เจาะ ‘โซลาร์เซลล์ หลังคาบ้าน’ วิธีขายไฟคืนให้การไฟฟ้า พร้อม FAQ คำถามที่พบบ่อย

เปิดรายละเอียดโครงการ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’

ในปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี สร้างประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์มากมาย หนึ่งในนั้นคือการที่ผู้บริโภคสามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองได้ แถมยังสามารถขายส่วนที่เหลือ จากส่วนที่สามารถผลิตได้ในช่วงที่ไม่อยู่บ้าน ส่งไปขายให้รัฐฯ  ทำให้ผู้บริโภคที่เคยจ่ายเงินเพื่อแลกกับไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว มีศักยภาพที่จะผลิตและขายไฟฟ้าไปได้พร้อม ๆ กัน

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

ทั้งนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เตรียมเปิดโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สําหรับภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย (ปี 2562) ให้ผู้ใช้ไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประเภทบ้านอยู่อาศัย ที่สนใจจะลงทุนติดตั้ง หรือติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอยู่แล้วสามารถผลิตไฟฟ้าได้เอง เพื่อสนับสนุนให้ผู้ใช้ไฟฟ้า ลดค่าไฟฟ้าที่ใช้เองภายในบ้าน และหากเหลือจากการใช้เองก็สามารถขายคืนให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ โดยในเดือนนี้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะเริ่มเปิดให้ผู้ที่สนใจร่วมโครงการ ลงทะเบียนและรับข้อเสนอโครงการ

ทั้งนี้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้กำหนดอัตราการรับซื้อไฟฟ้าประจำปี 2562 อยู่ที่ 1 บาท 68 สตางค์ต่อหน่วย โดยมีระยะเวลาสนับสนุน 10 ปี ซึ่งผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์สูงสุดได้ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ต่อราย โดยผู้ที่ยื่นคําขอขายไฟฟ้าจะต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าของไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย โดยชื่อผู้ยื่นคําขอฯ เป็นชื่อเดียวกับในบิลค่าไฟฟ้าเท่านั้น และยังคงสถานะเป็นผู้ใช้ไฟฟ้ากับไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอยู่

โซลาร์ เซลล์
‘โซลาร์ เซลล์’

โดยบ้านที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา ซึ่งขอขนานกับการไฟฟ้าเพื่อใช้ไฟเองเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น สามารถยื่นข้อเสนอเข้าร่วมโครงการได้ โดยหากผ่านการคัดเลือกแล้วจะต้องยกเลิกสัญญาหรือการเชื่อมต่อที่มีอยู่เดิม ก่อนการลงนามสัญญาเข้าร่วมกับโครงการนี้

อย่างไรก็ตามในวันนี้ ทีมข่าว MThaiNews จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ ‘โซลาร์ รูฟท็อป’ ภาคประชาชน และพลังงานจาก ‘โซลาร์ เซลล์’ ซึ่งมีรายละเอียดมากมาย และต้องมีสัญญาขายไฟให้การไฟฟ้า ไม่สามารถทำได้เองอย่างอิสระ โดยมีคำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาภาคประชาชน และรายละเอียดการเข้าร่วมโครงการ รวมถึงคุณสมบัติผู้ร่วมโครงการดังนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง กกพ. เปิดรับยื่นคำร้องใช้ โซล่าเซลล์ พ.ค. 62 พร้อมรับซื้อไฟฟ้าหน่วยละ 1.68 บ.

‘โซลาร์ เซลล์’ คืออะไร

โซลาร์เซลล์ มีชื่อเรียกหลายอย่าง อาทิ เซลล์แสงอาทิตย์ เซลล์สุริยะ ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากการตกกระทบของแสงบนวัตถุที่มีความสามารถในการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง ถูกค้นพบมาตั้งแต่ ปี 1839 ตั้งแต่เซลล์แสงอาทิตย์ยังไม่ถูกสร้างขึ้นจนกระทั่งในปี 1954 จึงมีการประดิษฐ์เซลล์แสงอาทิตย์ และได้ถูกนำไปใช้เป็นแหล่งจ่ายพลังงานให้กับดาวเทียมในอวกาศเมื่อปี 1959

‘โซลาร์ เซลล์’

ลักษณะเด่นของเซลล์แสงอาทิตย์

  •  แสงอาทิตย์เป็นพลังงานจากธรรมชาติ  ที่สะอาด บริสุทธิ์ ไม่ก่อปฏิกิริยาที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ และไม่มีวันหมดไปจากโลกนี้
  • สามารถนำไปใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ทุกพื้นที่บนโลก และได้พลังงานไฟฟ้ามาใช้โดยตรง
  • ไม่เกิดของเสียขณะใช้งาน จึงไม่มีการปล่อยมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อม
  • ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงอื่นใดนอกจากแสงอาทิตย์ รวมถึงไม่มีการเผาไหม้ จึงไม่ก่อให้เกิดมลภาวะด้านอากาศและน้ำ
  • เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่กับที่ และไม่มีชิ้นส่วนใดที่มีการเคลื่อนไหวขณะทำงาน จึงไม่เกิดการสึกหรอ
  • ไม่เกิดเสียงและไม่มีการเคลื่อนไหวขณะใช้งาน จึงไม่เกิดมลภาวะด้านเสียง
  • อายุการใช้งานยืนยาวและประสิทธิภาพคงที่
  • น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก รวดเร็ว และประกอบได้ตามขนาดที่ต้องการ เพราะมีลักษณะเป็นโมดูล ช่วยลดปัญหาการสะสมของก๊าซต่างๆ ในบรรยากาศ

