จับตาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน กระทบนักท่องเที่ยวจีนเดินทางลดลง

เอกชน แนะจับตาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน อาจกระทบนักท่องเที่ยวจีนเดินทางลดลง

นางสุมาลี ว่องเจริญกุล เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผย สถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยช่วง 5 เดือนแรกของปี 2562 ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าและตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีเดินทางเพิ่มขึ้นจากปี 2561 แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลขณะนี้คือการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอาจจะได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวชะลอตัว หรือลดน้อยลง แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าทั้งปี 2562 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 11 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่เดินทาง 10 ล้านคน

เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดดาวรุ่งมาแรงที่น่าจับตามองในขณะนี้ได้แก่ อินเดีย เวียดนาม ใต้หวัน และรัสเซีย พบว่ามีสถิติการเดินทางเพิ่มและคาดหวังว่าในช่วงที่เหลือของปี 2562 นี้ รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ดึงดูดให้เกิดการเดินทางเพิ่ม หลังจากรัฐบาลเห็นชอบต่ออายุมาตรการการยกเว้นอัตราค่าธรรมเนียม 2,000 บาท สำหรับการตรวจลงตราคนต่างด้าวเพื่อการท่องเที่ยวเป็นเวลาไม่เกิน 15 วัน ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa On Arrival)

ช้างช่วยเคลียร์ทางกิ่งไม้หักขวางถนน ควาญเผยกระซิบบอก ‘ช่วยหน่อยนะลูก’

เปิดใจควาญช้าง “จารึก” หลังโลกออนไลน์ชื่นชมในความแสนรู้ กรณีที่ช่วยลงจากรถบรรทุกมาช่วยเคลียร์ทาง ที่มีต้นไม้ที่หักโค่นล้มกีดขวางถนนทำรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้

หลังจากโลกออนไลน์ ได้แชร์เรื่องราวของช้างตัวหนึ่ง ที่เดินลงจากรถบรรทุก มาช่วยเคลียร์ทางหลังเกิดฝนตกหนุกใน อ.พยุหะคีรี จ.นครสรรค์ จนกระทั่งมีต้นไม้หักโค่นล้มกีดขวางถนนทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยช้างตัวนี้ได้เปิดการสัญจร ด้วยการเก็บกวาดกิ่งไม้ออกจากถนนทั้งหมด จนรถยนต์สามารถสัญจรได้ตามปกติ

ทั้งนี้สถานีวิทยุ JS100ได้สืบหาข้อมูลเรื่องดังกล่าว ได้ความว่านายละเมียด โตโล ซึ่งเป็นควาญช้างที่ปรากฏในภาพ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ช้างตัวนี้มีชื่อว่า “จารึก” เป็นช้างพลาย สีดอ อายุ 52 ปี โดยในระหว่างเกิดเหตุ เพิ่งพากลับมาจากไปนำขบวนแห่นาคที่ปากน้ำโพ ระหว่างทางเป็นถนนเส้นทางพยุหะคีรี- ท่าตะโก ต.นิคมเขาบ่อแก้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์

ทั้งนีนายละเมียดเผยว่า ตนเห็นเส้นทางด้านหน้ารถติดจึงลงไปดูเห็นต้นไม้ล้มขวางถนน มีคนพยายามช่วยกันนำมีดมาฟันกิ่งไม้ทีละกิ่ง ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเคลื่อนย้ายออกไปได้หมด รถผ่านไม่ได้ทั้งสองฝั่ง การจราจรติดขัดอย่างหนัก จึงอาสาให้จารึกช่วยจัดการ

ช้างจารึก
ช้างจารึก

นอกจากนี้นายจารึกเปิดเผยว่าตนบอกทุกคนว่า ช่วยหลีกทางสักครู่ ตนมีผู้ช่วย! แล้วตนก็เปิดท้ายรถบรรทุก พาจารึกลงมา ขึ้นหลังแล้วบอกกับเขาว่า ‘จารึกช่วยหน่อยนะลูก เปิดถนนให้ที รถไปมาไม่สะดวก’ จากนั้นจารึกก็เดินไปค่อย ๆ นำงวงกับขาหน้าดันต้นไม้ลงข้างถนนไป ในใจตนก็ห่วงว่า กลัวหน้าจะเป็นรอยถลอก เพราะเป็นช้างที่ต้องใช้โชว์ความสวยงาม แต่ก็เหมือนเขาระวังตัวเขาเองอยู่แล้วด้วย บอกให้หยิบกิ่งไหนก่อนหลังเขาก็ทำตามหมด ไม่นานก็เปิดการจราจรได้ ทุกคนต่างปรบมือ ถ่ายรูป และหลายคนนำเงินมาบอกให้ผมช่วยไปซื้อขนมเป็นรางวัลให้จารึกด้วย

หลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมงตนก็กลับมาถึงบ้านที่ จ.อุทัยธานี ลูกสาวโทรมาถามว่าพาจารึกไปทำอะไรมา ดังใหญ่แล้ว มาทราบภายหลังว่าคนแชร์เหตุการณ์นี้ออกไปเยอะเลย ตามปกติผมมีอาชีพทำนา รับจ้าง และเลี้ยงช้างเพื่อพาไปนำแห่นาค ปกติจะไม่ให้ทำงานหนัก ๆ เพราะต้องไว้โชว์ ต้องเลี้ยงให้สมบูรณ์ที่สุด มีเลี้ยงไว้ 3 เชือก แต่คนละเจ้าของ รับงานประมาณ 2-3 วันต่อครั้ง พาไปจังหวัดต่าง ๆ ราคาก็ขึ้นอยู่กับระยะทางประมาณ 7,000 – 8,000 บาท

“ดีใจที่จารึกช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของคนได้ จารึกเป็นช้างที่อารมณ์ดี เชื่องมาก และว่าง่าย ใครเห็นส่วนใหญ่ก็รัก คนปรบมือให้ เขาก็น่าจะรู้สึกได้ และคงมีความสุข” นายละเมียด กล่าว

ขอบคุณที่มาจาก js100 

ภาพจาก ชายบาส หนองขาลาย ซิ่ง

สวยงามไร้ที่ติ ภาพอ่าวมาหยา หลังปิดฟื้นฟูนานกว่า 10 เดือน

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ปิดอ่าวมาหยา-อ่าวโละซามะ จังหวัดกระบี่ มาแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2561 – 30 เมษายน 2562 ก่อนที่เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมปรึกษาอุทยานทางทะเล กรมอุทธยานแห่งชาติฯ จะมีมติให้ปิดต่อไปอีก 2 ปี จำกัดนักท่องเที่ยวบนฝั่ง พร้อมทั้งไม่ให้เรือเข้าไปในเขตบริเวณอ่าวมาหยา เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติต่อเนื่อง

วันนี้ (12 พ.ค. 2562) ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มีการเผยแพร่ภาพอ่าวมาหยา หลังมีการปิดปรับปรุงพื้นที่ เพื่อฟื้นคืนสภาพตั้งแต่ปี 2561 รวมเวลาประมาณ 10 เดือน โดยภาพได้เผยให้เห็นว่า ธรรมชาติบริเวณดังกล่าวกลับมามีชีวิตชีวาดูสดใสงดงามมาก ขณะที่ อ.ดร.ธรณ์ ได้มีข้อความระบุว่า ปฏิบัติการฟื้นฟูมาหยา 2 ปี เริ่มต้น ! #แผนบันไดสามขั้นสู่สวรรค์อ่าวมาหยา

แผนขั้นแรกของกรมอุทยานที่ทำกันมาตลอดช่วง 10 เดือน คือปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติที่ทรุดโทรม ไม่ให้เรือเข้าหน้าอ่าว ดูแลฉลามหูดำ ฟื้นฟูปะการัง เมื่อเราทำได้ จึงมาถึงแผนขั้นสอง หาวิธีการท่องเที่ยวที่ไม่รบกวนมาหยา จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ไม่คิดจำนวนคนต่อวัน แต่เป็นต่อรอบ เพื่อปรับให้เหมาะสมตามสภาพความเป็นจริง เตรียมจัดทำท่าเรือ/เส้นทางศึกษาธรรมชาติ

ทั้งหมดนั้น เราได้เตรียมพร้อมแล้ว จนมาถึงขั้นสาม = ลงมือทำ การไปมาหยาหนนี้จึงไปเพื่อตรวจสอบแผนการขั้นสองเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อให้แผนขั้นสามสำเร็จตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ 2 ปี เริ่มจากจำนวนคนต่อรอบ ข้อมูลจากการศึกษาตั้งแต่ก่อนปิด/หลังปิด สรุปจำนวนที่ 250-300 คนต่อรอบ แต่ละรอบประมาณ 60 นาที จำนวนรอบต่อวัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพท้องทะเล สภาพความพร้อม ฯลฯ

เพราะฉะนั้น จึงต้องมีการทดลองก่อนเปิด เพื่อที่จะบอกได้ว่า จะมีได้วันละกี่รอบ ตอนนี้ผมจึงยังบอกไม่ได้ แต่ที่บอกได้ พร้อมยืนยันด้วยถ้อยคำของท่านผู้อำนวยการสำนักอุทยานฯ เราจะไม่มีทางรับคนมากมายเหมือนเดิมอีกแล้ว (ดูคลิปจ้ะ) เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามา จะมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติแบบยกระดับจากพื้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อป่าชายหาด สมัยก่อนเราปล่อยให้เดินกันตามสบาย พื้นหลายบริเวณโดนเหยียบย่ำ ไม่มีทางที่ลูกไม้จะขึ้นได้ อีกทั้งพืชคลุมดินถูกทำลาย

