เก๋งเลี้ยวกลับรถกะทันหัน ชน จยย. ที่ขี่ตามหลังมาร่างปลิว

ประเด็นน่าสนใจ

  • รถเก๋งเลี้ยวยูเทิร์นกลับรถกะทันหันใกล้กับ 4 แยกไฟแดง
  • รถจักรยานยนต์ที่ขี่ตามหลังมาชนร่างปลิวตกลงมากองอยู่กับพื้นถนน
  • โชคดีไม่มีรถขับสวนทางหรือตามหลังมาในระยะกระชั้นชิด

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มีการแชร์คลิปภาพอุบัติเหตุ ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณ 4 แยกพลพิชัย ถ.ศรีภูวนารถใน ฝั่งขาเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงประมาณ 10.50 น. ของวานนี้

โดยในช่วงดังกล่าวมีรถเก๋ง สีดำ ทะเบียน กจ-9223 สงขลา ซึ่งจอดชิดซ้ายอยู่ริมถนน จู่ๆก็ได้ออกรถ และพยามที่จะขับออกมาในลักษณะจะยูเทิร์นไปยังเลนฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นฝั่งขาออกจากตัวเมืองหาดใหญ่ แต่ปรากฏว่า เป็นจังหวะเดียวกับที่รถทางฝั่งที่ขับตามหลังมานั้นได้รับสัญญาณไฟเขียว และรถจักรยานยนต์ สีขาว คันหนึ่ง ได้พุ่งชนเข้ากับรถเก๋งคันดังกล่าวที่กำลังทำการกลับรถยูเทิร์นอยู่พอดี

จนทำให้คนขับรถจักรยานยนต์ได้รับแรงกระแทกจนตัวลอยคว้างตีลังกา และมานอนคว่ำหน้ากองอยู่กับพื้นถนนในทันที โดยที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกาย หรือช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ยังโชคดีที่ในช่วงเกิดเหตุไม่มีรถวิ่งสวนมา หรือมีรถขับตามหลังมาในระยะกระชั้นชิด ซึ่งอาจจะเป็นอุบัติเหตุหมู่ หรือมีการสูญเสียที่มากกว่านี้

ซึ่งหลังเกิดเหตุได้มีทั้งชาวบ้าน ผู้ใช้รถ และคนขับรถเก๋งคู่กรณี ซึ่งเป็นผู้ชาย ลงมาช่วยเหลือคนขับรถจักรยานยนต์รายนี้ ซึ่งทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายดลราเห็ม แดวามาลัย อายุ 25 ปี ชาว อ.ท่าแพ จ.สตูล โดยได้รับบาดเจ็บที่ขาขวาจากการกระแทกลงกับพื้นถนน ก่อนที่ทางตำรวจสายตรวจ สภ.หาดใหญ่ ที่ขับผ่านมา จะช่วยอำนวยความสะดวกการจราจร และประสานหน่วยกู้ภัยเข้ามารับตัวผู้บาดเจ็บ

โดยการขับรถในลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง และเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยทั้งตนเองและผู้อื่น

จับตา “5 โรคระบาด” ในไทย ในช่วงนี้

ในช่วงที่ผ่านมามีรายงานการระบาดของโรคหลายๆ โรคที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งหลายโรคนั้นจะมีรอบของการระบาดเกิดขึ้นซ้ำๆ ในช่วงเวลาของแต่ละฤดูกาล โดยล่าสุด จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค รายงานโรคระบาดต่างๆ ออกมาเป็นระยะๆ ทางทีมงาน MThai News จึงได้รวบรวมโรคระบาดที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงนี้ โดยมีด้วยกัน

โรคไข้เลือดออก

โดยในขณะนี้ สถานการณ์ของการระบาดนั้นค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากเป็นช่วงของการเข้าสู่ฤดูฝน จากข้อมูลสถาณการณ์โรคไข้เลือดออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 27 พฤษภาคม 2562 พบผู้ป่วย 23,622 ราย เสียชีวิต 30 ราย ซึ่งในช่วงนี้เป็นฤดูฝน เป็นฤดูระบาดของโรคไข้เลือดออก จึงต้องดำเนินการและติดตามสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกอย่างใกล้ชิด ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานี เป็นจังหวัดที่พบผู้ป่วยมากเป็นอันดับสองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1,267 ราย เสียชีวิต 2 ราย รองจากอันดับหนึ่งคือ จังหวัดนครนครราชสีมา 1,424 ราย