ระบบผลิตไฟฟ้า ‘โซลาร์ เซลล์’ มี 3 ระบบได้แก่

  • ระบบออฟกริต (Off Grid)ที่มีแบตเตอรี่เก็บไฟไว้ใช้ตอนกลางคืนได้
  • ระบบออนกริต (on Grid)หรือ ระบบขายไฟ ใช้เงินลงทุนน้อยและคุ้มค่ามากที่สุด แต่ต้องอาศัยนโยบาลของรัฐบาลช่วยผลักดัน ระบบนี้มีข้อจำกัดก็คือ การไฟฟ้าไม่สามารถรับไฟได้แบบไม่อั้น เพราะข้อจำกัดเรื่องขนาดหม้อแปลงของการไฟฟ้าเหมาะกับที่ที่มีไฟฟ้าใช้อยู่แล้ว จึงใช้ไฟได้เฉพาะตอนกลางวัน แต่ระบบจะมีแผงจำนวนมากไว้ผลิตไฟ หากติดตั้งเองจะเชื่อมต่อกับมิเตอร์ของการไฟฟ้า มีความเสี่ยงเกิดอันตรายได้ จึงต้องทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด
  • ระบบไฮบริด (Hybrid) หรือระบบผสม ที่มีแบตเตอรี่ไว้เก็บไฟ ซึ่งพัฒนามาจากระบบออฟกริต

หลักเกณฑ์เบื้องต้นของผู้เข้าร่วมโครงการ ‘โซล่า รูฟท็อป’ ภาคประชาชน

  1. ผู้ที่เป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า ประเภทที่บ้านอยู่อาศัย
  2. มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าน้อยกว่า 10 KWp ต่อมิเตอร์
  3. การไฟฟ้าจะรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตราไม่เกิน 1.68 บาทต่อหน่วย ในระยะเวลารับซื้อส่วนเกิน 10 ปี
  4. ยอดรวมทั้งโครงการไม่เกิน 100 เมกะวัตต์
  5. COD ภายในปี 2562

พื้นที่ดำเนินการ ของการไฟฟ้านครหลวง ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานครนนทบุรี และสมุทรปราการ สำหรับพื้นที่ดำเนินการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย 74 จังหวัดที่อยู่นอกเหนือจากพื้นที่ดำเนินการของการไฟฟ้านครหลวง

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ

  • บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า
  • เป็นผู้ที่มีเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าประเภทที่ 1 ตามประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายไม่เกิน 10 KW ต่อครัวเรือน
solar rooftop

วิธีการรับซื้อใช้ระบบ ‘ใครยื่นก่อนได้ก่อน’

ส่วนวิธีการรับซื้อจะใช้ระบบ ใครยื่นก่อนได้ก่อน (First come First serve) ผ่านระบบ Online ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ Grid Code ในปัจจุบัน และจดแจ้งยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตผ่านระบบ Online ของสำนักงาน กกพ. โดยจะยึดถือวันและเวลาที่ได้รับแบบคำขอที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ของเอกสารหลักฐานที่กำหนดเป็นสำคัญ

ขั้นตอนในการดำเนินการ ประกอบด้วย

  1. สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) จะเริ่มกระบวนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการฯ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 โดยประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลได้ที่ 02-207-3599 หรือติดตามจากเว็บไซต์ สำนักงาน กกพ. ที่ www.erc.or.th และเว็บไซต์ของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายทั้ง 2 แห่ง
  2. เปิดรับลงทะเบียนสำหรับผู้สนใจเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวงและเว็บไซต์ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และหมดเขตรับลงทะเบียนภายในปี 2562
  3. ทยอยประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาโดยการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562
  4. กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ ภายในปี 2562

ไทม์ไลน์การจัดซื้อไฟฟ้าโซลาร์ภาคประชาชนจาก สำนักงาน กกพ.

  • ตั้งแต่ พฤษภาคมถึงกรกฏาคม 2562 การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะเปิดลงทะเบียนและรับข้อเสนอโครงการ
  • ตั้งแต่ มิถุนายนถึงสิงหาคม 2562 การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการพิจารณา
  • ภายใน ตุลาคม 2562 ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
  • ภายในปี 2562 ต้องจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD)

ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลจะได้ออกมาตรการสนับสนุนให้ผู้ผลิตแผงโซล่าเซลล์และผู้ประกอบการติดตั้งระบบในประเทศ และสถาบันอาชีวะศึกษา มีส่วนร่วมในธุรกิจการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ ที่ในแต่ละปีคาดว่าจะมีการติดตั้งประมาณ 10,000-20,000 ระบบ เป็นมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 40,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาโครงการ 10 ปี

[FAQ] รวมคำถามที่พบบ่อย ในโครงการ’โซลาร์ รูฟท็อป’

Q : จำเป็นต้องมีหลักฐานแสดงความพร้อมทางด้านการเงิน หรือวางหลักค้ำประกันด้วยหรือไม่
A : ตามหลักเกณฑ์ของโครงการนี้ในปี 2556 ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานแสดงความพร้อมทางการเงิน ผู้ยื่นคำขอควรจะหาการค้ำประกันระบบผลิตไฟฟ้าจากบุคคลที่สามตามที่เหมาะสม แต่เงื่อนไขของโครงการในปีนี้ ยังไม่มีประกาศออกมาแน่ชัด

Q : สามารถยื่นคำขอขายไฟฟ้าได้ที่ไหนบ้าง
A : ผ่านระบบ Online ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)

Q : หลังผ่านการพิจารณาจะต้องทำอะไรต่อ
A : ต้องไปติดต่อการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ภายในระยะเวลาที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายกำหนด เพื่อเปลี่ยนเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าเป็นประเภทดิจิทัลและชำระค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า การตรวจสอบระบบอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานที่ กกพ. กำหนด

Q : เมื่อทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายแล้ว สามารถโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้ผู้อื่นได้หรือไม่ 
A : จะต้องได้รับการยินยอมจากการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายก่อนตามหลักเกณฑ์ที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายกำหนด

Q : การติดตั้งเพื่อขายไฟให้การไฟฟ้า’โซลาร์ เซลล์’ จะกระทบต่อการใช้ไฟในบ้านหรือไม่
A :
ไม่เกี่ยวกับการใช้ไฟในบ้าน โดยเจ้าของบ้านก็จ่ายเงินค่าไฟฟ้าไปตามปกติ ส่วนไฟฟ้าที่ใช้ขายคือการแปลงสภาพหลังคาบ้าน เป็นโรงผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดเล็ก และขายคืนให้กับการไฟฟ้า

Q : ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาได้ทุกประเภทหรือไม่
A :
ทุกประเภทสามารถติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ได้ เพราะหลังคาเป็นส่วนที่รับแรงน้อยมาก โดยหลังคาที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร

Q : หากมีการลักลอบนำไฟฟ้าจากแหล่งอื่นมาจำหน่ายแทนไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแสงอาทิตย์จะมีผลอย่างไร
A : โทษหนักมาก เพราะถือเป็นการละเมิดสัญญาซื้อขายไฟฟ้า สัญญาซื้อขายไฟฟ้าจะสิ้นสุดลงในทันที รวมทั้งจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะถูกเรียกเก็บค่าปรับ และถูกเรียกคืนค่าไฟฟ้าที่ได้รับจากการจำหน่ายไฟฟ้าเต็มจำนวนที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้จ่ายให้กับผู้ผลิตไฟฟ้าไปแล้วอีกด้วย

แผงโซล่าเซลล์
ส่วนประกอบแผงโซล่าเซลล์

Q : การไฟฟ้าจะรับไฟฟ้าที่ผลิตจากหลังคาบ้านเราอย่างไร
A :
โดยทั่วไป กระแสไฟฟ้าจะสามารถไหลได้สองทาง ซึ่งการไฟฟ้าจะส่งไฟฟ้ามาทางไหน การไฟฟ้าก็จะรับคืนไฟฟ้าไปทางนั้น โดยเมื่อติดแผงโซล่าร์เซลล์แล้ว จะต้องมี “มิเตอร์ขายไฟ”เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตัว เพื่อรับไฟฟ้าที่ผลิตจากหลังคาบ้านคืนกลับไปยังการไฟฟ้า

Q : ต้องมีแบตเตอรี่เก็บไฟก่อนขายให้การไฟฟ้าไหม
A :
ไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ 

Q : แผงเซลล์แสงอาทิตย์มีอายุการใช้งานนานเท่าไร
A : ประมาณ 20-30 ปี

Q : ต้องใช้เวลานานแค่ไหน จึงจะคืนทุน
A :
ราว ๆ  6-16 ปี

Q : ตึกแถว-อาคารพาณิชย์ เข้าโครงการนี้ได้ไหม ?
A :
บ้านอยู่อาศัยที่เป็นตึกแถวบางราย ไม่สามารถจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังแสงอาทิตย์ เพราะการไฟฟ้าจัดให้เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดเล็ก ไม่ใช่บ้านอยู่อาศัย จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์

Q : โครงการนี้ใช้ระบบผลิตไฟฟ้า ‘โซลาร์ เซลล์’ แบบใด
A :
ใช้ระบบผลิตไฟฟ้าแบบออนกริต (on Grid) หรือ ระบบขายไฟ ซึ่งตามกฎหมายไม่อนุญาตให้ผลิตเองโดยปราศจากการขออนุญาตจากภาครัฐ เพราะระบบจะเชื่อมต่อกับมิเตอร์ของการไฟฟ้า ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายขึ้นได้

Q : 2 หน่วยงานแบ่งหน้าที่กันอย่างไร
A :
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) รับซื้อไฟฟ้าจากคนที่อยู่ต่างจังหวัด ส่วนการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ประชาชนในกรุงเทพและปริมณฑลจะเป็นผู้ขายไฟฟ้าให้

ผลประโยชน์จากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาภาคประชาชนส่งผลดีต่อประเทศไทยอย่างไร

  1. ลดการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าของภาครัฐ หากมีการติดตัั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในปี 2564 จำนวน 1,000 เมกะวัตต์ตามแผน AEDP จะช่วยลดการลงทุนได้มากมายมหาศาล
  2. ลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า โดยหากมีการติดตัั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเป็นไปตามเป้าคือ 100 เมกะวัตต์ต่อปี จะสามารถลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าได้ถึง 790 ล้านลูกบาศก์ฟุต
  3. ลดกำลังไฟฟ้าสูญเสียในระบบสายส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้า เนื่องจากระบบผลิตไฟฟ้าติดตั้งอยู่ใกล้กับที่บริเวณที่ต้องใช้ไฟฟ้า ทำให้สามารถลดกำลังสูญเสียในการส่งพลังไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปได้
  4. สามารถกระจายโอกาสในการมีส่วนร่วมผลิตไฟฟ้าไปยังพื้นที่ห่างไกล

ขอบคุณข้อมูลจาก วารสารวิจัยพลังงาน

การติดตั้งระบบ ‘โซล่า รูฟท็อป’ ในประเทศจีน

ผลกระทบจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาภาคประชาชน

  • มีค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบสภาพอุปกรณ์และทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์ทุกปี
  • ภาครัฐเกิดความไม่แน่นอนในการวางแผนด้านอุปทาน

ผู้ประกอบการบางรายใช้อุปกรณ์การผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพต่ำเพื่อลดต้นทุนของโรงไฟฟ้าทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และเมื่อไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทำให้ภาครัฐเกิดความไม่แน่นอนในการวางแผนด้านอุปทาน (supply) สำหรับการจัดหาพลังงานไฟฟ้าในอนาคตได

  • โซลาร์ เซลล์สร้าง ‘ขยะพลังงาน’

แม้การใช้โซลาร์ เซลล์จะมีประโยชน์มากมาย แต่ในอีกมิติหนึ่ง โซลาร์เซลล์นั้นย่อมเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา และจะหมดอายุการใช้งานใน 20-30 ปี หลังการติดตั้งใช้งาน โดยเมื่อแผงโซลาร์เซลล์หมดอายุการใช้งานก็อาจจะกลายมาเป็นขยะพลังงานมากมายมหาศาล ที่ก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตได้

ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายให้หาแนวทางที่จะลดปัญหามลพิษก่อนกำจัดซากแผงโซลาร์เซลล์ เนื่องจากประเทศไทยมีการใช้พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ มาตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งจะจะทยอยหมดอายุในปี 2565-2601 และเป็นไปได้ว่าอาจมีซากแผงโซลาร์เซลล์สะสม สูงถึง 6.2 -7.9 แสนตัน

กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหามลพิษจากแผงโซลาร์เซลล์การดำเนินงานไว้ 3 แนวทางได้แก่

  1. การรับคืนแผงโซลาร์เซลล์ที่หมดอายุ
  2. การเปิดโรงงานซ่อมแซมแผงโซลาร์เซลล์เพื่อนำกลับมาใช่ใหม่
  3. การรับซากแผงโซลาร์เซลล์กลับมาผ่านกระบวนการรีไซเคิล

