อุตุฯ เผยทั่วไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น กทม.ตกร้อยละ 60 ของพื้นที่

อุตุฯ เผยไทยตอนบนยังคงมีอากาศร้อน ทุกภาคมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น กทม.-ปริมณฑล มีฝนร้อยละ 60 ส่วนภาคใต้ทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

วันนี้(13 พ.ค.) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ว่า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศร้อน โดยภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมตะวันตกเฉียงใต้ บริเวณความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไป ในขณะที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง

ภาคเหนือ

อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮองสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตากอุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรีอุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 20-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

จับกุมแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยแล้วกว่า 300 คน

กรมการจัดหางาน เดินหน้ากวนขันตรวจสอบแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย ล่าสุด จับดำเนินคดีแล้วกว่า 300 คน

นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ได้ขับเคลื่อนนโยบายตรวจสอบติดตาม กวดขัน การทำงานของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาประกอบอาชีพค้าขาย ซึ่งเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้คนไทยได้รับความเดือดร้อน ซึ่งอาชีพขายของหน้าร้าน หรือเร่ขายของ เช่น ขายผลไม้ ดอกไม้ และเสื้อผ้า เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ

โดยในปีงบประมาณ 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561- 7 พฤษภาคม 2562 กรมการจัดหางานได้ตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าวไปแล้ว 1,229 คน เป็นงานเร่ขายสินค้า 701 คน งานขายของหน้าร้าน 501 คน และงานอื่นๆ ได้แก่ พนักงานรักษาความปลอดภัย วินมอเตอร์ไซต์ นวดแผนไทย และเสริมสวย จำนวน 27 คน พบการกระทำผิดและได้ดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวไปแล้ว 378 คน เป็นสัญชาติเมียนมามากที่สุด รองลงมาเป็นเวียดนาม ลาว กัมพูชา อินเดีย จีน 2 คน และอื่นๆ ทั้งนี้ ได้ดำเนินการผลักดันส่งกลับแรงงานต่างด้าวแล้ว จำนวน 211 คน คิดเป็นเงินค่าปรับรวม 1,055,000 บาท

อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวเพิ่มเติมว่า แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยต้องมีใบอนุญาตทำงานและทำงานตรงกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาตทำงาน โดยงานที่ทำต้องไม่ใช่งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 5,000-50,000 บาท

หากผู้ใดพบเห็นคนต่างด้าวทำงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ หรือทำงานผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เข้าตรวจสอบ หากพบกระทำผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุดระทึก ! กัปตันนำเครื่องบินไร้ล้อหน้าลงจอดสำเร็จ

เครื่องบินเมียนมา แอร์ไลน์ส ขอลงจอดฉุกเฉิน แม้ล้อหน้าไม่ทำงาน ทำให้นักบินต้องใช้ทักษะสูงนำเครื่องลงจอดกระแทกรันเวย์

วันที่ 12 พ.ค. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีเครื่องบินโดยสารของเมียนมาต้องส่งสัญญาณขอบินลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินมัณฑะเลย์ ขณะที่นักบินใช้ทักษะนำเครื่องลงจอดโดยที่ไร้ระบบเกียร์นำร่องและล้อด้านหน้าไม่ทำงาน ขณะที่นักบินสามารถเครื่องบินลงจอดฉุกเฉินแบบหน้าทิ่ม เพราะไม่มีล้อหน้าโดยได้สำเร็จ โดยที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้รายงานระบุว่า เครื่องบินของสายการบินแห่งชาติเมียนมาเที่ยวบิน ยูบี-103 เดินทางจากนครย่างกุ้ง ลงจอดถึงพื้นเวลาราว 09.00 น. ที่สนามบินนานาชาตินครมัณฑะเลย์โดยมีผู้โดยสาร 82 คน ลูกเรือ 7 คน รวม 89 แต่ปรากฏว่าเกิดเหตุขัดข้องขึ้น ทำให้นักบินต้องแจ้งหอควบคุมการบินว่า ระบบเกียร์นำร่องลงจอดและล้อด้านหน้าไม่ทำงานตามปกติ พวกเขาจึงต้องบินวนอีกอย่างน้อย 2 รอบ เพื่อลองทดสอบและแก้ไขระบบในเบื้องต้น

จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 30 นาที นักบินจึงตัดสินใจส่งสัญญาณขอบินลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินปลายทาง โดยจะเสี่ยงนำเครื่องบินลงจอดโดยที่ไร้ระบบเกียร์นำร่องรวมถึงล้อด้านหน้าไม่ทำงาน นักบินได้ใช้ทักษะทางการบินชั้นสูง ใช้ล้อด้านหลังพยุงตัวเครื่องบิน ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยส่วนหัวของเครื่องบินแตะพื้นรันเวย์ ทำให้เกิดประกายไฟขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เครื่องบินจะจอดสนิท โดยไม่มีเหตุอันตรายใดๆ อย่างไรก็ตาม ในโลกออนไลน์ ปรากฎภาพวิดีโอแสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่เครื่องบินลงจอดได้อย่างราบรื่น

ส่วนทางด้านนายเอ ฮตูต์ ออง รองอธิบดีกรมการบินพลเรือนเมียนมา ออกมาเปิดเผยว่า นักบินพยายามที่จะทิ้งเกียร์ลงลอดที่ด้านหน้าของเครื่องบินหลายครั้ง ครั้งแรกผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ครั้งที่สองใช้มือ โดยบินวนสองรอบและขอให้ตรวจสอบว่าล้อลงจอดออกมาหรือไม่ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องลงจอดด้วยล้อหลัง โดยกัปตันใช้ทักษะความชำนาญ สามารถลงจอดได้สำเร็จ