การใช้กัญชา โดยปราศจากความเข้าใจ อาจส่งผลกระทบต่อสมองผู้ใช้โดยตรง

ประเด็นน่าสนใจ

  • การใช้กัญชาเพื่อความรื่นเริงนั้น มีหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์ชัดเจนว่า จะส่งผลกระทบต่อสมองของผู้ใช้โดยตรง ในระยะยาวจะทำให้เสี่ยงต่ออาการทางจิตเวชมากขึ้น
  • พบประชาชนมีความไม่เข้าใจต่อวิธีการใช้งาน และมีความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้น้ำมันกัญชา ส่งผลต่อสุขภาพ
  • การใช้กัญชา ควรใช้ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์หรือได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

วันที่ 29 พฤษภาคม 2562) นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบัน กรมสุขภาพจิตได้ดำเนินการติดตามการตอบสนองของประชาชนในสื่อช่องทางต่างๆ อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด พบว่า ประชาชน ชาวไทยให้ความสนใจกับน้ำมันกัญชามากขึ้น ทั้งในแง่การใช้งานและการรับรู้ข่าวสารทางสื่อกระแสหลัก และสื่อโซเชียลต่างๆเกี่ยวกับประโยชน์ทางการแพทย์และผลข้างเคียงจากการใช้อย่างไม่ถูกต้อง

ทั้งนี้ ประชาชนจำนวนมากสามารถเข้าถึงความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับประโยชน์ และผลข้างเคียงจากการใช้น้ำมันกัญชารักษา แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความไม่เข้าใจต่อวิธีการใช้งานและมีความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้น้ำมันกัญชาสกัดปะปนอยู่ด้วย จึงปรากฏเป็นข่าวผลกระทบทางสุขภาพ จากการใช้งานน้ำมันกัญชาสกัดอย่างไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางด้านสุขภาพจิต มีเพียงหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์เพียงเล็กน้อยที่ยังต้องรอการวิจัยเพิ่มเติมในการรักษาโรคจิตเวช เช่น โรควิตกกังวล และยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือที่สามารถยืนยันประโยชน์จากการใช้งานกัญชา และสารสกัดจากกัญชาในแง่การรักษาโรคทางจิตเวชอื่นๆ ทั้งหมด เช่น โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ โรคจิตเภท และโรคจิตเวชในเด็ก

ในทางกลับกัน การใช้สารสกัดจากกัญชาที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้รับการควบคุมดูแลการใช้งานอย่างเหมาะสม หรือการใช้กัญชาเพื่อความรื่นเริงนั้น มีหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์ชัดเจนว่า จะส่งผลกระทบต่อสมองของผู้ใช้โดยตรง ในระยะยาวจะทำให้เสี่ยงต่ออาการทางจิตเวชมากขึ้น

เช่น อารมณ์ซึมเศร้า หูแว่ว เห็นภาพหลอน หวาดระแวง มีโอกาสเสี่ยงในการฆ่าตัวตายสูงขึ้น และทำให้อาการจิตเวชที่มีอยู่เดิมแย่ลงอย่างมาก หากนำไปใช้ในเด็กและเยาวชนจะกระทบกระเทือนการพัฒนาทางสมองของเด็กอย่างรุนแรงและแก้ไขได้ยาก

การใช้กัญชาทางการแพทย์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น จึงควรใช้ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์หรือได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่ควรใช้เพียงเพราะความเชื่อส่วนตัวหรือจากการรับข้อมูลข่าวสารที่แชร์ตามโลกโซเชียลโดยไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยัน การนำมาใช้งานอย่างไม่ถูกวัตถุประสงค์ ใช้งานเกินจริง ใช้เพื่อความบันเทิง และปราศจากการควบคุม ย่อมส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อตนเอง สังคม และประชาชนกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องใช้สารสกัดจากกัญชา เพื่อบรรเทาโรคของตนเองและครอบครัว