“พร้อมมีแนวคิดให้มีการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการขออนุญาตจัดตั้งโรงงานซ่อมแซมแผงโซลาร์เซลล์และโรงงานรีไซเคิล ซากแผงโซลาร์เซลล์ โดยมีเป้าหมาย ที่จะจัดตั้งโรงงานใน 10 จังหวัดปริมณฑลและตามหัวเมืองในแต่ละภูมิภาค จังหวัดละ 10 แห่งในช่วงแรกคาดว่าจะมีโรงงานทั้ง 2 ประเภทรวมกันประมาณ 100 แห่ง

นอกจากนี้จะทยอยอนุญาตให้จัดตั้งในแต่ละจังหวัดต่อไป  “อย่างน้อย ต้องมีโรงงานประเภทดังกล่าวจังหวัดละ 1 แห่ง เพื่อรองรับการซ่อมแซมและรีไซเคิลซากแผงโซลาร์เซลล์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปัญหาการกำจัดซากแผงโซล่าเซลล์ที่จะเกิดขึ้นได้ถึง 90% คิดเป็น 5.6 – 7.1 แสนตัน”

โซลาร์ รูฟท็อป

พื้นที่ห่างไกลไฟฟ้ายังไม่เข้าถึง ก็ผลิตไฟฟ้าใช้เองได้จาก ‘โซลาร์เซลล์’ แบบออฟกริต (Off Grid)

ระบบออฟกริต คือระบบที่ผลิตไฟฟ้าจาก ‘โซลาร์เซลล์’ ที่ไม่ได้เชื่อมต่อเข้ากับระบบจำหน่าย ของการไฟฟ้านครหลวง หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเป็นระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ใช้งานมากที่สุดทั่วโลกระบบนี้เหมาะกับสถานที่ไม่มีไฟฟ้า หรือที่ไฟเข้าไม่ถึง ซึ่งการเดินลากสายไฟยาว ๆ เข้ามาใช้นั้นมีต้นทุนสูง และไม่คุ้มค่า สามารถทำได้โดยเสรีไม่ต้องขออนุญาตภาครัฐ เพราะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้า และความปลอดภัยของประชาชน

โดยระบบนี้มีแบตเตอรี่เก็บไฟไว้ใช้ในตอนกลางคืนที่ไม่มีแสงแดดได้ ซึ่งระบบจะนำกระแสไฟฟ้าที่ได้จากแผงโซลาร์ เซลล์ มาชาร์จเข้าแบตเตอรี่ แล้วจึงนำไฟฟ้าที่ได้มาใช้งาน

ทั้งนี้ทั้งนั้น กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานได้ดำเนินการโครงการผลิตไฟฟ้าแบบออฟกริตด้วยพลังน้ำขนาดเล็กร่วมกับชุมชนและขายไฟฟ้าให้แก่ชุมชนโดยไม่ได้ใช้ระบบโครงข่ายของการไฟฟ้า ซึ่งเป็นตัวอย่างหนึ่งของการผลิตไฟฟ้าแบบเสรีแบบออฟกริต

อย่างไรก็ตาม แต่เดิมที่กิจการไฟฟ้าของประเทศไทยเป็น “ระบบผู้ซื้อรายเดียว” (Enhanced Single Buyer) คือ กลุ่มรัฐวิสากิจต่าง ๆ ต่อจากนั้นรัฐวิสาหกิจเหล่านี้จะจำหน่ายไฟฟ้าให้กับผู้บริโภครายใหญ่ ผู้บริโภครายย่อย และประชาชน โดยเอกชนไม่สามารถซื้อขายไฟฟ้ากันเองหรือขายตรงให้กับประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าได้ แต่ในทุกวันนี้ ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น ในการผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ และยังสามารถขายไฟฟ้าคืนให้การไฟฟ้าฯ ได้อีกด้วย

ทั้งนี้แม้จะมีความกังวลว่า โครงการ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ นั้นอาจก่อผลเสียในด้านการก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม และอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนมือเจ้าของบ้านของประชาชน แต่ก็มีข้อดีอยู่หลายประการ คือคุ้มค่าและลดต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า ประหยัดงบประมาณของชาติไปได้มากมาย แถมยังเป็นโครงการที่รักษ์โลก เพราะลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล นอกจากนี้ระยะทางก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ก็สามารถเข้าร่วมในโครงการนี้ได้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก www.enmax.co.th

เจาะ ‘โซลาร์เซลล์ หลังคาบ้าน’ วิธีขายไฟคืนให้การไฟฟ้า พร้อม FAQ คำถามที่พบบ่อย

เปิดรายละเอียดโครงการ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’

ในปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี สร้างประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์มากมาย หนึ่งในนั้นคือการที่ผู้บริโภคสามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองได้ แถมยังสามารถขายส่วนที่เหลือ จากส่วนที่สามารถผลิตได้ในช่วงที่ไม่อยู่บ้าน ส่งไปขายให้รัฐฯ  ทำให้ผู้บริโภคที่เคยจ่ายเงินเพื่อแลกกับไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว มีศักยภาพที่จะผลิตและขายไฟฟ้าไปได้พร้อม ๆ กัน

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

ทั้งนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เตรียมเปิดโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สําหรับภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย (ปี 2562) ให้ผู้ใช้ไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประเภทบ้านอยู่อาศัย ที่สนใจจะลงทุนติดตั้ง หรือติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอยู่แล้วสามารถผลิตไฟฟ้าได้เอง เพื่อสนับสนุนให้ผู้ใช้ไฟฟ้า ลดค่าไฟฟ้าที่ใช้เองภายในบ้าน และหากเหลือจากการใช้เองก็สามารถขายคืนให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ โดยในเดือนนี้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะเริ่มเปิดให้ผู้ที่สนใจร่วมโครงการ ลงทะเบียนและรับข้อเสนอโครงการ

