตำรวจประจำด่านตรวจอยู่ร่วมเหตุการณ์อีกหลายนาย คณะกรรมการจึงขยายเวลาสอบข้อเท็จจริง จากเดิมต้องสรุปผลสอบข้อเท็จจริง เสนอผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รับทราบวันที่ 13 พฤษภาคม ต้องขยายออกไปอีก เพื่อสอบตำรวจทุกนาย และให้ผลการสอบเป็นไปอย่างสมบูรณ์และรอบครอบ

2 หนุ่มตกใจเสียงไซเรนตำรวจ เบรคกระทันหัน รถหมุนชนศาลาพังยับ

2 หนุ่มตกใจเสียงไซเรนตำรวจ เบรคกระทันหัน รถเก๋งหมุนชนศาลารอรถประจำทางพังยับ

วันที่ 14 พ.ค. 62 เมื่อเวลา 01.00 น. ร.ต.อ.วรภัค ศุภสวัสดิ์ รองสว.สอบสวนสภ.สามโคก ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักชนศาลาพักผู้โดยสารได้รับความเสียหาย ที่เกิดเหตุบริเวณถนนสาย 347 ปทุมธานี-บางปะหัน(มุ่งหน้าบางปะหันตรงข้ามวัดตระพัง) ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิรุ่นแลนด์เซอร์หมายเลขทะเบียน กท-3925 ปทุมธานี เสียหลักพุ่งชนศาลาพักผู้โดยสารเสียหายทั้งหลังโดยมีรถยนต์ติดคาอยู่ ใกล้กับพบนายกฤษณชัย พงสะพัง อายุ 42 ปีคนขับรถเก๋ง ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่กับเพื่อนอีก 1 คน ในอาการสลึมสลือ

นายกฤษณชัย พงสะพัง ผู้ขับขี่ให้การว่า ตนเองและเพื่อนกำลังจะขับรถกลับบ้าน แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถตำรวจเปิดสัญญาณไซเรนไล่มาด้านหลังตัวเองจึงเหยียบเบรคกระทันหัน เพื่อจอดริมทาง ทำให้รถเสียหลักหมุนไปชนศาลารอรถประจำทางโชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บ

ร.ต.อ.วรภัค ศุภสวัสดิ์ รองสว.สอบสวนสภ.สามโคก เปิดเผยว่า หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วได้ให้รถยกมายกรถไปเก็บรักษาไว้ที่สภ.สามโคกและได้นำตัวนายกฤษณชัย พงสะพัง อายุ 42 ปีคนขับรถเก๋ง ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สภ.สามโคกและได้ให้เจ้าหน้าที่แขวงการทางปทุมธานีมาประเมินค่าเสียหายอีกครั้งหนึ่ง