จีน เรียกร้องสหรัฐฯ พบกันครึ่งทางยุติสงครามการค้า

จีน เรียกร้องสหรัฐฯ พบกันครึ่งทางยุติปัญหาสงครามการค้า ด้านรองนายกฯ จีนเดินทางเยือนสหรัฐฯ เจรจาก่อนมาตรการขึ้นภาษีมีผลในวันนี้

นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงปักกิ่งว่า การทำให้ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นไม่ได้ส่งผลดีต่อประชาชนของทั้งสองฝ่ายรวมถึงทั้งโลกด้วย จีนเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและถูกบีบให้ต้องดำเนินมาตรการตอบโต้ที่จำเป็นหากสหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการภาษีกับจีน

พร้อมกันนี้ เขายังเรียกร้องให้สหรัฐฯ พบกันครึ่งทางกับจีน เพื่อแก้ปัญหาผ่านการเจรจาแทนที่จะใช้มาตรการต่างๆ เพียงฝ่ายเดียว ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายดูจะทำตามข้อตกลงร่วมกัน กระทั่งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาระบุว่า เขาตั้งใจจะปรับขึ้นภาษีเนื่องจากจีนไม่ทำตามข้อตกลง

ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่จะปรับขึ้นภาษีภาษีสินค้านำเข้าจากจีน วงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 6 ล้าน 4 แสนล้านบาท โดยปรับขึ้นจากอัตราร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 25 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เมื่อเข้าสู่เช้าวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ

มาตรการขึ้นภาษีรอบนี้จะครอบคลุมสินค้าประเภทสารเคมี วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้แทนฝ่ายสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อหวังจะหาทางออกร่วมกันได้ก่อนจะบังคับใช้มาตรการภาษี

ยังไม่เด้ง! ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ หลังข้าราชการอ้างชื่อเบ่ง ไม่ให้ดูใบขับขี่

ยังไม่ย้าย ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ เซ่นคลิปอธิบดีผู้พิพากษาศาลฯ ไม่ให้ตรวจใบอนุญาตขับขี่ และอ้างว่ารู้จัก รอ ผบช.ภ.8 พุดคุยก่อนตัดสินใจ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 พ.ค. 2562 พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว MThai ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า การโยกย้าย พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ หลังปรากฏคลิปข้าราชการระดับสูงคนหนึ่งอ้างชื่อเบ่ง ไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบใบขับขี่ ขณะขับรถเข้าด่านตรวจ

ก่อนที่เวลาต่อมานายตำรวจประจำด่านตรวจนายดังกล่าวจะถูกย้ายไม่ให้ทำหน้าที่ต่อนั้นว่า ขณะนี้ตนยังไม่มีคำสั่งย้าย พ.ต.อ.โชคดี แต่อย่างใดเลย ต้องรอคำสั่งและนโยบายของ ผบช.ภ.8 ก่อนว่าท่านจะสั่งการอย่างไร ซึ่งในวันนี้ตนและ พ.ต.อ.โชคดี และ ส.ต.ต.เอกพล จะเดินทางไปประชุมกับ พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 ที่ จ.ภูเก็ต เพื่อพูดคุยในเรื่องที่เกิดขึ้น

ด่านตรวจ

ส่วนประเด็นที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกมาพูดนั้นก็จริงๆก็ต้องเป็นอย่างนั้นทุกคนจะต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทำงานทุกคน ผมก็เลยสั่งการให้ยกเลิกคำสั่งของ ผกก.ทุ่งใหญ่ไปแล้ว ก็คงดูว่าทางผู้บังคับบัญชาจะสั่งการยังไงต่อไป

จริงๆ แล้วในสังคมบ้านเรา โดยเฉพาะการทำงานของตำรวจ ก็ค่อนข้างที่จะกระทบกระทั่งกันบ้าง ก็ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนทุกท่าน ถ้ามีการตรวจสอบอะไรก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ของสังคม

ซึ่งไม่ได้ไปกลั่นแกล้งใคร จริงๆ แล้วผมได้ชมเชย ส.ต.ต.เอกพล เพราะเขาทำงานได้เป็นอย่างดี วันนี้ตั้งใจจะเรียกให้เขามาพบและชมเชย แต่ว่าทาง ผบช.ภ.8 จะให้พาทั้งสองคนไปพบพอดี ก็จะได้คุยชมเชยกับเขาเลยที่ภาค 8