ทั้งนี้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้กำหนดอัตราการรับซื้อไฟฟ้าประจำปี 2562 อยู่ที่ 1 บาท 68 สตางค์ต่อหน่วย โดยมีระยะเวลาสนับสนุน 10 ปี ซึ่งผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์สูงสุดได้ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ต่อราย โดยผู้ที่ยื่นคําขอขายไฟฟ้าจะต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าของไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย โดยชื่อผู้ยื่นคําขอฯ เป็นชื่อเดียวกับในบิลค่าไฟฟ้าเท่านั้น และยังคงสถานะเป็นผู้ใช้ไฟฟ้ากับไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอยู่

โซลาร์ เซลล์
‘โซลาร์ เซลล์’

โดยบ้านที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา ซึ่งขอขนานกับการไฟฟ้าเพื่อใช้ไฟเองเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น สามารถยื่นข้อเสนอเข้าร่วมโครงการได้ โดยหากผ่านการคัดเลือกแล้วจะต้องยกเลิกสัญญาหรือการเชื่อมต่อที่มีอยู่เดิม ก่อนการลงนามสัญญาเข้าร่วมกับโครงการนี้

อย่างไรก็ตามในวันนี้ ทีมข่าว MThaiNews จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ ‘โซลาร์ รูฟท็อป’ ภาคประชาชน และพลังงานจาก ‘โซลาร์ เซลล์’ ซึ่งมีรายละเอียดมากมาย และต้องมีสัญญาขายไฟให้การไฟฟ้า ไม่สามารถทำได้เองอย่างอิสระ โดยมีคำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาภาคประชาชน และรายละเอียดการเข้าร่วมโครงการ รวมถึงคุณสมบัติผู้ร่วมโครงการดังนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง กกพ. เปิดรับยื่นคำร้องใช้ โซล่าเซลล์ พ.ค. 62 พร้อมรับซื้อไฟฟ้าหน่วยละ 1.68 บ.

‘โซลาร์ เซลล์’ คืออะไร

โซลาร์เซลล์ มีชื่อเรียกหลายอย่าง อาทิ เซลล์แสงอาทิตย์ เซลล์สุริยะ ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากการตกกระทบของแสงบนวัตถุที่มีความสามารถในการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง ถูกค้นพบมาตั้งแต่ ปี 1839 ตั้งแต่เซลล์แสงอาทิตย์ยังไม่ถูกสร้างขึ้นจนกระทั่งในปี 1954 จึงมีการประดิษฐ์เซลล์แสงอาทิตย์ และได้ถูกนำไปใช้เป็นแหล่งจ่ายพลังงานให้กับดาวเทียมในอวกาศเมื่อปี 1959

‘โซลาร์ เซลล์’

ลักษณะเด่นของเซลล์แสงอาทิตย์

  •  แสงอาทิตย์เป็นพลังงานจากธรรมชาติ  ที่สะอาด บริสุทธิ์ ไม่ก่อปฏิกิริยาที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ และไม่มีวันหมดไปจากโลกนี้
  • สามารถนำไปใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ทุกพื้นที่บนโลก และได้พลังงานไฟฟ้ามาใช้โดยตรง
  • ไม่เกิดของเสียขณะใช้งาน จึงไม่มีการปล่อยมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อม
  • ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงอื่นใดนอกจากแสงอาทิตย์ รวมถึงไม่มีการเผาไหม้ จึงไม่ก่อให้เกิดมลภาวะด้านอากาศและน้ำ
  • เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่กับที่ และไม่มีชิ้นส่วนใดที่มีการเคลื่อนไหวขณะทำงาน จึงไม่เกิดการสึกหรอ
  • ไม่เกิดเสียงและไม่มีการเคลื่อนไหวขณะใช้งาน จึงไม่เกิดมลภาวะด้านเสียง
  • อายุการใช้งานยืนยาวและประสิทธิภาพคงที่
  • น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก รวดเร็ว และประกอบได้ตามขนาดที่ต้องการ เพราะมีลักษณะเป็นโมดูล ช่วยลดปัญหาการสะสมของก๊าซต่างๆ ในบรรยากาศ

ระบบผลิตไฟฟ้า ‘โซลาร์ เซลล์’ มี 3 ระบบได้แก่

  • ระบบออฟกริต (Off Grid)ที่มีแบตเตอรี่เก็บไฟไว้ใช้ตอนกลางคืนได้
  • ระบบออนกริต (on Grid)หรือ ระบบขายไฟ ใช้เงินลงทุนน้อยและคุ้มค่ามากที่สุด แต่ต้องอาศัยนโยบาลของรัฐบาลช่วยผลักดัน ระบบนี้มีข้อจำกัดก็คือ การไฟฟ้าไม่สามารถรับไฟได้แบบไม่อั้น เพราะข้อจำกัดเรื่องขนาดหม้อแปลงของการไฟฟ้าเหมาะกับที่ที่มีไฟฟ้าใช้อยู่แล้ว จึงใช้ไฟได้เฉพาะตอนกลางวัน แต่ระบบจะมีแผงจำนวนมากไว้ผลิตไฟ หากติดตั้งเองจะเชื่อมต่อกับมิเตอร์ของการไฟฟ้า มีความเสี่ยงเกิดอันตรายได้ จึงต้องทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด
  • ระบบไฮบริด (Hybrid) หรือระบบผสม ที่มีแบตเตอรี่ไว้เก็บไฟ ซึ่งพัฒนามาจากระบบออฟกริต

หลักเกณฑ์เบื้องต้นของผู้เข้าร่วมโครงการ ‘โซล่า รูฟท็อป’ ภาคประชาชน

  1. ผู้ที่เป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า ประเภทที่บ้านอยู่อาศัย
  2. มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าน้อยกว่า 10 KWp ต่อมิเตอร์
  3. การไฟฟ้าจะรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตราไม่เกิน 1.68 บาทต่อหน่วย ในระยะเวลารับซื้อส่วนเกิน 10 ปี
  4. ยอดรวมทั้งโครงการไม่เกิน 100 เมกะวัตต์
  5. COD ภายในปี 2562

พื้นที่ดำเนินการ ของการไฟฟ้านครหลวง ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานครนนทบุรี และสมุทรปราการ สำหรับพื้นที่ดำเนินการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย 74 จังหวัดที่อยู่นอกเหนือจากพื้นที่ดำเนินการของการไฟฟ้านครหลวง