ทั้งนี้ ประชาชนทุกคนจึงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการใช้สารสกัดจากกัญชาให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยสูงสุด โดยกรมสุขภาพจิตกำลังดำเนินการศึกษาวิจัยประโยชน์และอันตรายจากสารสกัดจากกัญชาในด้านสุขภาพจิตต่อไปอีกด้วย

ศาลปล่อยตัวพ่อค้าขายส้ม! แพะคดียาบ้า หลังไม่พบการกระทำความผิด

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายพิชิต เชิดธรรม พ่อค้าขายส้ม หรือแพะคดียาบ้า ถูกปล่อยตัวแล้ว หลังภรรยาเดินหน้าขอความเป็นธรรม
  • พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้ว ไม่พบการกระทำความผิด
  • คดีนี้เป็นคดีแรกของประเทศไทย ที่ผู้ต้องหาคดียาเสพติดมีการปล่อยตัวในชั้นของตำรวจ
  • นายพิชิต เชิดธรรม ถูกส่งตัวไปคุมขังที่ เรือนจำธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 2562

จากกรณีที่ น.ส.กัลยกร ชลพิทักษ์ อายุ 37 ปี พร้อมทนายความ เข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อขอความเป็นธรรม หลังสามีของ น.ส.กัลยกร หรือนายพิชิต เชิดธรรม ถูกจับกุมดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิชอบ

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.2562 ที่ผ่านมา นายวิชิต ได้รับการว่าจ้างจาก นายปองพล สวัสดิ์ทัส ให้ขับรถขนส้มไปทิ้ง ที่ ซ.เทพกุญชร 10 แขวงคลองหลวง จ.ปทุมธานี แต่นายวิชิตได้พบ ยาบ้า 52,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในลังส้ม จึงทำการแจ้งตำรวจ สภ.คลองหลวง

และผลปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับนายวิชิต ในฐานะผู้ห้องหา ไม่ได้ถูกกันไว้เป็นพยาน ซึ่งเมื่อทำการขยายผลจับกุม นายสมศักดิ์ หทัยทัศน์ ซึ่งรับสารภาพว่าเป็น เจ้าของยาเสพติด  ซึ่งนายสมศักดิ์ ไม่ได้ซัดทอดว่า นายวิชิต มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่นายวิชิตกลับถูกดำเนินคดี และนายวิชิตได้ถูกส่งตัวไปคุมขังที่ เรือนจำธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 2562

ล่าสุดวันที่ 29 พ.ค.2562 นายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความพร้อมด้วยนางสาวกัลยกร ชลพิทักษ์ อายุ 37 พร้อมบุตรอีกจำนวน 2 คน ได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อทำเรื่องให้ศาลจังหวัดธัญบุรี ปล่อยตัวนายพิชิต เชิดธรรม สามีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คลองหลวง จับกุมดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิชอบ

ด้านนายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า หลังจากที่นางสาวกัลยกร ชลพิทักษ์ ภรรยานายนายพิชิต เชิดธรรม สามีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จับกุมดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิชอบ ได้ไปขอความเป็นธรรมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โดยมี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติมารับเรื่องแทน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นั้น โดยให้พนักงานสอบสวนข้อเท็จจริงว่า ถ้าไม่ผิดก็ให้ปล่อยตัวนายพิชิต เชิดธรรม ซึ่งพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้ว ไม่พบการกระทำความผิด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีหมายปล่อยตัวมาที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ขอให้ปล่อยตัวนายพิชิต เชิดธรรม โดยให้เหตุผลว่าไม่พบการกระทำความจึงได้ปล่อยตัวโดยไม่มีการประกันตัว และจะมีการปล่อยตัวที่เรือนจำธัญบุรี

ส่วนเรื่องของคดีนั้น ก็ยังมีผู้ต้องหาคนอื่นอีกแต่ถ้ามีการสั่งฟ้องสำนวนของนายพิชิตก็จะพ่วงไปด้วย เมื่อพ่วงไปด้วยแล้วก็ขึ้นอยู่กับทางอัยการ แต่ถ้าทางอัยการมีความเห็นเดียวกันกับตำรวจก็คือจบคดีนี้ แ

