สั่งฟันอาญา-วินัยร้ายแรง ด.ต. 4 พลเรือน1 คดีตำรวจอุ้มตำรวจ เรียกค่าไถ่

ทีมโฆษกตำรวจภูธรภาค 9 ออกใบแถลงความคืบหน้าคดีกับตำรวจจำนวน 4 นายและพลเรือน 1 คน ทั้งคดีอาญาและทางวินัยร้ายแรง

ความคืบหน้าคดีตำรวจอุ้มตำรวจไปเรียกค่าไถ่เป็นเงินถึง 5 แสนบาท ซึ่งผู้เสียหายคือ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู่ (ป) สภ.กระพ้อ จ.ปัตตานี ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวานนี้(13 พ.ค.) ทางทีมโฆษกตำรวจภูธรภาค 9 ได้ออกใบแถลงความคืบหน้าของคดีนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดภูธรภาค 9 ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง เรียกรับผลประโยชน์จากผู้อื่นเหตุเกิดภายในซอย 18 ถนนรัตนอุทิศ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา

ซึ่งการดำเนินการคดีนี้แยกเป็น 2 ประเด็นคือการดำเนินการคดีอาญา กับการดำเนินการทางวินัย โดยในส่วนของการดำเนินคดีอาญา ได้ดำเนินคดีอาญาข้าราชการตำรวจจำนวน 3 นาย พลเรือน 1 คนในความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพตาม ป.อาญามาตรา 310 และร่วมกันเรียกค่าไถ่ ตามป.อาญามาตรา 313 ตามคดีอาญาที่1531/2562 ลง11 พฤษภาคม 62 ของสภ.หาดใหญ่

ส่วนการดำเนินการทางวินัย ได้ดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงกับข้าราชการตำรวจจำนวน 4 นาย เป็นข้าราชการตำรวจ กองบังคับการสืบสวนภาค 9 จำนวน 3 นาย เป็นข้าราชการตำรวจ สภ.คอหงส์ จำนวน 1 นายในความผิดฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 79(5)

โดยคดีนี้มีตำรวจที่เกี่ยวข้องขณะนี้จำนวน 4 นาย ที่โดนทั้งคดีอาญาและทางวินัย 3 นายคือ ดาบตำรวจธีรยุทธ สุวรรณรัตน์, ดาบตำราจสิรภพ หมื่นหนู,และ ดาบตำรวจพิรชัช หวั้นเส้ง เนื่องจากผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว ส่วนอีก 1 นายที่เป็นตำรวจสภ.คอหงส์ ยังถูกดำเนินการทางวินัย ซึ่งหากผู้เสียหายแจ้งความก็จะถูกดำเนินคดีอาญาด้วยเช่นกันเดียวกัน

อุตุฯ เผยทุกภาคฝนฟ้าคะนอง ตกหนักบางแห่ง-เหนือยังคงร้อน

อุตุฯ เผยภาคเหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก-ใต้ ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับฝนตกหนักบางแห่ง แต่ยังคงมีอากาศร้อนบริเวณภาคเหนือ ส่วนอันดามันคลื่นสูง 2 เมตร

วันที่ 14 พ.ค. 62 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่ง แต่ยังคงมีอากาศร้อนบริเวณภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ประกอบกับมีแนวลมที่พัดเข้าหากัน ของลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และพัทลุง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

เหตุวินาศกรรมโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ นอกชายฝั่ง UAE

เกิดเหตุก่อวินาศกรรมโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ ได้รับความเสียหาย บริเวณนอกชายฝั่งเมืองท่าในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

วันที่ 13 พ.ค. 2562 สำนักต่างประเทศรายงานเกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ ถูกก่อวินาศกรรมโจมตี นอกชายฝั่งของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมทั้งน้ำมันไม่รั่วไหลลงทะเล

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน โดยสหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น เครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 และขีปนาวุธแพทริออต มายังตะวันออกกลาง เพื่อเตือนอิหร่าน หลังได้รับรายงานข่าวกรองว่า อิหร่านมีแผนโจมตีทหารอเมริกัน โดยซาอุดีอาระเบียเป็นหนึ่งในพันธมิตรกับสหรัฐฯ

นายคาลิด อัล-ฟาลีห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียกล่าวเหตุถึงเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี 2 ลำนอกชายฝั่งเมืองท่า ฟูไจราห์ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเรือทั้งสองลำได้รับความเสียหายหลังถูกก่อวินาศกรรม แต่ยังไม่ทราบรายงานแน่ชัดว่าการโจมตีครั้งนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องใด

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวด้านการค้าและส่งออกในซาอุดีอาระเบียเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกโจมตีเป็นเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ ‘Amjad’ ของบริษัทบาห์รี และอีกลำเป็นเรือบรรทุกน้ำมันดิบ Al Marzoqah โดยเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งบรรทุกน้ำมันดิบเพื่อไปยังสหรัฐฯ

ที่มา www.washingtonpost.com