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ

  • บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า
  • เป็นผู้ที่มีเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าประเภทที่ 1 ตามประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายไม่เกิน 10 KW ต่อครัวเรือน
solar rooftop

วิธีการรับซื้อใช้ระบบ ‘ใครยื่นก่อนได้ก่อน’

ส่วนวิธีการรับซื้อจะใช้ระบบ ใครยื่นก่อนได้ก่อน (First come First serve) ผ่านระบบ Online ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ Grid Code ในปัจจุบัน และจดแจ้งยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตผ่านระบบ Online ของสำนักงาน กกพ. โดยจะยึดถือวันและเวลาที่ได้รับแบบคำขอที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ของเอกสารหลักฐานที่กำหนดเป็นสำคัญ

ขั้นตอนในการดำเนินการ ประกอบด้วย

  1. สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) จะเริ่มกระบวนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการฯ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 โดยประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลได้ที่ 02-207-3599 หรือติดตามจากเว็บไซต์ สำนักงาน กกพ. ที่ www.erc.or.th และเว็บไซต์ของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายทั้ง 2 แห่ง
  2. เปิดรับลงทะเบียนสำหรับผู้สนใจเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวงและเว็บไซต์ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และหมดเขตรับลงทะเบียนภายในปี 2562
  3. ทยอยประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาโดยการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562
  4. กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ ภายในปี 2562

ไทม์ไลน์การจัดซื้อไฟฟ้าโซลาร์ภาคประชาชนจาก สำนักงาน กกพ.

  • ตั้งแต่ พฤษภาคมถึงกรกฏาคม 2562 การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะเปิดลงทะเบียนและรับข้อเสนอโครงการ
  • ตั้งแต่ มิถุนายนถึงสิงหาคม 2562 การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการพิจารณา
  • ภายใน ตุลาคม 2562 ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
  • ภายในปี 2562 ต้องจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD)

ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลจะได้ออกมาตรการสนับสนุนให้ผู้ผลิตแผงโซล่าเซลล์และผู้ประกอบการติดตั้งระบบในประเทศ และสถาบันอาชีวะศึกษา มีส่วนร่วมในธุรกิจการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ ที่ในแต่ละปีคาดว่าจะมีการติดตั้งประมาณ 10,000-20,000 ระบบ เป็นมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 40,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาโครงการ 10 ปี

รวมคำถามที่พบบ่อย [FAQ] ในโครงการ’โซลาร์ รูฟท็อป’

Q : จำเป็นต้องมีหลักฐานแสดงความพร้อมทางด้านการเงิน หรือวางหลักค้ำประกันด้วยหรือไม่
A : ตามหลักเกณฑ์ของโครงการนี้ในปี 2556 ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานแสดงความพร้อมทางการเงิน ผู้ยื่นคำขอควรจะหาการค้ำประกันระบบผลิตไฟฟ้าจากบุคคลที่สามตามที่เหมาะสม แต่เงื่อนไขของโครงการในปีนี้ ยังไม่มีประกาศออกมาแน่ชัด

Q : สามารถยื่นคำขอขายไฟฟ้าได้ที่ไหนบ้าง
A : ผ่านระบบ Online ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)

Q : หลังผ่านการพิจารณาจะต้องทำอะไรต่อ
A : ต้องไปติดต่อการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ภายในระยะเวลาที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายกำหนด เพื่อเปลี่ยนเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าเป็นประเภทดิจิทัลและชำระค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า การตรวจสอบระบบอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานที่ กกพ. กำหนด

Q : เมื่อทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายแล้ว สามารถโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้ผู้อื่นได้หรือไม่ 
A : จะต้องได้รับการยินยอมจากการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายก่อนตามหลักเกณฑ์ที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายกำหนด

Q : การติดตั้งเพื่อขายไฟให้การไฟฟ้า’โซลาร์ เซลล์’ จะกระทบต่อการใช้ไฟในบ้านหรือไม่
A :
ไม่เกี่ยวกับการใช้ไฟในบ้าน โดยเจ้าของบ้านก็จ่ายเงินค่าไฟฟ้าไปตามปกติ ส่วนไฟฟ้าที่ใช้ขายคือการแปลงสภาพหลังคาบ้าน เป็นโรงผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดเล็ก และขายคืนให้กับการไฟฟ้า

Q : ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาได้ทุกประเภทหรือไม่
A :
ทุกประเภทสามารถติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ได้ เพราะหลังคาเป็นส่วนที่รับแรงน้อยมาก โดยหลังคาที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร

Q : หากมีการลักลอบนำไฟฟ้าจากแหล่งอื่นมาจำหน่ายแทนไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแสงอาทิตย์จะมีผลอย่างไร
A : โทษหนักมาก เพราะถือเป็นการละเมิดสัญญาซื้อขายไฟฟ้า สัญญาซื้อขายไฟฟ้าจะสิ้นสุดลงในทันที รวมทั้งจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะถูกเรียกเก็บค่าปรับ และถูกเรียกคืนค่าไฟฟ้าที่ได้รับจากการจำหน่ายไฟฟ้าเต็มจำนวนที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้จ่ายให้กับผู้ผลิตไฟฟ้าไปแล้วอีกด้วย

แผงโซล่าเซลล์
ส่วนประกอบแผงโซล่าเซลล์

Q : การไฟฟ้าจะรับไฟฟ้าที่ผลิตจากหลังคาบ้านเราอย่างไร
A :
โดยทั่วไป กระแสไฟฟ้าจะสามารถไหลได้สองทาง ซึ่งการไฟฟ้าจะส่งไฟฟ้ามาทางไหน การไฟฟ้าก็จะรับคืนไฟฟ้าไปทางนั้น โดยเมื่อติดแผงโซล่าร์เซลล์แล้ว จะต้องมี “มิเตอร์ขายไฟ”เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตัว เพื่อรับไฟฟ้าที่ผลิตจากหลังคาบ้านคืนกลับไปยังการไฟฟ้า

Q : ต้องมีแบตเตอรี่เก็บไฟก่อนขายให้การไฟฟ้าไหม
A :
ไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ 