ต่ถ้าทางอัยการ เห็นสมควรว่า จะเรียกตัวมาเป็นจำเลย ก็มีสิทธิ์ที่จะให้ทำพนักงานสอบสวนเรียก นายพิชิตมาอีกเพื่อมาเป็นจำเลยได้ แต่ต้องมีเหตุผลมากพอสมควรที่จะสั่งในการดำเนินคดี เพราะว่าจากสำนวน ขอนายพิชิตที่มีอยู่นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลย มีแต่เพียงว่าไปขายส้มและเจอยาเสพติด จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

และคดีนี้เป็นคดีแรกของประเทศไทยที่ผู้ต้องหาคดียาเสพติดมีการปล่อยตัวในชั้นของตำรวจ และไม่เคยมีมาก่อนโดยเฉพาะในคดีเรื่องยาเสพติด และไม่ใช่เป็นการปล่อยตัวชั่วคราว เพราะว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีอะไรที่จะมาจับอีกแล้ว นอกจากอัยการจะสั่งเห็นเป็นอย่างอื่น

นางสาวกัลยกร ชลพิทักษ์ บอกว่าตนเองรู้สึกดีใจมาก ที่สามีจะออกมาจากเรือนจำและได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาและอยากจะขอบคุณทนายและสื่อทุกสื่อ ที่ได้ช่วยเหลือตนเอง ตัวเองขอยืนยันว่าสามีตนเองไม่ได้เป็น ผู้กระทำความผิด 100% ตลอดระยะเวลาที่สามีเข้าไปอยู่ในเรือนจำนั้น ตัวเองต้องรับภาระทุกอย่างในการเลี้ยงดูลูก 2 คน และภาระทุกอย่างในครอบครัวอีก พร้อมทั้งค่าเช่าบ้านและส่งงวดรถ

กระทั่งเวลา 13.00 น.ที่เรือนจำธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการปล่อยตัวนายพิชิต เชิดธรรม ออกมาจากเรือนจำให้เป็นอิสระและเมื่อทางนางสาวกัลยกร ชลพิทักษ์ อายุ 37 ปีและลูกอีก2 คน ได้เจอหน้ากันต่างก็โผเข้ากอดกันและร้องไห้ด้วยความดีใจ

ส่วนนายพิชิต เชิดธรรม เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ เพื่อนของตนได้รับงานมาเพื่อที่จะให้เอาส้มไปทิ้ง ซึ่งเมื่อตนได้รับมาแล้ว ก็ได้พูดคุยกับถามเพื่อนว่ายังมีส้มบางส่วนยังดีอยู่จะนำไปขาย จึงไปเร่ขายในซอยเทพกุญชร 10 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และในพื้นที่คลอง 3 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จนได้มาเจอยาบ้า

ซึ่งหลังจากที่เจอยาบ้าแล้วตนเองก็ไม่ได้ตกใจอะไร รู้แต่เพียงอย่างเดียวว่า ยาบ้านี้ไม่ใช่ของตนจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำยาเสพติดไป และตนก็ไปขายส้มต่อ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรมาเรียกตนให้ไปที่โรงพักคลองหลวง และก็ได้ให้ตนเซ็นเอกสาร ซึ่งตนก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ก่อนที่ตนเองจะเซ็นสำนวนมาแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อ่านให้ตนฟัง ซึ่งโดยการจับใจความได้ว่า

นายพิชิตได้ขับรถไปส้ม และมียาเสพติดอยู่ในรถ ในการเซ็นนั้นตนเองไม่ได้รับสารภาพ ว่าเป็นเจ้าของยาเสพติด จากนั้นตำรวจก็พาตนไปชี้ยาเสพติด จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ถ่ายรูป และนำตนเข้าไปควบคุมไว้ในห้องขังของ สภ.คลองหลวง หลังจาก 1 เดือน ที่ตนเองถูกจับกุมอยู่ในเรือนจำนั้นมันเป็นการที่ทรมานมาก ซึ่งตนเองคิดว่าตนเองไม่ผิดแล้วทำไมตัวนี้ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้