ขณะที่เฟสบุ๊คส่วนตัวของ ส.ต.ต.เอกพล จุ้ยส่องแก้ว ผบ.หมู่งานปราบปราบ สภ.ทุ่งใหญ่ ที่ใช้ชื่อเฟสบุ๊คว่า “เอกพล จุ้ยส่องแก้ว (โกแทค โซเซ ) ได้มีกลุ่มเพื่อนๆ ของ ส.ต.ต.เอกพล รวมทั้งชาวเน็ต เข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจ ส.ต.ต.เอกพล อย่างต่อเนื่อง

ส่วนใหญ่จะให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

‘สปริงนิวส์’ แจ้งคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล จับตาหลายช่องยุติกิจการทีวี

จับตาหลายช่องยุติกิจการทีวีเส้นตายวันนี้ (10 พ.ค.) ขณะที่ ‘สปริงนิวส์’ แจ้งอย่างเป็นทางการ คืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล

วันที่ 10 พ.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลแจ้งต่อ กสทช. ว่าจะคืนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลหรือไม่ ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการจำนวนหลายรายอยู่ระหว่างประชุมเพื่อตัดสินใจ โดยแต่ละช่องจะต้องคิดให้รอบคอบเพราะเงินชดเชยที่จะได้รับไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับผลประกอบการ

ทั้งนี้หลังจากมีการประชุมร่วมกันระหว่าง นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กับตัวแทนผู้ประกอบกิจการฟรีทีวี ทาง กสทช. จึงได้ชี้แจงให้ทราบถึงหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้ประกอบการตัดสินใจ โดยการขอยุติประกอบกิจการสามารถแจ้งได้ตั้งแต่วันที่ 7 ถึงช่วงเย็นของวันนี้ (10 พ.ค.) เป็นวันสุดท้าย

จากนั้นผู้ประกอบการจะต้องส่งแผนงานยุติกิจการให้ กสทช. รับทราบภายใน 60 วัน และแจ้งผู้ชมให้ทราบล่วงหน้าก่อนจอดำ 30 วัน โดย กสทช.จะพิจารณาประมาณ 30-45 วัน หากไม่มีปัญหาจึงจะอนุมัติให้จอดำได้

ส่วนเงินชดเชยที่ กสทช.จ่ายคืนให้กับผู้ประกอบกิจการ จะได้รับหลังจากจอดำแล้ว 1 วัน แต่ละช่องจะได้รับเงินคืนในจำนวนที่ไม่เท่ากัน ขึ้นกับผลประกอบการในช่วง 5 ปีที่ประกอบกิจการ ตามสูตรที่ กสทช.คำนวณไว้แล้ว ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับเงินประมูลที่จ่ายไปแล้ว อายุประมูลที่เหลือ รวมถึงอายุประมูลตลอดใบอนุญาต และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างประกอบกิจการมาคำนวณร่วมตามสูตร และจะเหลือเป็นเงินที่ต้องชดเชย

ขณะที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่เข้าร่วมประชุมกับทาง กสทช.ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ในทันที และระหว่างนี้หลายบริษัทอยู่ระหว่างการประชุมกรรมการบริหาร โดยเฉพาะช่องที่ถูกจับตาว่าจะคืนใบอนุญาตหรือไม่ ซี่งที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป เช่น กลุ่มทีวีช่องเด็ก ซึ่งมีทั้งช่อง 3 และช่อง 9 อสมท.

ส่วนผู้ประกอบการช่องข่าว เช่น ไบรส์ทีวี / สปริงนิวส์ / ช่องนาว และ เดลินิสว์ทีวี มีแนวโน้มว่าจะคืนใบอนุญาต ซึ่งหลักที่ต้องพิจารณาคือ แผนทางการการเงิน และแผนบริหารจัดการทั้งหมด ซึ่งมีแนวโน้มว่าถ้าจะมีผู้ประกอบการรายใดในจำนวน 22 ช่องไปยื่นขอยุติกิจการจะเดินทางพร้อมกันไปที่ กสทช. ในช่วงบ่ายวันนี้

ขณะที่ล่าสุด บมจ. นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น (NEWS) ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าที่ประชุมได้มีมติอนุมัติให้บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด (SPTV) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ คืนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ (หมวดหมู่ข่าวสารและสาระ) ให้แก่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 949.70 ล้านบาท