Q : แผงเซลล์แสงอาทิตย์มีอายุการใช้งานนานเท่าไร
A : ประมาณ 20-30 ปี

Q : ต้องใช้เวลานานแค่ไหน จึงจะคืนทุน
A :
ราว ๆ  6-16 ปี

Q : ตึกแถว-อาคารพาณิชย์ เข้าโครงการนี้ได้ไหม ?
A :
บ้านอยู่อาศัยที่เป็นตึกแถวบางราย ไม่สามารถจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังแสงอาทิตย์ เพราะการไฟฟ้าจัดให้เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดเล็ก ไม่ใช่บ้านอยู่อาศัย จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์

Q : โครงการนี้ใช้ระบบผลิตไฟฟ้า ‘โซลาร์ เซลล์’ แบบใด
A :
ใช้ระบบผลิตไฟฟ้าแบบออนกริต (on Grid) หรือ ระบบขายไฟ ซึ่งตามกฎหมายไม่อนุญาตให้ผลิตเองโดยปราศจากการขออนุญาตจากภาครัฐ เพราะระบบจะเชื่อมต่อกับมิเตอร์ของการไฟฟ้า ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายขึ้นได้

Q : 2 หน่วยงานแบ่งหน้าที่กันอย่างไร
A :
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) รับซื้อไฟฟ้าจากคนที่อยู่ต่างจังหวัด ส่วนการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ประชาชนในกรุงเทพและปริมณฑลจะเป็นผู้ขายไฟฟ้าให้

ผลประโยชน์จากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาภาคประชาชนส่งผลดีต่อประเทศไทยอย่างไร

  1. ลดการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าของภาครัฐ หากมีการติดตัั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในปี 2564 จำนวน 1,000 เมกะวัตต์ตามแผน AEDP จะช่วยลดการลงทุนได้มากมายมหาศาล
  2. ลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า โดยหากมีการติดตัั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเป็นไปตามเป้าคือ 100 เมกะวัตต์ต่อปี จะสามารถลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าได้ถึง 790 ล้านลูกบาศก์ฟุต
  3. ลดกำลังไฟฟ้าสูญเสียในระบบสายส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้า เนื่องจากระบบผลิตไฟฟ้าติดตั้งอยู่ใกล้กับที่บริเวณที่ต้องใช้ไฟฟ้า ทำให้สามารถลดกำลังสูญเสียในการส่งพลังไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปได้
  4. สามารถกระจายโอกาสในการมีส่วนร่วมผลิตไฟฟ้าไปยังพื้นที่ห่างไกล

ขอบคุณข้อมูลจาก วารสารวิจัยพลังงาน

การติดตั้งระบบ ‘โซล่า รูฟท็อป’ ในประเทศจีน

ผลกระทบโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาภาคประชาชน

  • มีค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบสภาพอุปกรณ์และทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์ทุกปี
  • ภาครัฐเกิดความไม่แน่นอนในการวางแผนด้านอุปทาน

ผู้ประกอบการบางรายใช้อุปกรณ์การผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพต่ำเพื่อลดต้นทุนของโรงไฟฟ้าทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และเมื่อไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทำให้ภาครัฐเกิดความไม่แน่นอนในการวางแผนด้านอุปทาน (supply) สำหรับการจัดหาพลังงานไฟฟ้าในอนาคตได

  • โซลาร์ เซลล์สร้าง ‘ขยะพลังงาน’

แม้การใช้โซลาร์ เซลล์จะมีประโยชน์มากมาย แต่ในอีกมิติหนึ่ง โซลาร์เซลล์นั้นย่อมเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา และจะหมดอายุการใช้งานใน 20-30 ปี หลังการติดตั้งใช้งาน โดยเมื่อแผงโซลาร์เซลล์หมดอายุการใช้งานก็อาจจะกลายมาเป็นขยะพลังงานมากมายมหาศาล ที่ก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตได้

ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายให้หาแนวทางที่จะลดปัญหามลพิษก่อนกำจัดซากแผงโซลาร์เซลล์ เนื่องจากประเทศไทยมีการใช้พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ มาตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งจะจะทยอยหมดอายุในปี 2565-2601 และเป็นไปได้ว่าอาจมีซากแผงโซลาร์เซลล์สะสม สูงถึง 6.2 -7.9 แสนตัน

กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหามลพิษจากแผงโซลาร์เซลล์การดำเนินงานไว้ 3 แนวทางได้แก่

  1. การรับคืนแผงโซลาร์เซลล์ที่หมดอายุ
  2. การเปิดโรงงานซ่อมแซมแผงโซลาร์เซลล์เพื่อนำกลับมาใช่ใหม่
  3. การรับซากแผงโซลาร์เซลล์กลับมาผ่านกระบวนการรีไซเคิล

“พร้อมมีแนวคิดให้มีการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการขออนุญาตจัดตั้งโรงงานซ่อมแซมแผงโซลาร์เซลล์และโรงงานรีไซเคิล ซากแผงโซลาร์เซลล์ โดยมีเป้าหมาย ที่จะจัดตั้งโรงงานใน 10 จังหวัดปริมณฑลและตามหัวเมืองในแต่ละภูมิภาค จังหวัดละ 10 แห่งในช่วงแรกคาดว่าจะมีโรงงานทั้ง 2 ประเภทรวมกันประมาณ 100 แห่ง

นอกจากนี้จะทยอยอนุญาตให้จัดตั้งในแต่ละจังหวัดต่อไป  “อย่างน้อย ต้องมีโรงงานประเภทดังกล่าวจังหวัดละ 1 แห่ง เพื่อรองรับการซ่อมแซมและรีไซเคิลซากแผงโซลาร์เซลล์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปัญหาการกำจัดซากแผงโซล่าเซลล์ที่จะเกิดขึ้นได้ถึง 90% คิดเป็น 5.6 – 7.1 แสนตัน”

โซลาร์ รูฟท็อป

พื้นที่ห่างไกลไฟฟ้ายังไม่เข้าถึง ก็ผลิตไฟฟ้าใช้เองได้จาก ‘โซลาร์เซลล์’ แบบออฟกริต (Off Grid)

