ได้ผลจริง ทางเชื่อมผืนป่าทับลาน-เขาใหญ่ เลียงผาโผล่ใช้เป็นเส้นทางข้าม

เปิดคลิปยืนยันทางเชื่อมผืนป่าทับลาน-เขาใหญ่ ช่วยสัตว์ได้ หลังเลียงผา โผล่ใช้ทางผ่านไปหาแหล่งน้ำ

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2562 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sartra SForester ได้มีการเผยแพร่ภาพและคลิปยืนยันว่า ทางเชื่อมผืนป่าสำหรับให้สัตว์ป่าข้าม (Wildlife Corridor) ระหว่างป่าทับลานและป่าเขาใหญ่นั้นจะใช้ได้ผลจริง หลังจากมีสัตว์ป่าทยอยใช้เป็นเส้นทางผ่านจากป่าทับลานสู่ป่าเขาใหญ่ โดยเฉพาะคลิป เลียงผาหนุ่มได้ใช้เส้นทางดังกล่าว เดินผ่านลำพระยาธาร จากป่าทับลาน สู่ป่าเขาใหญ่เป็นที่เรียบร้อย

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า วันนี้ขอมาในเชิงวิชาการหน่อยครับ

หลายต่อหลายครั้ง……

ที่ผมต้องตอบคำถามใครต่อใครว่า “ทางเชื่อมผืนป่าสำหรับให้สัตว์ป่าข้าม” (Wildlife Corridor) ระหว่างป่าทับลานและป่าเขาใหญ่นั้นจะใช้ได้ผลจริง…จะมีสัตว์ป่าเดินข้ามทางเชื่อมไปมาหาสู่กัน เป็นไปตามเป้าหมายที่ประเทศเรายอมเสียเงินก้อนใหญ่ในการก่อสร้างหรือไม่ ?

ซึ่งนักวิชาการป่าไม้ระดับทำงานนานเป็นพิเศษอย่างกระผม ก็มักจะตอบว่า…ผมมั่นใจว่าจะได้ผล เพียงแต่อาจต้องรอเวลาให้สัตว์ป่ารู้สึกมั่นใจว่าจะปลอดภัยขณะข้ามทางเชื่อมผืนป่าเสียก่อน….สักวันต้องมีเสีอโคร่งเดินข้ามจากป่าทับลาน เพื่อไปหาถิ่นอาศัยหรือ habitat ใหม่ในป่าเขาใหญ่แน่นวล
~
~~~~
~~~~~~~~

ช่วงเวลาที่ผ่านมา..ผมทราบจากการสำรวจรอยตีน ว่ามีสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น กวาง เลียงผา หมีควาย แมวดาว หมาจิ้งจอก (รึหมาบ้านหว่า!!???) ได้ข้ามทางเชื่อมผืนป่าในส่วนที่เป็นอุโมงค์ให้สัตว์ป่าเดินข้ามข้างบนแล้ว แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าสัตว์ป่าเหล่านั้นได้ข้ามลำห้วย “ลำพระยาธาร” ไปสู่ป่าเขาใหญ่อย่างแน่ชัดหรือไม่

หรืออาจเป็นเพียงการที่สัตว์ป่าฝั่งทับลานเดินข้ามอุโมงค์ทางเชื่อมลงไปกินน้ำใน “ลำพระยาธาร” แล้วเดินย้อนกลับมา ก็เป็นได้ จนมีเสียงกล่าวขานจากท่านผู้รู้ว่า….. ทางลาดหลังอุโมงค์มันชันไปป่าวแว๊???? ตอนมันเดินลงไปข้อเท้าพลิกตายหงส์ ตายห่าน!!!”

“สัตว์ป่ามันจะข้ามน้ำได้ยังไงฟะ!!! ทำไมไม่สร้างสะพานข้ามน้ำให้มันด้วยเลยล่ะ ไม่ก็บริการเสื้อชูชีพให้มันหน่อย”

🤨🤨🤨🤨🤨😤😤😤😤😤😤
~
~~~~~
~~~~~~~~~

และแล้ว ค่ำวันดีๆ ของวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 ผมก็ได้คำตอบที่รอคอย….