ช่วงอายุ ป่วยและเสียชีวิตมาสุดคือ 5 – 14 ปี มีผู้ป่วย 8,988 เสียชีวิต 10 ราย และ 15 – 34 ปี มีผู้ป่วย 8,310 ราย เสียชีวิต 10 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 22 พ.ค. 62)

ขอแนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด โดยยึดหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ 1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะใส่น้ำต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ ทั้งนี้ จะสามารถป้องกันได้ 3 โรคในคราวเดียวกัน คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3.โรคไข้ปวดข้อยุงลาย

นอกจากนี้ ประชาชนควรสังเกตอาการของตนเองและคนในครอบครัว หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลันและไข้นานเกินกว่า 2 วัน อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย หน้าตาแดง อาจมีผื่นขึ้นใต้ผิวหนังตามแขนขา ข้อพับ ต้องรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัย เพราะหากเข้ามารับการวินิจฉัยช้า อาจเป็นเหตุสำคัญทำให้มีโรคแทรกซ้อนรักษายากขึ้นและเป็นปัจจัยที่ทำให้เสียชีวิตได้

โรคไข้หวัดใหญ่

โรคระบาดยอดฮิต ‘ไข้หวัดใหญ่’ เป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขของประเทศ เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ พบบ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ในแต่ละปีมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่จำนวนมากและถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคอ้วน หรือผู้ป่วยเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

ตัวเลขผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ แบ่งตามรายภาค

จากการเฝ้าระวังสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่ 1 .ม.ค.-23 พ.ค.62 พบผู้ป่วย 159,845 ราย เสียชีวิต 11 ราย โดยจังหวัดที่พบอัตราป่วยสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ระยอง และเชียงใหม่  นอกจากนี้ ยังพบมีจำนวนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโรคไข้หวัดใหญ่  90 เหตุการณ์ เกิดในเรือนจำ 27 เหตุการณ์ โรงเรียน 26 เหตุการณ์ ที่พัก 19 เหตุการณ์ ค่ายทหาร 6 เหตุการณ์ และอื่นๆ 12 เหตุการณ์ คาดว่าในช่วงนี้จะมีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อระหว่างฤดูร้อนกับฤดูฝน

5 จังหวัดผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สูงสุด

ทั้งนี้ สามารถป้องกันเบื้องต้นของโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำ และสบู่ ,ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ช้อนอาหาร หลอดดูดน้ำ , ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด หรือถ้าจำเป็นควรปิดปาก จมูกด้วยหน้ากากอนามัย,กินอาหารปรุงสุกใหม่ ๆ และใช้ช้อนกลาง,

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ,ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด,ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ แนะนำให้ฉีดกับคนกลุ่มเสี่ยงได้แก่ คนอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หรือเด็กอายุ 6 เดือนถึง 19 ปี โดยแพคเกจฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ จะต่างกันออกไปในแต่ละโรงพยา่บาลส่วนมากอัตราค่าบริการจะเริ่มต้นที่ 800 บาท

สำหรับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่

  • หญิงตั้งครรภ์
  • เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี
  • ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างได้รับเคมีบำบัดและเบาหวาน
  • ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
  • ผู้ป่วยธาลัสซีมีย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ
  • ผู้ที่มีโรคอ้วน น้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

กระทรวงสาธารณสุขจะให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ฟรี โดยขอรับบริการวัคซีนได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ และสถานพยาบาลเอกชนที่ร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. – 31 ส.ค. 2562

โรคซิฟิลิส

สาเหตุหลักของโรคซิฟิลิส เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Treponema pallidum ทางการมีเพศสัมพันธ์ จากรายงานของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค เผยว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นี้กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งในไทย และจำนวนผู้ป่วยซิฟิลิสนั้นก็พุ่งขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นช่วงอายุ 15 – 24 ปี ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย มีถึงร้อยละ 30 โรคนี้ จึงกลายเป็นที่ระบาดอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่น

สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์โรคซิฟิลิส  ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 13 พฤษภาคม 2562 พบผู้ป่วย 3,080 ราย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี คิดเป็น 40.42% รองลงมาคือ กลุ่มผู้ใหญ่อายุระหว่าง 25-34 ปี หรือจำนวน 24.48%

ส่วนวิธีการป้องกันโรคซิฟิลิส ซึ่งสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุดคือ การงดมีเพศสัมพันธ์ หากมีเพศสัมพันธ์ต้องป้องกันด้วยการใช้ถุงยางอนามัย และพยายามไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการใช้สารเสพติด ปัจจัยที่ทำให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์แบบเสี่ยง

โรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก ซึ่งมีเชื้อจะมีความอันตรายถึงแก่ชีวิตหากได้รับ EV71 โดยโรคมือเท้าปากพบได้บ่อยในกลุ่มเด็กทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยจะพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในหน้าฝน โดยทั่วไปโรคนี้มีอาการไม่รุนแรง สามารถติดต่อได้จากการสัมผัส หากได้รับเชื้อจะมีอาการเป็นไข้ มีตุ่มน้ำใสขึ้นฝ่ามือ ฝ่าเท้า และปาก ซึ่งมีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์จะสามารถหายได้เอง แต่ถ้าหากได้รับเชื้อสายพันธ์รุนแรง อาจมีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทและสมอง ซึ่งรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.– 21 พ.ค.62 มีรายงานผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก 11,107 ราย ยังไม่พบผู้เสียชีวิต ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กวัยขวบปีที่มีอัตราป่วยสูงถึง 35.29 %  วัย 2 ขวบ จำนวน 21.11% และ 3 ขวบอยู่ที่ 15.27%  ทั้งนี้ 10 จังหวัดที่มีการระบาดสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา เชียงราย ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ตาก และจันทบุรี

var divElement = document.getElementById(‘viz1559026353998’); var vizElement = divElement.getElementsByTagName(‘object’)[0]; vizElement.style.width=’100%’;vizElement.style.height=(divElement.offsetWidth*0.75)+’px’; var scriptElement = document.createElement(‘script’); scriptElement.src = ‘https://public.tableau.com/javascripts/api/viz_v1.js’; vizElement.parentNode.insertBefore(scriptElement, vizElement);

ทั้งนี้ เฝ้าระวังโรคมือ เท้า ปาก ได้ด้วยหลัก 4 ร. คือ 1.รักษาความสะอาดสถานที่ บ้าน โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด 2.รักษาสุขอนามัย หมั่นล้างมือก่อนและหลังกินอาหาร และหลังขับถ่าย ด้วยน้ำและสบู่ รวมทั้งควรจัดเตรียมเครื่องใช้ของเด็กแยกเป็นรายบุคคลไม่ให้ใช้ร่วมกัน

3.รู้ทันสังเกต มีไข้ มีจุด หรือผื่นแดงบริเวณมือ เท้า ปาก อาจมีอาการเจ็บปากน้ำลายไหล ตุ่มนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใสบริเวณรอบๆ อักเสบแดงและแตกออกเป็นแผลหลุมตื้น ๆ อาการจะทุเลาและหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน 4.ระวังไข้สูง หอบเหนื่อย ซึม กล้ามเนื้ออ่อนแรง หากพบเด็กมีอาการดังกล่าว ให้รีบพาพบแพทย์ทันที

โรคไข้ปวดข้อยุงลาย

โรคไข้ปวดข้อยุงลาย มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “โรคชิคุนกุนยา” เป็นโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ เกิดจากเชื้อไวรัส เคยระบาดในหลายพื้นที่ ทั้งยังเคยระบาดในประเทศไทยเมื่อ 10 ปีก่อนทางภาคใต้ พบโรคครั้งแรกที่แอฟริกา โดยชื่อชิคุนกุนยานั้นเป็นภาษาแอฟริกาที่หมายถึงเดินจนตัวงอ เพราะโรคนี้มีอาการเด่นคือปวดข้อมากจนทำให้เดินตัวงอ