ระบบออฟกริต คือระบบที่ผลิตไฟฟ้าจาก ‘โซลาร์เซลล์’ ที่ไม่ได้เชื่อมต่อเข้ากับระบบจำหน่าย ของการไฟฟ้านครหลวง หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเป็นระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ใช้งานมากที่สุดทั่วโลกระบบนี้เหมาะกับสถานที่ไม่มีไฟฟ้า หรือที่ไฟเข้าไม่ถึง ซึ่งการเดินลากสายไฟยาว ๆ เข้ามาใช้นั้นมีต้นทุนสูง และไม่คุ้มค่า สามารถทำได้โดยเสรีไม่ต้องขออนุญาตภาครัฐ เพราะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้า และความปลอดภัยของประชาชน

โดยระบบนี้มีแบตเตอรี่เก็บไฟไว้ใช้ในตอนกลางคืนที่ไม่มีแสงแดดได้ ซึ่งระบบจะนำกระแสไฟฟ้าที่ได้จากแผงโซลาร์ เซลล์ มาชาร์จเข้าแบตเตอรี่ แล้วจึงนำไฟฟ้าที่ได้มาใช้งาน

ทั้งนี้ทั้งนั้น กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานได้ดำเนินการโครงการผลิตไฟฟ้าแบบออฟกริตด้วยพลังน้ำขนาดเล็กร่วมกับชุมชนและขายไฟฟ้าให้แก่ชุมชนโดยไม่ได้ใช้ระบบโครงข่ายของการไฟฟ้า ซึ่งเป็นตัวอย่างหนึ่งของการผลิตไฟฟ้าแบบเสรีแบบออฟกริต

อย่างไรก็ตาม แต่เดิมที่กิจการไฟฟ้าของประเทศไทยเป็น “ระบบผู้ซื้อรายเดียว” (Enhanced Single Buyer) คือ กลุ่มรัฐวิสากิจต่าง ๆ ต่อจากนั้นรัฐวิสาหกิจเหล่านี้จะจำหน่ายไฟฟ้าให้กับผู้บริโภครายใหญ่ ผู้บริโภครายย่อย และประชาชน โดยเอกชนไม่สามารถซื้อขายไฟฟ้ากันเองหรือขายตรงให้กับประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าได้ แต่ในทุกวันนี้ ประชาชนมีทางเลือกในการผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ และยังสามารถขายไฟฟ้าคืนให้การไฟฟ้าฯ อีกด้วย

ทั้งนี้แม้จะมีความกังวลว่า โครงการ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ นั้นอาจก่อผลเสียในด้านการก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม และอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนมือเจ้าของบ้านของประชาชน แต่ก็มีข้อดีอยู่หลายประการ คือคุ้มค่าและลดต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า ประหยัดงบประมาณของชาติไปได้มากมาย แถมยังเป็นโครงการที่รักษ์โลก เพราะลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล นอกจากนี้ระยะทางก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ก็สามารถเข้าร่วมในโครงการนี้ได้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก www.enmax.co.th

ธ.ก.ส. เปิดรับฝาก ‘สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดเกษตรมั่งคั่ง 4’ ฝาก 100 ลุ้นสูงสุด 15 ล้าน

นายกษาปณ์ เงินรวง ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.เปิดรับฝาก “สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดเกษตรมั่งคั่ง 4” จำนวน 1,200 ล้านหน่วย หน่วยละ 100 บาท รวมวงเงิน 120,000 ล้านบาท เพื่อระดมเงินฝากจากประชาชนทั่วไปสำหรับนำไปใช้เป็นทุนสนับสนุนภาคเกษตรกรรม อันเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ และเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ถือสลากออมทรัพย์ทวีสินชุดกล้วยไม้นานาชาติและสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดที่ 3 ที่จะครบกำหนดไถ่ถอน ให้สามารถฝากเงินกับ ธ.ก.ส.ได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นทางเลือกสำหรับการออมเงินที่ได้รับดอกเบี้ยปลอดภาษี และยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลมากมาย โดยเปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่น ธ.ก.ส. A-Mobile ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2562 เป็นต้นไป

สำหรับ สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดเกษตรมั่งคั่ง 4 มีอายุรับฝาก 3 ปี เมื่อฝากครบกำหนดไถ่ถอนจะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.75 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อปี กรณีไถ่ถอนก่อนกำหนดจะไม่ได้รับดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังได้ลุ้นรางวัลทุกวันที่ 16 ของเดือน รวม 36 ครั้ง รางวัลที่ 1 มีมูลค่าสูงสุด 15,000,000 บาท จำนวน 6 งวด โดยจะมอบให้กับผู้โชคดีในเดือนพฤศจิกายน 2562 เดือน พฤษภาคมและพฤศจิกายน 2563 เดือนพฤษภาคมและพฤศจิกายน 2564 และพฤษภาคม 2565 ส่วนรางวัลที่ 1 ในงวดอื่นๆ อีกจำนวน 30 งวด รางวัลละ 10,000,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีรางวัลที่ 1 ต่างหมวดอีก 119 รางวัลๆ ละ 20,000 บาท รางวัลที่ 2 มี 360 รางวัลๆ ละ 10,000 บาท รางวัลที่ 3 มี 1,200 รางวัลๆ ละ 5,000 บาท รางวัลที่ 4 มี 2,400 รางวัล ๆ ละ 2,000 บาท รางวัลที่ 5 มี 12,000 รางวัล ๆ ละ 1,000 บาท รางวัลเลขท้าย 4 ตัว มี 120,000 รางวัล ๆ 90 บาท และรางวัลเลขท้าย 3 ตัว มี 2,400,000 รางวัลๆ ละ 45 บาท รวมรางวัลทั้งสิน 2,536,080 รางวัล คิดเป็นเงินสูงสุด 162,580,000 บาทต่อเดือน จะออกรางวัลครั้งแรกวันที่ 16 มิถุนายน 2562 ที่สำคัญดอกเบี้ยและเงินรางวัลได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลทั่วไป และยังสามารถนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกัน (Bank Guarantee) ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ สามารถตรวจผลการออกรางวัลได้ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย คลื่นความถี่ AM 891 กิโลเฮิรตซ์ เว็บไซต์ ธ.ก.ส. หรือ ผ่านทาง ธ.ก.ส. A-Mobile โดยท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือที่ Call Center 02 555 0555