ซึ่งเวลาภรรยาตนเองมาเยี่ยมตัวเองก็พูดไม่ถูกมีแต่ความเครียด คิดว่าตนเองเป็นพลเมืองดีแต่ทำไมต้องมาถูกจับกุม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาภรรยาได้บอกกับตนว่า จะนำเรื่องของตนไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมและขอความเป็นธรรมให้กับตนเอง

ตอนนี้ตนก็ไม่อยากเรียกร้องอะไร ขอให้ได้ออกมาจากเรือนจำและมาอยู่กับครอบครัวเท่านั้น หลังจากนี้ไปตนเองคงไม่กล้า ถ้าเจอสิ่งผิดกฎหมายอีกตนจะไม่ขอเข้าไปยุ่ง และจะไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะแจ้งไปก็อาจจะถูกจับมาแบบนี้อีก

นายกฯ เเนะให้อ่านนวนิยาย Animal Farm ระบุเป็นหนังสือน่าอ่านที่ให้ข้อคิด

ประเด็นน่าสนใจ

  • พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุการจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องของพรรคการเมือง ขอให้รอความชัดเจน
  • นายกฯ เเนะให้อ่านนวนิยาย Animal Farm ฉบับภาษาไทย “สัตว์ทุกตัวเสมอภาคกัน แต่สัตว์บางตัวเสมอภาคยิ่งกว่าสัตว์อื่นๆ”
  • แอนิมัลฟาร์ม (Animal Farm) เป็นหนังสือนวนิยายสั้นเชิงอุปมานิทัศน์ สะท้อนถึงเหตุการณ์การปฏิวัติรัสเซียและการครองอำนาจของสตาลิน

พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลว่าเป็นเรื่องของพรรคการเมือง จึงขอให้รอความชัดเจน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและธรรมเนียมปฏิบัติ ส่วนตัวนายกรัฐมนตรีเคารพกฎหมาย คะแนนเสียงของทุกพรรค และความต้องการของประชาชน ไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องทำตามนโยบายของรัฐบาลที่มาจากการมีส่วนร่วมของทุกพรรคการเมือง

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีหวังเพียงให้บ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้สังคมมองเรื่องของผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลักด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพราะขณะนี้เรากำลังเผชิญกับปัญหาท้าทายหลายอย่าง

ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจโลก การแข่งขันในภูมิภาค และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยไม่อยากให้โยงนายกรัฐมนตรีไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองของพรรค ดังนั้นหากเป็นเรื่องการเมืองให้สอบถามกับพรรคการเมืองจะเหมาะสมกว่า

วันนี้นายกฯ ยังคงทำงานตามปกติ โดยเฉพาะงานเอกสารที่มีเข้ามาให้พิจารณาทุกวัน และยังฝากแนะนำให้อ่านหนังสือ Animal Farm ฉบับภาษาไทย ซึ่งเป็นหนังสือน่าอ่านที่ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี

ด้านชาวเน็ตงง ต่างพากันพูดถึงหนังสือ Animal Farm ที่เขียนโดยจอร์จ ออร์เวลล์ จนทำให้แฮชแท็ก #Animal Farm ติดอันดับต้นๆ ในเทรนด์ทวิตเตอร์

แอนิมัลฟาร์ม Animal Farm เป็นหนังสือนวนิยายสั้นเชิงอุปมานิทัศน์ที่เขียนโดยจอร์จ ออร์เวลล์ ตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2488 นิยายเรื่องนี้สะท้อนถึงเหตุการณ์การปฏิวัติรัสเซียและการครองอำนาจของสตาลิน โดยใช้สัตว์เป็นตัวดำเนินเรื่อง คล้ายกับการเสียดสีการเมือง แต่ดำเนินเรื่องได้อย่างสนุกสนาน ด้วยการอุปมาตัวละครส่วนหนึ่งเป็นสัตว์ต่างๆ ที่ยึดอำนาจจากมนุษย์ และดำรงชีวิตด้วยตนเอง