ท่านผอ.อุทยานนำไปดูชัดๆ พร้อมบอกว่า ปิดมาสิบเดือน ไม้ล่างฟื้นขึ้นมาตั้งเยอะครับ เส้นทางแบบยกระดับและเลือกแนวที่เหมาะสมจะช่วยให้มาหยามีสุดยอดป่าชายหาดอีกครั้ง (ดูอีกคลิปจ้ะ) เส้นทางยังทำแบบลูปวอล์ค ให้คนเดินวนได้ ยังช่วยกระจายคนไปตามจุดต่างๆ ไม่แออัดยัดเยียดกันเหมือนเดิม ถึงตรงนี้ต้องบอกเพื่อนธรณ์ ป่าชายหาดอ่าวมาหยาสวยจริงๆ เมื่อไม่มีคนอลหม่าน ไม่มีเสียงล้งเล้ง มีแต่เสียงลมพัดยอดไม้…ฟิ้วๆ

สุดท้ายเมื่อมาถึงชายหาด เราจะเปิดให้ลงเพียงบริเวณเดียว ทั้งนี้เพื่อลดการทรุดตัวของทรายที่บางจุดจมลงทรายไหลจนรากไม้โผล่ ปริมาณนักท่องเที่ยวที่ถูกจำกัดไว้ในแต่ละรอบและการกระจายตัวตามเส้นทาง จะทำให้ฝูงคนไม่ท่วมหาดเหมือนที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

สุดท้ายคือการลงน้ำ ผมยังยืนยันแนวคิดเดิม ผมไม่อยากให้ใครลงน้ำแถวนี้ เพราะที่นี่เป็นแหล่งชิลใจของฉลามหูดำไปเรียบร้อยแล้ว แม่ฉลามมาคลอดลูก 3-4 ครั้ง เจ้าหน้าที่เจอลูกฉลามตัวเล็กว่ายเป็นประจำรวมทั้งปูไก่ริมชายหาดและงูทะเลที่เลื้อยขึ้นมาวางไข่ อันเป็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

อ่าวมาหยาไม่ใช่อ่าวเดียวของพีพี ยังมีอีก 15 จุดที่นักท่องเที่ยวเล่นน้ำได้ ดำน้ำดูโน่นนี่ได้ แต่ที่นี่เป็นแหล่งสำคัญของสรรพสัตว์ในทะเล เราก็ควรชั่งน้ำหนักและยินยอมเพื่อธรรมชาติบ้าง คนมีที่ชิลหลายแห่ง ฉลามก็ควรมีที่ชิลบ้างสิฮะ

นั่นคือปฏิบัติการฟื้นฟูมาหยาในช่วงแรก ยังมีอีกหลายช่วงที่อยากเล่าให้เพื่อนธรณ์ฟัง รวมถึงปฏิบัติการ 8 เดือนที่ผ่านมา เราฟื้นฟูปะการัง 10 ชนิด กว่า 30,000 กิ่ง Xxxx ตอนนี้ สิ่งที่อยากจะบอก คืออาจารย์ธรณ์ตัวดำขึ้นเยอะ

ถึงจะดำแค่ไหน ผมก็ยังอมยิ้ม และกระโดดยิปปี้เป็นระยะ แม้จะเสียวันหยุดไป ไม่ได้ตังค์สักบาท แถมเหนื่อยแฮ่กตัวดำปิ๊ดปี๋ แต่ผมได้ความสุข…เยอะด้วย ความสุขที่สามารถทำให้ฝันของเพื่อนธรณ์เป็นจริง

คำสัญญาที่ให้ไว้แก่กัน แรงสนับสนุนที่ช่วยกันมาตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่เสียเปล่า… แค่นั้นก็พอให้คนตัวดำยิ้มตลอดเวลา และกระโดดยิปปี้เป็นระยะแล้วครับ หมายเหตุ – เชื่อว่าเพื่อนธรณ์คงมีใจให้คนตัวดำคนนี้มากขึ้น…หรือเปล่านะ 😏

นอกจากนี้ อ.ธรณ์ ยังได้โพสตืภาพเพิ่มเติมว่า อ่าวมาหยาโแมใหม่ได้ดังไกลไปทั่วโลกแล้ว หลัง CNN BBC NBC WEF นำภาพไปเผยแพร่ต่อและแสดงให้เห็นว่า อนุรักษ์ยุคใหม่ เราต้องใช้ทุกทาง

ข่าวอ่าวมาหยาดังไปทั่วโลก ทั้ง CNN BBC NBC WEF ฯลฯ เป็นไปตามเทรนด์การอนุรักษ์ยุคใหม่ เราต้องใช้ทุกทาง เชื่อว่าเมื่อโลกให้ความสนใจขนาดนี้ คงไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายใดๆ ที่จะส่งผลต่ออ่าวมาหยาครับ

#ใช้โลกช่วยทะเลไทย #สไตล์ธรณ์ 😉