19.03 เลียงผาหนุ่มตัวนั้น (รุ่นน้อง wildlifer ผู้เชี่ยวชาญในการดูไข่สัตว์ว่าไว้) ก็ได้ข้ามเขตแดนจากป่าทับลาน สู่ป่าเขาใหญ่เป็นที่เรียบร้อย

อ้อ!!!…..ฝากบอกเฮียๆ ป๋าๆ ที่อยากมาล่าสัตว์แถวนี้ด้วยนะครับว่า ไอ้กระผม กับทีมงานน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่ชาวบ้านแถวนี้เขารัก เขาหวงสัตว์ป่ามาก

แต่ที่แน่ๆ ……พวกเขาดุมาก!!! 🤨😠😆😎

#NCAPS ทำได้ทุกอย่างที่ใจหวัง

สำหรับ “ทางเชื่อมผืนป่า” เขาใหญ่-ทับลาน เป็นโครงการเป็นการขยายถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-ปักธงชัย ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 192+015 ถึง 195+015 ระยะทาง 3 กิโลเมตร ก่อสร้างโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) งบประมาณ 1,319.257 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญา 17 ก.ค. 2558 ขยายสัญญาอีก 2 ครั้ง แล้วเสร็จเมื่อ 26 ม.ค. 2562 รวมระยะเวลา 1,290 วัน

ประกอบด้วย อุโมงค์คู่ช่วงยาว 250 เมตร ห่างออกไปประมาณ 100-200 เมตร เป็นอุโมงค์คู่ช่วงที่ 2 ยาวอีก 180 เมตร มีขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ ด้านบนอุโมงค์ปลูกต้นไม้ให้สัตว์ป่าเดินข้ามไปมา รวมทั้งติดรั้วกั้นด้านล่างอุโมงค์ไม่ให้รถเฉี่ยวชนสัตว์ป่า ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะเป็นสะพานยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร ยาว 570 เมตร โดยให้รถยนต์ใช้ทางยกระดับและปลูกต้นไม้ให้สัตว์ป่าลอดใต้ทางยกระดับดังกล่าว

ซึ่งเส้นทางดังกล่าวจะเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.นครราชสีมา กับภาคตะวันตกที่ อ.กบินทร์บุรี อ.ปราจีนบุรี ผ่าน จ.นครนายก ต่อเนื่องไปยังกรุงเทพมหานคร แบ่งเบาการจราจรบนถนนมิตรภาพ และถนนพหลโยธิน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล รวมทั้งเป็นเส้นทางต่อเนื่องไปยังท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

‘วิษณุ’ยันศาลวินิจฉัยสูตรคำนวณ ‘ปาร์ตี้ลิสต์’ ไม่กระทบการประกาศผลเลือกตั้ง

รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่กระทบการประกาศผลเลือกตั้ง ย้ำทุกปัญหามีทางออก

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย สูตรคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีคำร้องในวันพรุ่งนี้ ว่า ขณะนี้ยังไม่มีผลประกาศรับรองเลือกตั้ง แต่ถ้ามีคำวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ ต้องมาคิดกันใหม่ว่าจะทำอย่างไร

ส่วนการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่นั้น ขออย่าคิดล่วงหน้าไปไกลขนาดนั้น และเชื่อว่าจะไม่ทำให้เกิดทางตันทางการเมือง เพราะทุกอย่างมีทางออกในตัวอยู่แล้ว ซึ่งต้องรอว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้เพื่อพิจารณาหรือไม่ หรือรับแล้วจะมีคำสั่งพิจารณาอย่างไร อย่างไรก็ตามการที่ กกต.ประกาศ ส.ส.แบบแบ่งเขต ในวันนี้ ถือเป็นข้อยุติ เพราะจะนำมาเป็นฐานในการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เว้นแต่จะมีการให้ใบส้มกับผู้มีคุณสมบัติต้องห้าม ดังนั้นหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งใดก็ตาม ก็จะมีผลกระทบเฉพาะ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีรัฐมนตรี เตรียมลาออก เพื่อไปดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า รัฐมนตรีที่จะลาออกไม่จำเป็นต้องลาออกในวันนี้ แต่ควรดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่จะนำรายชื่อขี้นทูลเกล้าฯ ทั้งนี้ยอมรับว่า มีรัฐมนตรีหลายกระทรวงที่ลาออก แต่ไม่ถึงครึ่งของจำนวนรัฐมนตรีทั้งหมด รวมถึงไม่จำเป็นต้องตั้งรัฐมนตรีใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน แต่สามารถใช้วิธีการแต่งตั้งรัฐมนตรีคนอื่น เข้ามาทำหน้าที่รักษาการแทนได้

ไออีซีประเมิน ลดหย่อนภาษี ‘บ้านหลังแรก’ เงินเดือนน้อยกว่า 25,000 ไม่ได้ประโยชน์

ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยผ่านการลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการซื้อบ้านได้มากน้อยตามอัตราภาษีเงินได้ของผู้ซื้อ ทั้งนี้แม้บ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทจะมีสัดส่วนประมาณ 80% ของที่อยู่อาศัยเหลือขายในปัจจุบัน แต่ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่า ผลบวกของมาตรการต่อตลาดที่อยู่อาศัยอาจมีไม่มาก

เนื่องจาก (1) เงื่อนไขของมาตรการที่จำกัดเฉพาะผู้ซื้อบ้านหลังแรก (2) สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับน้อยกว่าและระยะเวลาสั้นกว่าที่ภาครัฐเคยทำมาในอดีต (3) ความเข้มงวดของการให้สินเชื่อบ้านของสถาบันการเงินมีมากขึ้น โดยเฉพาะจากเกณฑ์ LTV ใหม่   (4) หนี้ครัวเรือนที่ยังสูง ขณะที่ รายได้ของครัวเรือนขยายตัวต่ำ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการอาจอาศัยจังหวะนี้ออกโปรโมชันเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการซื้อบ้านของของกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการในครั้งนี้ เพื่อเร่งระบายที่อยู่อาศัยเหลือขายได้มากขึ้น

รัฐบาลออกมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ผ่านการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าซื้อบ้านพร้อมที่ดิน หรือคอนโดมิเนียมที่มีมูลค่าไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยค่าลดหย่อนให้เป็นไปตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 200,000 บาท ทั้งนี้มีเงื่อนไขเฉพาะผู้ที่จดทะเบียนซื้อบ้านหลังแรกตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2019 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2019 และต้องถือครองกรรมสิทธิ์ติดต่อกันอย่างน้อย 5 ปีนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียน ทั้งนี้ภาครัฐประเมินว่ารัฐจะสูญเสียรายได้จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 1,350 ล้านบาท

อีไอซีมองมาตรการในครั้งนี้ช่วยลดต้นทุนการซื้อบ้านของผู้ซื้อบ้านหลังแรกได้บ้างมากน้อยตามฐานภาษีที่เสีย แต่ผู้มีเงินเดือนน้อยกว่า 25,000 บาทที่ซื้อบ้านหลังแรกจะไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ โดยต้นทุนที่ลดลงมาจากการประหยัดภาษีเงินได้ที่ได้จากค่าลดหย่อนที่มีเพิ่มขึ้นเพื่อหักออกจากเงินได้พึงประเมิน ก่อนนำไปคำนวณภาษีเงินได้ ทั้งนี้ ผลประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับจะแตกต่างกันตามฐานภาษีที่ต้องชำระ โดยผู้ที่มีรายได้สูงจะได้รับประโยชน์ที่มากกว่าผู้มีรายได้น้อยซึ่งเสียภาษีเงินได้ในอัตราที่ต่ำกว่า เช่น ผู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท เป็นผู้ที่เสียภาษีในอัตรา 35% จะได้ส่วนลดภาษีจากมาตรการนี้ไป 70,000 บาท ขณะที่ถ้าเป็นผู้เสียภาษีในอัตรา 5% จะได้ส่วนลดภาษีจากมาตรการนี้ไป 10,000 บาท เป็นต้น ขณะที่ผู้มีเงินเดือนน้อยกว่า 25,833 บาทต่อเดือน (กรณีโสด ไม่มีค่าลดหย่อนอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดที่ 60,000 บาทสำหรับผู้มีเงินได้ และไม่ได้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม) จะไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว

แม้มาตรการสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยในปีนี้คล้ายคลึงกับมาตรการที่ออกมาในปี 2011 และ 2015 แต่ผลบวกต่อผู้เสียภาษีที่ซื้อบ้านหลังแรกอาจมีน้อยกว่า เนื่องจากเม็ดเงินที่ได้จากการประหยัดภาษีเงินได้ของมาตรการในปี 2019 มีน้อยกว่ามาตรการในปี 2011 และ 2015 และระยะเวลาที่มีผลบังคับใช้ยังสั้นกว่า โดยในปี 2019 มีระยะเวลาเพียง 8 เดือน ซึ่งสั้นกว่าในปี 2011 และ 2015 ที่มีระยะเวลาถึง 19 เดือน และ 14 เดือน ตามลำดับ (รูปที่ 2)

  • ในปี 2011 ผู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทสามารถนำ 10% ของมูลค่าบ้านที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท มาหักลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ทั้งจำนวน โดยแบ่งทยอยหักลดภาษีในจำนวนที่เท่ากันเป็นเวลา 5 ปีภาษี เช่น นาย A ซื้อบ้านหลังแรกราคา 5 ล้านบาท จะได้เงินภาษีคืนปีละ 100,000 บาท เป็นเวลา 5 ปีภาษี เท่ากับว่านาย A จะซื้อบ้านถูกลงไป 10% หรือ ซื้อบ้านได้ในราคา 4.5 ล้านบาท เป็นต้น
  • ปี 2015 ผู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทสามารถนำค่าใช้จ่ายของการซื้อบ้านจำนวน 20% ของมูลค่าบ้านที่ซื้อจริงไปลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุดไม่เกิน 600,000 บาทต่อ 5 ปีภาษี (ลดหย่อนได้ปีละ 120,000 บาท) คล้ายกับมาตรการ 2019 แต่ค่าลดหย่อนภาษีของปี 2015 จะได้มากกว่าปี 2019

อีไอซีประเมินว่า ผลบวกของมาตรการดังกล่าวต่อตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวมอาจมีไม่มาก โดยยังคงคาดการณ์มูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยของทั้งประเทศในปี 2019 หดตัวประมาณ 10% แม้ว่ามาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้จากค่าซื้อบ้านของรัฐบาลจะช่วยลดต้นทุนของผู้เสียภาษีที่ซื้อบ้านหลังแรก แต่ผลบวกที่มีต่อการกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวมอาจมีไม่มาก เนื่องจาก

  • ผู้ได้รับผลประโยชน์ของมาตรการอาจมีไม่มาก เนื่องจากต้องเป็นผู้ที่มีเงินเดือนขั้นต่ำ 25,000 บาทและต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมาก่อน ทำให้กลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ถูกจำกัด ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐก็ส่งเสริมการซื้อบ้านหลังแรกมาเป็นระยะตลอดช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้เสียภาษีที่เข้าข่ายจะได้ประโยชน์จากมาตรการอาจมีไม่มากเท่ากับในครั้งแรกที่ออกมาตรการนอกจากนี้ หากเทียบกับมาตรการลดค่าโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองที่อยู่อาศัย ผลบวกต่อกลุ่มเป้าหมายที่กว้างมากกว่า ซึ่งจะสามารถสนับสนุนตลาดที่อยู่อาศัยได้มากกว่า ดังเช่นที่ดำเนินมาแล้วในช่วง 2015 ที่ทางการดำเนินการลดค่าโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองที่อยู่อาศัยไปในช่วงเดือน ตุลาคม 2015-เมษายน 2016 ซึ่งมาพร้อมกับมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้จากการซื้อบ้านหลังแรก ส่งผลให้ยอดโอนที่อยู่อาศัยขยายตัวเร่งขึ้นในช่วงดังกล่าว แต่เมื่อหมดมาตรการลดค่าโอนฯ แม้ยังมีมาตรการลดหย่อนภาษีการซื้อบ้านอยู่ก็ตาม แต่ยอดโอนฯ ก็ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน (รูปที่ 3)
  • การพิจารณาสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินมีความเข้มงวดมากขึ้นจากเกณฑ์ LTV ใหม่ที่มีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2019 ซึ่งแตกต่างจากช่วงปี 2008 และ 2015 ที่ภาครัฐใช้มาตรการสนับสนุนอสังหาฯ ที่คล้ายคลึงกัน โดยในปีดังกล่าวมีเกณฑ์ LTV ที่ผ่อนปรนมากกว่าปัจจุบัน โดยเฉพาะในปี 2015 ที่ภาครัฐสั่งการให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ผ่อนปรนสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ของผู้กู้จาก 33% เป็น 50% (รูปที่ 2)
  • ภาระหนี้ของภาคครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงยังกดดันความสามารถในการกู้เพื่อซื้อบ้าน ท่ามกลางรายได้ของครัวเรือนที่เติบโตในอัตราต่ำ

มาตรการสนับสนุนกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยสัดส่วนกว่า 80% ของที่อยู่อาศัยเหลือขายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่อาจไม่ช่วยลดหน่วยเหลือขายลงไปได้มากนัก จากข้อมูลของ AREA พบว่าที่อยู่อาศัยเหลือขาย (ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จพร้อมขายและกำลังก่อสร้าง) ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ณ สิ้นปี 2018 มีจำนวนประมาณเกือบ 2 แสนหน่วย โดยเป็นที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทจำนวน 1.6 แสนหน่วย หรือประมาณ 80% ของหน่วยเหลือขายทั้งหมด แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนบราบ 9.5 หมื่นหน่วย และคอนโดมิเนียม 6.5 หมื่นหน่วย แม้ว่ามาตรการในครั้งนี้จะสนับสนุนที่อยู่อาศัยกลุ่มหลักของตลาด แต่จากหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อบ้านที่เข้มงวดและข้อจำกัดของมาตรการตามที่กล่าวมาข้างต้น อาจทำให้ผู้บริโภคไม่ได้เร่งซื้อบ้านมากนักจากมาตรการทางภาษีในครั้งนี้ และอาจไม่ได้ช่วยให้ที่อยู่อาศัยเหลือขายลดลงมากนัก

ผู้ประกอบการที่มีบ้านสร้างเสร็จเหลือขายราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทในสัดส่วนสูง อาจออกโปรโมชันเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อให้กับผู้ซื้อในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาษีในครั้งนี้ แม้ในตัวมาตรการสนับสนุนภาคอสังหาฯ ในครั้งนี้ของทางการอาจไม่สามารถส่งผลบวกต่อภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยได้มากนัก แต่ผู้ประกอบการก็อาจช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อบ้านหลังแรกของผู้บริโภคได้ โดยการออกโปรโมชันเพิ่มเติมในช่วงเวลาเดียวกับที่มีมาตรการ เพื่อให้การเร่งระบายที่อยู่อาศัยเหลือขายทำได้มากขึ้น


ที่มา: Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์