เด้ง พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง เข้ากรุ คาดเซ่นคลิปฉาว

ผบช.น. มีคำสั่งย้าย พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ (ศปก.น.) เหตุไม่สนองนโยบายของผู้บังคับบัญชา

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (3 พ.ค. 2562) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.  ได้มีการเผยแพร่คำสั่งย้าย พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง ให้ไปปฏิบัติราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.)

จากนั้นได้แต่งตั้งให้ พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ ผกก.สน.หนองจอก ไปรักษาราชการแทนตำแหน่ง ผกก.สน.ห้วยขวางแทน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 2562 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

โดย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. ได้ให้เหตุผลว่า พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ไม่สนองนโยบายของผู้บังคับบัญชา จึงมีคำสั่งให้ปฏิบัติราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) ดังกล่าว

สำหรับสาเหตุของการสั่งย้ายด่วนดังกล่าว แท้จริงแล้วคาดว่าน่าจะมาจากการกรณีคลิปชายแต่งกายคล้ายตำรวจจราจร ออกมาอำนวยความสะดวกการจราจร แต่กลับปฎิบัติหน้าที่ไม่เหมาะสม ด้วยเรียกตรวจและยึดใบขับขี่ของผู้ใช้รถ จนเป็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในดลกออนไลน์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

พาณิชย์ ลุยจับโกงเครื่องชั่งผลไม้เอาเปรียบประชาชน

กรมการค้าภายใน คุมเข้มส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครื่องชั่งซื้อขายผลไม้ทั่วประเทศ ลุยจับโกงเครื่องชั่งเอาเปรียบประชาชน

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายนที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ผลไม้เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ มะม่วง ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อรักษาความ เป็นธรรมต่อเกษตรกรในการขายผลไม้ให้กับพ่อค้าคนกลางและคุ้มครองผู้บริโภคที่ซื้อผลไม้สำหรับบริโภคเอง

จึงมอบหมายให้ศูนย์ชั่งตวงวัด/สำนักงานสาขาชั่งตวงวัดทั่วประเทศ 32 แห่ง ออกตรวจสอบเครื่องชั่งที่ใช้รับซื้อผลไม้ตามล้งและพ่อค้าคนกลาง เครื่องชั่งขายผลไม้ตามแผงและรถเร่ขายผลไม้ทั่วประเทศ โดยผลการตรวจสอบตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมถึงปัจจุบันตรวจสอบเครื่องชั่ง ณ จุดรับซื้อขายผลไม้จำนวน 2,929 ราย เครื่องชั่งที่ตรวจสอบ จำนวน 3,378 เครื่อง เครื่องชั่งถูกต้อง จำนวน 3,340 เครื่อง เครื่องชั่ง ที่ไม่ถูกต้องที่มีสภาพไม่เที่ยงตรงและเสื่อมสภาพจึงได้ทำการยึด จำนวน 38 เครื่อง

รวมทั้ง ได้ตรวจพบพ่อค้ารถเร่ขายทุเรียนใช้เครื่องชั่งสปริงที่ดัดแปลงแก้ไขภายในเครื่องชั่งสปริง เพื่อเอาเปรียบผู้บริโภค ให้มีน้ำหนักมากกว่าปกติถึง 1.5 กิโลกรัม ต่อน้ำหนักทุเรียน 1 ลูก นายตรวจชั่งตวงวัดศูนย์ชั่งตวงวัดเชียงใหม่จึงทำการจับกุมตัวผู้กระทำความผิดส่งพนักสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งฟ้องดำเนินคดีต่อไป

โดยการกระความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และไม่เกิน 280,000 บาท และอีก 1 ราย ได้รับคำร้องเรียนว่าแผงขายทุเรียนบริเวณมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีพฤติกรรมโกงน้ำหนัก นายตรวจชั่งตวงวัดจึงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีพฤติกรรมหลอกลวงค่าน้ำหนักของทุเรียนเกินน้ำหนักอันแท้จริงประมาณ 2-3 ขีดต่อลูก

อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงทำการจับกุมตัวผู้กระทำความผิดส่งพนักสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอภูพิงค์ราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ต่อไป

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ในช่วงวันที่ 2 – 4 พฤษภาคม 2562 นี้ กรมการค้าภายในได้จัดคาราวานสายตรวจเพื่อตรวจสอบเครื่องชั่งรับซื้อ-ขายผลไม้ ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดตราด จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดระยอง และขอเตือนพ่อค้าให้ใช้เครื่องชั่งที่ผ่านการตรวจให้คำรับรองจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์

โดยเครื่องชั่งที่ผ่านการตรวจให้คำรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่จะมีการประทับเครื่องหมายคำรับรองตราครุฑและติดสติกเกอร์ที่ตัวเครื่องชั่ง ทั้งนี้ สำหรับผู้ขายผลไม้ให้กับผู้รับซื้อคนกลางหรือประชาชนผู้บริโภค หากสงสัยว่า ผู้รับซื้อ-ขายผลไม้ใช้เครื่องชั่งที่ไม่ถูกต้องหรือมีพฤติกรรมในการใช้เครื่องชั่งที่ไม่ปกติ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือศูนย์ชั่งตวงวัด/สำนักงานสาขาชั่งตวงวัดทั่วประเทศ

โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศทหาร และเรียกคืนเครื่องราช พันเอกหญิง

โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศทหาร และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พันเอกหญิง นันท์นภัส จิตระพรหมา และพล.อ.ต.หญิงรัชนีวรรณ อมรรัตน์ชยุต

วันที่ 3 พ.ค. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ พระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดยศทหารและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ดังนี้

ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดยศทหาร และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้ถอด พันเอกหญิง นันท์นภัส จิตระพรหมา สังกัดกองทัพบก ออกจากยศทหาร ตั้งแต่ วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๑

เนื่องจากกระทําผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่๖)พ.ศ. ๒๕๐๑ ประกอบระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดํารงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๐๗

ข้อ ๒ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวี ติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ ๖ และข้อ๗ (๔) ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๘

ทั้งนี้พันเอกหญิง นันท์นภัส จิตระพรหมา เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒

ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ
รองนายกรัฐมนตรี


นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษา ยังได้เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานพระราชานุญาต ให้ถอดยศทหาร และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยมีความว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้ถอด พล.อ.ต.หญิง รัชนีวรรณ อมรรัตน์ชยุต

นายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.2562 เนื่องจากกระทําผิดวินัยทหารฐานขัดคําสั่งผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย และการขัดคําสั่งนั้นเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พ.ศ.2479

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2501 ประกอบระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดํารงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ.2507 ข้อ 2 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ ช้างเผือก

ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ ช้างเผือก เหรียญราชการชายแดน และเหรียญจักรมาลาที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ 6 และข้อ 7 (4) ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548

ทั้งนี้ พล.อ.ต.หญิง รัชนีวรรณ อมรรัตน์ชยุต เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว

ประกาศ ณ วันที่ 22 มี.ค.2562