กรมควบคุมโรค รายงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา ระบุว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2557-2561 พบผู้ป่วยในปี 2561 อัตรา 5.34 ต่อประชากรแสนคน ส่วนรายงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2558-2560 ผู้ป่วยลดลงอย่างต่อเนื่องและต่ำสุดในปี 2560 ซึ่งมีอัตราป่วยเพียง 0.01 ต่อประชากรแสนคน ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ โดยตั้งแต่ 1 มกราคม 2562 – 28 พฤษภาคม 2562 พบผู้ป่วยสะสม 3,506 ราย อัตราป่วย 5.20 ต่อประชากรแสนคน สูงกว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาถึง 142 เท่า เป็นเพศหญิง 2,218 ราย เพศชาย 1,288 ราย อัตราส่วนเพศ ชายต่อเพศหญิงเท่ากับ 1 : 1.72 พบได้ทุกกลุ่มอายุ สูงสุดในวัยท่างาน อายุ 15-34 ปี อัตราป่วย7.29ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคืออายุ5 – 14 ปี (6.87) และ 35 – 59 ปี(4.75) สัดส่วนอาชีพรับจ้างสูงสุด ร้อยละ 34.54 รองลงมาคือ นักเรียน (27.30%) และงานบ้าน (10.90%)

ทั้งนี้ รายงานเผยอัตราผู้ป่วยโรคไข้ปวดข้อยุงลายประจำปี 2562 ภาคใต้มีอัตราผู้ป่วยสูงสุด 35.17 ต่อประชากรแสนคน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 0.23 ต่อประชากรแสนคน ภาคกลาง 0.09 ต่อประชากรแสนคน และภาคเหนือ 0.07 ต่อประชากรแสนคน รวมทั้งจังหวัดที่มีผู้ป่วยมากสุด 3 อันดับ ได้แก่ ปัตตานี อัตราป่วย 173.38 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือสงขลา 82.70 ต่อประชากรแสนคน และภูเก็ต 79.88 ต่อประชากรแสนคน

ผู้ป่วยโรคไข้ปวดข้อยุงลายรายสัปดาห์ปี พ.ศ. 2561, 2562 เปรียบเทียบกับค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง
ผู้ป่วยโรคไข้ปวดข้อยุงลายรายสัปดาห์ปี พ.ศ. 2561, 2562 เปรียบเทียบกับค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง (กราฟ-ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค)

สำหรับโรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน สามารถลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดโรคได้จากการเก็บบ้านให้สะอาด ป้องกันไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง รวมทั้งระวังไม่ให้มีน้ำท่วมขัง เก็บเศษขยะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ควรให้เด็กเล็กนอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด เพื่อป้องกันยุง และสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด เช่น เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวเพื่อป้องกันยุงกัด หากยุงเยอะก็กำจัดด้วยการใช้ยากันยุง

พยากรณ์อากาศวันนี้ (30 พ.ค.) และประกาศเตือนฝนตกหนัก

ประเด็นน่าสนใจ

จังหวัดที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักในวันนี้ (30 พ.ค. 62)

บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง และ มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดเข้าหามรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ทำให้ประเทศไทย มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง

ประกาศเตือนฝนตกหนัก

เมื่อเวลา 05.00 น. กรมอุตุฯ ได้ออกประกาศ เรื่อง “ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562)” ฉบับที่ 14 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 ในช่วงวันที่ 30-31 พฤษภาคม 2562 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้

30 พฤษภาคม 2562

  • ภาคเหนือ: เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และนครราชสีมา
  • ภาคกลาง: ราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์
  • ภาคตะวันออก: นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง และพังงา

31 พฤษภาคม 2562

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก และกำแพงเพชร
  • ภาคกลาง: ราชบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี
  • ภาคตะวันออก: ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร ระนอง และพังงา

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดเข้าหามรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและ อ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พยากรณ์อากาศวันนี้

ภาคเหนือ

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

แผนที่อากาศผิวพื้นวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 เวลา 01.00 น.ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย
แผนที่อากาศผิวพื้นวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 เวลา 01.00 น.ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย